ศูนย์โทรคมนาคมนนทบุรี — บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เปิดศูนย์ปฏิบัติการกลาง “สถานีวิทยุติดต่อเรือเดินทะเล Bangkok Radio” โครงข่ายวิทยุสื่อสารความปลอดภัยทางทะเลมาตรฐานโลก GMDSS (Global Maritime Distress and Safety System) ที่คอยเฝ้าระวัง รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน และกระจายข่าวสารเตือนภัยครอบคลุมตลอดแนวน่านน้ำไทย ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อหนุนสร้างความเชื่อมั่นในระบบขนส่งทางน้ำ การค้าการพาณิชย์ระหว่างประเทศ และการท่องเที่ยวทางทะเลของประเทศไทย
NT กับภารกิจความปลอดภัยทางทะเลระดับโลก


ดร.ณัฏฐวิทย์ สุฤทธิกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสื่อสารไร้สาย บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) ได้เปิดเผยถึงทิศทางและภารกิจสำคัญของโครงข่ายนี้ว่า “NT ในฐานะหน่วยงานสื่อสารโทรคมนาคมของชาติ พร้อมสนับสนุนภารกิจการพัฒนาโครงข่ายสื่อสารในทุกมิติ โดยเฉพาะบริการระบบสื่อสาร GMDSS (Global Marine Distress and Safety System) หรือระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินและความปลอดภัยทางทะเลภายใต้บริการ ‘สถานีวิทยุติดต่อเรือเดินทะเล Bangkok Radio’ ซึ่งดำเนินการสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ในฐานะรัฐชายฝั่ง (Coastal State) ตามอนุสัญญา SOLAS (Safety of Life at Sea) ขององค์กรทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) โดยระบบวิทยุสื่อสาร GMDSS ดังกล่าว มีประสิทธิภาพในการสื่อสารข้อมูลที่แม่นยำ รวดเร็ว ชัดเจน ระหว่างเรือกับสถานีชายฝั่ง สามารถระบุตัวตนของเรือและตำแหน่งเรือได้โดยอัตโนมัติ เพื่อสนับสนุนภารกิจค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย SAR (Search and Rescue) รวมถึงการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางทะเล EMS (Emergency Medical Services) ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อร่วมสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยทางทะเลในระดับสากล และช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยวทางทะเลของไทยอย่างยั่งยืน”
5 ทศวรรษ จาก “กสท.” สู่ “NT” ศูนย์กลางการสื่อสารทางทะเลไทย


จุดเริ่มต้นของระบบสื่อสารทางทะเลในประเทศไทย มีประวัติศาสตร์ยาวนานย้อนกลับไปตั้งแต่ พ.ศ. 2520 โดย การสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) ได้เริ่มขยายบริการวิทยุติดต่อเรือเดินทะเลในย่านความถี่ MF, HF และ VHF พร้อมทั้งริเริ่มติดตั้งระบบรับ-ส่งข้อความข่าวสารทางทะเลอัตโนมัติ (NAVTEX) ในสถานีหลัก 5 ภูมิภาค ในอดีตงานวิทยุติดต่อเรือเดินทะเลเคยสร้างรายได้เชิงพาณิชย์จากการให้บริการเชื่อมต่อสัญญาณวิทยุจากเรือเข้ากับระบบโทรศัพท์พื้นฐานบนฝั่ง ทำให้สำนักงานเดินเรือสามารถติดต่อสื่อสารกับเรือกลางทะเลได้ แต่เมื่อเทคโนโลยีดาวเทียมและโทรศัพท์มือถือพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด รูปแบบการใช้งานเชิงพาณิชย์ดังกล่าวจึงลดลง คงเหลือภารกิจหลักที่สำคัญที่สุดคือ “การให้บริการสื่อสารเพื่อสาธารณประโยชน์และความปลอดภัยทางทะเล”
เมื่อมีการปฏิรูปและควบรวมองค์กรโทรคมนาคม จาก กสท. สู่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) (CAT) และการควบรวมกิจการกับ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) (TOT) จนก่อตั้งเป็น บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) ในปี พ.ศ. 2564 NT ยังคงรับไม้ต่อภารกิจอย่างต่อเนื่อง ต่อมาเมื่อประมาณ 5–7 ปีที่ผ่านมา องค์กรทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ได้เข้าตรวจประเมิน (Audit) มาตรฐานการสื่อสารชายฝั่งของประเทศไทย และมีข้อเสนอแนะให้ปรับปรุงครอบคลุมพื้นที่สัญญาณ ทาง NT จึงได้ดำเนินการยกเครื่อง ปรับปรุงเสาอากาศ เพิ่มกำลังส่ง และขยายสถานีฐานจนระบบมีความสมบูรณ์ และ ผ่านการประเมินมาตรฐานจาก IMO ได้อย่างเป็นทางการ
เจาะลึกเทคโนโลยี GMDSS 4 เสาหลักดิจิทัลเฝ้าระวัง

ระบบ GMDSS (Global Maritime Distress and Safety System) ที่ Bangkok Radio เปิดให้บริการ ถือเป็นมาตรฐานสากลที่เรือเดินทะเลพาณิชย์ขนาดตั้งแต่ 300 ตันกรอสขึ้นไปต้องติดตั้งตามกฎหมายสากล โดยประกอบด้วย 4 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่
1. RT (Radio Telephony): ระบบวิทยุโทรศัพท์สำหรับการสื่อสารด้วยเสียงพูดแบบสองทาง (Two-way Voice Communication) ระหว่างศูนย์ปฏิบัติการบนฝั่งกับเจ้าหน้าที่บนเรือเดินทะเล
2. DSC (Digital Selective Calling): ระบบสื่อสารเข้ารหัสแบบดิจิทัล เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เรือสามารถกดปุ่มแจ้งเหตุเพื่อส่งรหัสระบุตัวตนเรือ (MMSI) และตำแหน่งพิกัดทางภูมิศาสตร์ไปยังสถานีฝั่งได้โดยอัตโนมัติและแม่นยำ
3. AIS (Automatic Identification System): ระบบระบุตัวตนและติดตามตำแหน่งเรือทางทะเลอัตโนมัติ แสดงข้อมูลชื่อเรือ ตำแหน่ง ความเร็ว และทิศทางการเคลื่อนที่บนจอภาพแบบ Real-time โดยในหน้าจอแสดงผล ความยาวของเส้นเวกเตอร์ (Vector Line) ที่พุ่งออกจากตัวเรือจะระบุถึงความเร็วของเรือลำนั้นๆ ช่วยในการวิเคราะห์ความเสี่ยงและป้องกันเรือชนกัน
4. NAVTEX (Navigational Telex): ระบบกระจายข้อความข่าวสารทางทะเลและคำเตือนการเดินเรือแบบอัตโนมัติในระดับสากล โดยพิมพ์ข้อความส่งตรงไปยังเครื่องรับข้อความบนเรือเดินทะเล
เครือข่ายสถานี 24 จุดทั่วไทย สัญญาณครอบคลุมข้ามพรมแดน

เพื่อรองรับการสื่อสารในทุกน่านน้ำไทย NT ได้ติดตั้งสถานีวิทยุสื่อสารระบบ GMDSS กระจายอยู่ตามสำนักงานบริการลูกค้า NT ในจังหวัดชายฝั่งทะเลตะวันออก อ่าวไทย และอันดามัน รวมทั้งสิ้น 24 สถานี ครอบคลุม 21 จังหวัดชายฝั่ง โดยแบ่งตามย่านความถี่ดังนี้
สถานีย่านความถี่ VHF (Very High Frequency) จำนวน 20 สถานี: ใช้เสาโทรคมนาคมความสูง 60–80 เมตร มีรัศมีทำการ 30–100 กิโลเมตร (หรือประมาณ 20–50 ไมล์ทะเล) ครอบคลุมพื้นที่การเดินเรือใกล้ชายฝั่ง (Sea Area A1)
สถานีย่านความถี่ MF/HF (Medium & High Frequency) จำนวน 4 สถานี: เป็นเครื่องส่งสัญญาณกำลังสูง สามารถควบคุมการรับ-ส่งระยะไกลจากศูนย์กลาง (Remote Control) มีคุณสมบัติสะท้อนชั้นบรรยากาศคล้ายคลื่น AM ส่งสัญญาณได้ไกลตั้งแต่ 300 ถึงหลายพันกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ทะเลลึก (Sea Area A2/A3) และรับ-ส่งสัญญาณข้ามพรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ไปจนถึงประเทศญี่ปุ่นได้
นอกจากนี้ ในระบบ NAVTEX ประเทศไทยมีสถานีส่งหลัก 2 แห่ง ได้แก่ สถานีเพชรบุรี (ดูแลน่านน้ำอ่าวไทยตอนบน) และ สถานีดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี (ดูแลน่านน้ำอ่าวไทยตอนล่างและอันดามัน)
เบื้องหลังห้องศูนย์ปฏิบัติการ 24 ชม. จ.นนทบุรี


หัวใจสำคัญของการดำเนินงานอยู่ที่ “สถานีวิทยุติดต่อเรือเดินทะเล Bangkok Radio” ณ อาคารศูนย์โทรคมนาคม NT นนทบุรี ซึ่งเป็นศูนย์โอเปอเรเตอร์กลาง (Central Operator Center) มีทีมผู้เชี่ยวชาญปฏิบัติหน้าที่เฝ้าฟัง เฝ้าระวัง และประสานงานตลอด 24 ชั่วโมง มีขั้นตอนการทำงานเมื่อได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ดังนี้
1. รับสัญญาณแจ้งเหตุ (MAYDAY / DSC / Voice) จากเรือประสบภัยกลางทะเล 2. ตรวจสอบพิกัดและข้อมูลเรือผ่านระบบ AIS บนหน้าจอ Real-time 3. ส่งข้อมูลแจ้งเตือนไปยังศูนย์ RCC (สกชย.) และ ศรชล. ทันทีโดยอัตโนมัติ 4. พิมพ์และกระจายข้อความเตือนภัย (MSI/NAVTEX) ให้เรือลำอื่นในบริเวณใกล้เคียงหลีกเลี่ยง
2 ภารกิจหลักดูแลน่านน้ำไทย ครอบคลุมการให้บริการ


1.การประกาศข่าวชาวเรือ (Maritime Safety Information: MSI): รับข้อมูลที่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานต้นทาง แล้วรวบรวมกระจายข่าวสารเตือนการเดินเรือ จราจรทางน้ำ ข้อมูลอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ คลื่นลมสึนามิ โดยในแต่ละปี Bangkok Radio กระจายประกาศข่าวเตือนภัยทางทะเลรวมมากกว่า 1,400 ฉบับต่อปี (แบ่งเป็นคำเตือนการเดินเรือจากกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ประมาณ 50 ฉบับ และคำเตือนสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ประมาณ 1,400 ฉบับ)
2.การรับแจ้งเหตุเรือประสบภัยและการค้นหาช่วยเหลือ (Search and Rescue: SAR / EMS): รับแจ้งเหตุเรืออับปาง, ไฟไหม้เรือ, เรือชนกัน, คนตกน้ำ, ภัยโจรสลัด, ตลอดจนการขอความช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินทางทะเล (EMS)
ฝึกซ้อมแผนกู้ภัยทางทะเล ExSea 2026 Simulation
ในการฝึกซ้อมแผนกู้ภัยทางทะเลประจำปี ExSea 2026 ได้มีการจำลองสถานการณ์สมมติ เหตุกใารณ์เกิดเพลิงไหม้รุนแรงในห้องเครื่องของเรือสำราญสัญชาตินานาชาติ มีผู้โดยสาร 1,200 คน และลูกเรือ 400 คน อยู่ห่างจากแหลมฉบังประมาณ 5 ไมล์ทะเล เมื่อเรือส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ “MAYDAY, MAYDAY, MAYDAY” มายัง Bangkok Radio เจ้าหน้าที่โอเปอเรเตอร์ ณ ศูนย์นนทบุรี ได้รับสัญญาณและตรวจสอบตำแหน่งพิกัดผ่านระบบ AIS ก่อนกดส่งข้อมูลประสานงานต่อไปยัง ศูนย์ประสานงานการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานและเรือที่ประสบภัย (RCC/สกชย.) และ ศรชล. ทันทีแบบอัตโนมัติ พร้อมประกาศแจ้งเตือนเรือในบริเวณใกล้เคียงให้เตรียมพร้อมเข้าช่วยเหลือ ซึ่งการปรับเปลี่ยนจากระบบแมนนวล (แฟกซ์/อีเมล) ในอดีต มาเป็น ระบบดิจิทัลออนไลน์แบบเชื่อมโยงข้อมูลทันที ช่วยลดระยะเวลาในการประสานงานลงได้อย่างมหาศาล
ปรับบทบาทสู่ Operator & Regulator อนาคต Bangkok Radio


ความสำเร็จของภารกิจความปลอดภัยทางทะเล ไม่ได้เกิดจาก NT เพียงลำพัง แต่เกิดจากการบูรณาการร่วมกันของ 12 หน่วยงานพันธมิตรระดับชาติ ตามขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐาน (SOP) แต่เนื่องจากปัจจุบัน NT มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจในรูปแบบบริษัทมหาชนจำกัด ขณะที่บริการวิทยุติดต่อเรือเดินทะเลเป็น บริการเพื่อสาธารณประโยชน์ (Public Benefit Service) ที่ไม่มีการเรียกเก็บค่าบริการจากชาวเรือ
ผู้บริหารและคณะกรรมการ NT มีความเห็นร่วมกันว่า เพื่อให้ภารกิจสอดคล้องกับโครงสร้างภาครัฐ จึงได้มีการประสานงานระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) และ กระทรวงคมนาคม (รวมถึงกรมเจ้าท่า และ ศรชล.) เพื่อพิจารณาปรับรูปแบบการดำเนินงาน โดยอาจปรับให้หน่วยงานกำกับดูแล (Regulator) เป็นเจ้าของภารกิจและสนับสนุนงบประมาณ ส่วน NT ทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการโครงข่ายและบริหารจัดการระบบ (Network Provider / Managed Service Provider) ด้วยความเชี่ยวชาญทางเทคนิคที่มีอยู่ คล้ายคลึงกับโมเดลการดำเนินงานของบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ในภาคการบิน
ทิศทางการเชื่อมต่อดาวเทียม และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทางทะเลไทย


สำหรับแนวโน้มเทคโนโลยีในอนาคต แม้ว่าปัจจุบันระบบคลื่นวิทยุชายฝั่ง (VHF/MF/HF) จะเป็นมาตรฐานหลักที่ IMO บังคับใช้ทั่วโลก แต่เทคโนโลยีสื่อสารผ่านดาวเทียม (Satellite Communication) กำลังเข้ามามีบทบาทเสริมการสื่อสารในบริเวณทะเลลึก ซึ่งหากองค์กรทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) และ GSMA มีการประกาศกำหนดมาตรฐานความถี่ดาวเทียมใหม่สำหรับ GMDSS เพิ่มเติม NT ก็มีความพร้อมที่จะนำเทคโนโลยีดาวเทียมเข้ามาเสริมประสิทธิภาพโครงข่าย Bangkok Radio ให้มีความล้ำสมัยยิ่งขึ้น
“สถานีวิทยุติดต่อเรือเดินทะเล Bangkok Radio” จึงไม่เพียงแต่ทำหน้าที่เสมือน “เสียงแห่งความหวังและผู้ปกป้องชาวเรือตลอด 24 ชั่วโมง” กลางท้องทะเลอ่าวไทยและอันดามัน แต่ยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทางทะเลที่สำคัญในการปกป้องชีวิต ทรัพย์สิน สิ่งแวดล้อม และสร้างความมั่นใจให้แก่สายการเดินเรือพาณิชย์ทั่วโลก ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการค้าสากลของประเทศไทย