17 ต.ค. 2569 103 0

เจาะลึก 'การ์ดสะสมหลักล้าน' สินทรัพย์ทางเลือกยุคดิจิทัล พร้อมเปิดวิสัยทัศน์ CEO แห่ง The Cardster เตรียมปักหมุดไทยสู่ฮับ Collecti

เจาะลึก 'การ์ดสะสมหลักล้าน' สินทรัพย์ทางเลือกยุคดิจิทัล พร้อมเปิดวิสัยทัศน์ CEO แห่ง The Cardster เตรียมปักหมุดไทยสู่ฮับ Collecti


ในยุคที่โลกแห่งการลงทุนยุคใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่หุ้น ตลาดหลักทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ หรือทองคำ ปรากฏการณ์ใหม่ที่กำลังสร้างความฮือฮาและเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย คือโลกของ “Collectible Cards” หรือ “การ์ดสะสม” ซึ่งแผ่นกระดาษขนาดกะทัดรัดที่หลายคนเคยมองเป็นเพียงของเล่นในวัยเด็ก กลับสามารถสร้างมูลค่าการซื้อขายพุ่งสูงถึงหลักแสน หลักล้าน ไปจนถึงหลายร้อยล้านบาทต่อใบ อะไรคือเบื้องหลังองค์ประกอบที่เปลี่ยน Passion ความชอบในวัยเยาว์ให้กลายเป็นสินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Investment) ที่ทรงพลังและประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางของ Collectible Culture ในภูมิภาคอาเซียนได้อย่างไร?

1Digitalthailand.com ได้รับเกียรติเข้าเจาะลึกเพื่อคุยกับ อภิสัณห์ วงษ์ภิญญาวัธน์ (คุณโอม) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer: CEO) บริษัท เดอะ การ์สเตอร์ จำกัด (The Cardster Co., Ltd.) และผู้จัดงาน Bangkok International Card Show ผู้นำเบอร์หนึ่งในวงการนำเข้าและจัดจำหน่ายการ์ดสะสมระดับโลกในประเทศไทย ผู้ซึ่งมาร่วมไขทุกรหัสลับของวงการการ์ดสะสม ถอดรหัสโครงสร้างมูลค่าตลาดหลายหมื่นล้าน เปิดกรุการ์ดส่วนตัวมูลค่าสูงกว่า 20 ล้านบาท พร้อมฉายภาพยุทธศาสตร์ใหญ่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของไทยผ่านงาน Bangkok International Card Show สู่สายตานักสะสมทั่วโลก

ไขรหัสลับ "ราคา" vs "คุณค่า" อะไรคือตัวกำหนดให้กระดาษใบหนึ่งมีมูลค่าหลักล้าน?


คำถามแรกที่มักเกิดขึ้นในใจของคนทั่วไปเมื่อได้ยินข่าวการซื้อขายการ์ดสะสมในราคาหลักล้านบาท คือ “ทำไมการ์ดกระดาษธรรมดาจึงสามารถกลายเป็นของสะสมที่มีมูลค่าสูงมหาศาลขนาดนั้นได้?” อภิสัณห์ ได้อธิบายอย่างเห็นภาพว่า เบื้องหลังของการ์ดสะสมหนึ่งใบมีโครงสร้างองค์ประกอบที่สลับซับซ้อนและมีมิติมากกว่าเพียงเรื่องของราคาซื้อขายในตลาด โดยสามารถสรุป 5 ปัจจัยหลัก ที่กำหนดมูลค่าของการ์ดสะสม ได้ดังนี้

ความหายาก (Rarity): การ์ดที่ถูกผลิตออกมาในจำนวนจำกัด (Limited Edition) หรือการ์ดที่มีหมายเลขรันประจำใบ เช่น การ์ดประเภท 1/1 (One-of-One) ซึ่งมีเพียงใบเดียวในโลก ย่อมสร้างความต้องการมหาศาลและขับเคลื่อนราคาให้พุ่งสูงขึ้นตามกฎ Supply & Demand

ความนิยมของ IP และตัวบุคคล (Popularity): ความนิยมของตัวละครในเกม อนิเมะ ดารานักแสดง หรือนักกีฬาระดับโลกที่ปรากฏอยู่บนการ์ด เช่น Pokémon, One Piece, นักแข่ง Formula 1 หรือซูเปอร์สตาร์เบสบอลอย่าง Shohei Ohtani ซึ่งมีฐานแฟนคลับทั่วโลก

สภาพของการ์ดและการเกรดดิ้ง (Condition & Grading): สภาพความสมบูรณ์ของการ์ดถือเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่ง นักสะสมทั่วโลกนิยมส่งการ์ดเข้าสู่กระบวนการประเมินสภาพโดยสถาบันมาตรฐานสากล เช่น PSA (Professional Sports Authenticator) ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะตรวจวัดความคมของมุม ขอบการ์ด พื้นผิว และความสมดุลซ้าย-ขวา โดยการ์ดที่ได้คะแนนระดับ 10 เต็ม (Gem Mint) จะมีมูลค่าสูงกว่าการ์ดสภาพทั่วไปหลายเท่าตัว

เรื่องราวและประวัติศาสตร์เบื้องหลัง (Story & History): เรื่องราวเฉพาะตัวของการ์ด เช่น เป็นการ์ดที่บรรจุชิ้นส่วนเสื้อแข่งจริง (Match-Worn Jersey), ถุงมือแข่งจริง หรือมีลายเซ็นสด (Autograph) ของนักกีฬาและผู้สร้างสรรค์ รวมถึงช่วงเวลาประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นขณะออกการ์ดใบนั้น

พลังของ Community และ Demand: โลกของการ์ดสะสมจะมีคุณค่าเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีกลุ่มคนที่มีความรักและ Passion ร่วมกันในการมองเห็นคุณค่า เชื่อมโยง และพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนสะสมร่วมกัน


“สำหรับ Card Collector แล้ว การ์ดที่มีค่าที่สุดอาจไม่ได้เป็นการ์ดที่แพงที่สุดในคอลเลกชันสะสม แต่อาจเป็นการ์ดใบแรกที่เขาได้มา การ์ดตัวละครหรือนักกีฬาที่เขาชื่นชอบมาตั้งแต่เด็ก หรือการ์ดที่ใช้เวลาตามหามานานหลายปีและมีเรื่องราวในความทรงจำส่วนตัว นี่คือเสน่ห์ของ Collectible Cards ที่ราคาไม่ได้ชี้วัดคุณค่าเสมอไป” อภิสัณห์ กล่าวไว้

อภิสัณห์เน้นย้ำว่า แม้คนภายนอกจะมองว่าวงการการ์ดสะสมเต็มไปด้วยเรื่องของราคาและตัวเลขการซื้อขายแพงๆ แต่สำหรับนักสะสมตัวจริงแล้ว คำว่า "คุณค่า" (Value) มีมิติที่กว้างและลึกซึ้งกว่า "ราคา" (Price) มาก เพราะการ์ดแต่ละใบเป็นเครื่องบันทึกความทรงจำ (Memory Container) ที่เชื่อมโยงความฝันในวัยเด็กเข้ากับชีวิตในปัจจุบัน

ถอดรหัสตัวเลขตลาดการ์ดสะสม จากเทรนด์โลกสู่ตลาดไทยสะพัดหมื่นล้านบาท


เมื่อพิจารณาในแง่มุมของตัวเลขทางเศรษฐกิจ วงการการ์ดสะสมไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมยามว่างขนาดเล็กอีกต่อไป แต่ได้เติบโตจนกลายเป็นอุตสาหกรรมทางการเงินและสินทรัพย์ทางเลือกขนาดใหญ่ โดยมีข้อมูลสถิติที่น่าสนใจของผู้ให้บริการตรวจสอบราคาการ์ดสะสมชั้นนำของโลก ระบุว่า

ภาพรวมมูลค่าการซื้อขายเปิดเผยสาธารณะทั่วโลก ปี 2025: มีมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 3.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การเติบโตก้าวกระโดดใน ปี 2026 (Q1 - Q3): เพียงช่วง 9 เดือนแรกของปี 2026 มูลค่าการซื้อขายในตลาดสาธารณะพุ่งทะยานแตะ 6.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่รวมการซื้อขายแบบส่วนตัว (Private Deals), การตกลงแบบ 1 ต่อ 1 หรือการซื้อขายเงินสดภายในงานการ์ดโชว์ต่างๆ ทั่วโลก

วัฏจักรการเติบโต 6 ปี (2020 – 2026): วงการการ์ดเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงวิกฤต COVID-19 จากการที่ผู้คนอยู่บ้านและมองหาของสะสม จากนั้นเข้าสู่ช่วงพักฐานในการปรับสมดุลราคาช่วงปี 2022–2024 ก่อนจะกลับมาระเบิดพลังเติบโตอย่างแข็งแกร่งสูงสุดในรอบปี 2025–2026 จนยกให้เป็น "ปีทองแห่งวงการการ์ดสะสม"

เมื่อเจาะลึกเฉพาะ ตลาดประเทศไทย อภิสัณห์ได้ฉายภาพให้เห็นว่า ประเทศไทยถือเป็น "ดาวรุ่งพุ่งแรง" ที่ทรงอิทธิพลอย่างมากในภูมิภาคอาเซียน โดยประเมินว่ามูลค่าตลาดรวมที่มีการซื้อขายเปลี่ยนมือซ้ำไปมาในประเทศสูงถึง 20,000 – 30,000 ล้านบาท และมีการเติบโตก้าวกระโดดจากปีที่ผ่านมาสูงถึง 200% – 300%

ในแง่ของ โครงสร้างผู้เล่นและพฤติกรรมผู้บริโภคในไทย สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักได้อย่างชัดเจน

1.กลุ่มกำลังซื้อสูง (High Spending Power / Core Investors): เป็นกลุ่มวัยทำงานอายุระหว่าง 32 – 40 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความพร้อมทางการเงินอย่างเต็มที่ คนกลุ่มนี้มักเคยมีความชื่นชอบการ์ดสะสม การ์ตูน หรือกีฬาในวัยเด็ก แต่ยังไม่มีกำลังซื้อในขณะนั้น เมื่อเติบโตขึ้นและมีรายได้เป็นของตนเอง จึงย้อนกลับมาเติมเต็มความฝัน (Nostalgia Investment) โดยมีกำลังซื้อตั้งแต่หลักหมื่น หลักแสน ไปจนถึงหลักล้านบาท

2.กลุ่มเยาวชนและนักสะสมรุ่นใหม่ (Young Collectors): เด็กและนักเรียนอายุตั้งแต่ 7 – 10 ขวบ ซึ่งเริ่มสนใจการ์ดจากเกมการแข่งขัน TCG เช่น Pokémon และ One Piece โดยเก็บสะสมจากการ์ดราคาย่อมเยาหลักสิบหรือหลักร้อยบาท ซึ่งพัฒนาไปสู่ทักษะการบริหารจัดการและการประเมินมูลค่า

เจาะกรุการ์ดระดับตำนาน 20 ล้านบาท & เคสประวัติศาสตร์ระดับโลก


ไฮไลท์สำคัญในงานแถลงข่าวที่สร้างความฮือฮาให้กับสื่อมวลชนอย่างมาก คือการเปิดกรุการ์ดสะสมส่วนตัวของอภิสัณห์ ซึ่งนำการ์ดหายากระดับโลกมาให้สัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมเรื่องราวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ได้แก่

การ์ด Alex Albon (อเล็กซ์ อัลบอน) - Formula 1 (มูลค่าข้อเสนอซื้อ 20 ล้านบาท): การ์ดนักแข่ง F1 สัญชาติไทยหนึ่งเดียวในประวัติศาสตร์ ใบนี้เป็นประเภท 1/1 (One-of-One) มีเพียงใบเดียวในโลก พิเศษด้วยการบรรจุชิ้นส่วนชุดแข่งจริงของอเล็กซ์ อัลบอน ที่ตัดเอาตรงส่วน "โลโก้ธงชาติไทย" มาติดบนการ์ดอย่างทรงคุณค่า พร้อมลายเซ็นสดของอัลบอน และผ่านการเกรดดิ้งจาก PSA ได้คะแนนสูงถึง PSA 9/10 โดยคุณโอมเผยว่า ซื้อมาในราคาประมาณ 3–4 ล้านบาทก่อนที่อัลบอนจะพีคหนัก และล่าสุดมีนักสะสมยื่นข้อเสนอขอซื้อสูงถึง 20 ล้านบาท แต่เขายังใจแข็งไม่ยอมขาย!

การ์ด Shohei Ohtani (โชเฮย์ โอทานิ) - LA Dodgers เบสบอล (Perfect Gem Mint PSA 10/10): การ์ดของซูเปอร์สตาร์เบสบอลญี่ปุ่นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล การ์ดใบนี้เป็น 1/1 มีเพียงใบเดียวในโลก บรรจุชิ้นส่วน "ถุงมือแข่งจริง" ตัดติดโลโก้หมายเลข 17 พร้อมลายเซ็นสด และได้รับการเกรดดิ้งสภาพการ์ดได้ PSA 10 เต็ม พร้อมการเกรดดิ้งลายเซ็นคมชัดระดับ 10 เต็ม เช่นกัน (เรียกว่า PSA 20 หรือ Perfect Perfect Card) ซึ่งถือเป็นที่สุดในคอลเลกชันส่วนตัว

การ์ด Pokémon Charizard (ลิซาร์ดอน ปี 2007): การ์ดมังกรส้มในตำนานอายุเกือบ 19 ปี ซึ่งผลิตในปี 2007 มีจำนวนจำกัดเพียงประมาณ 40 ใบในโลก ถือเป็นการ์ด TCG ที่นักสะสมโปเกมอนทั่วโลกต่างใฝ่ฝันอยากครอบครอง

การ์ดโบราณยุคสยาม 150 ปี (Allen & Ginter Series): การ์ดสะสมประเภท Non-Sports ในยุคโบราณที่เคยบรรจุอยู่ในซองบุหรี่เมื่อกว่า 150 ปีก่อน ซึ่งเป็นภาพของพระมหากษัตริย์และผู้นำประเทศสยาม (ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นประเทศไทย) สะท้อนคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างเปรียบค่าไม่ได้

นอกจากนี้ อภิสัณห์ยังได้หยิบยกเคสระดับโลกที่ย้ำความยิ่งใหญ่ของวงการการ์ด เช่น การ์ด Cristiano Ronaldo ลายเซ็น 1/1 ซึ่งบริษัทของเขาได้ส่งฝากประมูลผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศและขายได้สูงถึง 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 14 ล้านบาท), เคสของ Logan Paul Influencer และนักมวยปล้ำชื่อดังที่ประมูลการ์ด Pikachu Illustrator เกรด 10 (ใบเดียวในโลก) ไปในราคาประวัติศาสตร์ถึง 11–12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 300–400 ล้านบาท) รวมถึง Kevin O'Leary นักลงทุนจากรายการ Shark Tank ที่ซื้อการ์ดเบสบอล 1/1 ไปในราคา 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


เจาะลึกโมเดลธุรกิจ The Cardster ผู้นำโครงสร้าง Full Ecosystem เบอร์ 1 ของไทย

บริษัท เดอะ การ์สเตอร์ จำกัด (The Cardster Co., Ltd.) ก่อตั้งขึ้นในปี 2021 โดยเริ่มต้นจากความรักและ Passion ปัจจุบันเติบโตอย่างก้าวกระโดดจนมีทีมงานมืออาชีพกว่า 44 คน คุณอภิสัณห์เผยตัวเลขรายได้อันน่าทึ่งว่า ในปี 2024 บริษัทมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 70 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าในปี 2026 นี้ รายได้จะพุ่งทะยานสู่ 220 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้นกว่า 214%

กุญแจสำคัญที่ทำให้ Cardster โดดเด่นและไม่มีใครตามทันในประเทศไทยและเอเชีย คือการเป็นผู้ให้บริการ "Full Ecosystem" ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่าน 6 หน่วยธุรกิจ (Business Units) พร้อมกับยึดมั่นในวิสัยทัศน์ 3 เสาหลัก (3 Pillars): 1) การทำให้คนไทยทุกภูมิภาคเข้าถึงการ์ดสะสมได้อย่างทั่วถึง (Access Across Thailand), 2) การมอบบริการมืออาชีพและน่าเชื่อถือ (Professional & Reliable Service) และ 3) การจัดงานอีเวนต์เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง (Community Building)

ยุทธศาสตร์ Soft Power ผสานการท่องเที่ยว  Bangkok International Card Show


อีกหนึ่งหมุดหมายครั้งสำคัญที่ไม่เพียงแต่ขับเคลื่อนวงการการ์ดสะสม แต่ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระดับประเทศ คือการจัดงาน "Bangkok International Card Show" ซึ่งถูกออกแบบภายใต้คอนเซปต์ "THE ONE OF ONE EXPERIENCE" ชูการผสานวัฒนธรรม เอกลักษณ์ความเป็นไทย อาหารไทย และสถานที่ท่องเที่ยว เข้ากับโลกของการ์ดสะสมระดับโลก

อภิสัณห์อธิบายว่า นักสะสมชาวต่างชาติที่เดินทางมาร่วมงานการ์ด มักจะขยายเวลาอยู่ต่อเพื่อท่องเที่ยว ซื้อของ และรับประทานอาหาร ส่งผลให้เกิดการสะพัดของเงินตราต่างประเทศสู่ธุรกิจท้องถิ่น (Local Economic Growth) นอกจากนี้ Cardster ยังได้สร้างความร่วมมือระดับโลก (Collaboration) ร่วมกับแบรนด์ Futera ผู้ผลิตการ์ดชั้นนำจากประเทศอังกฤษ ในการออกการ์ดซีรีส์พิเศษ "Thai Culture Series" ซึ่งดึงเอาธีมวัฒนธรรมไทยมาสร้างเป็นการ์ดสะสมระดับพรีเมียม และมีตัวเลือกการ์ด 1/1 ใบเดียวในโลกอีกด้วย


วิวัฒนาการและเป้าหมายงาน Bangkok International Card Show (2025 - 2027)
ชื่องาน / หมุดหมายผู้เข้าร่วมงาน (Visitors)จำนวนประเทศ (Countries)ไฮไลท์และสถานที่จัดงาน
BICS 2025 (ปีแรก)5,000 คน23 ประเทศทั่วโลกเงินสะพัดส่งประมูลเฉพาะ Goldin สูงถึง 40 ล้านบาท
BICS 2026 (ปีปัจจุบัน)คาดการณ์ > 12,000 คนมากกว่า 30 ประเทศผสาน Thai Culture Series + โปรโมตการท่องเที่ยวไทย
BICS 2027 (ก้าวใหญ่)เป้าหมาย > 20,000 คนมากกว่า 35 ประเทศจัด ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) วันที่ 6-7 มี.ค. 2570


คำเตือนนักสะสมมือใหม่ และภูมิคุ้มกันในวงการการ์ดสะสม



แม้ตลาดการ์ดสะสมจะเต็มไปด้วยโอกาสและการเติบโตที่น่าดึงดูด แต่อภิสัณห์ ได้ฝากข้อคิดเตือนใจที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สนใจก้าวเข้าสู่วงการการ์ดสะสมว่า “ผมคิดว่าการ์ดสะสมน่าเล่นมากครับ แต่เราต้องเล่นอย่างมีสติ จัดสรรค่าใช้จ่ายให้เหมาะสม และซื้อขายกับผู้จำหน่ายที่เชื่อถือได้ ในส่วนของเรื่องของปลอม วงการนี้มีสถาบันมาตรฐานสากลอย่าง PSA ซึ่งทำหน้าที่เป็นองค์กรกลางในการตรวจสอบความแท้และประเมินสภาพการ์ด ซึ่งอยู่มานานกว่า 30 ปี สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างความรู้ (Educate) ให้กับนักสะสม เพื่อให้ทุกคนสนุกและปลอดภัยในวงการนี้” อภิสัณห์ กล่าวย้ำ

ในประเด็นเรื่องความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจ อภิสัณห์ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า จากประสบการณ์กว่า 5–6 ปีที่ผ่านมา การ์ดสะสมมีสภาวะตลาดเฉพาะตัว (Specific Market) ที่แทบไม่สะทกสะท้านต่อภาวะเศรษฐกิจตกต่ำหรือภัยพิบัติทั่วไป เนื่องจากนักลงทุนและนักสะสมมองการ์ดเป็นสินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Assets) ที่ช่วยกักเก็บและเพิ่มมูลค่าในระยะยาว คล้ายคลึงกับงานศิลปะชั้นครูหรือพระเครื่อง แต่มีข้อได้เปรียบตรงที่มีสภาพคล่องสูงกว่า และมีตลาดรองรับการซื้อขายในระดับสากลอย่างแท้จริง

ก้าวต่อไปของประเทศไทยกับความยิ่งใหญ่ในวงการการ์ดสะสมโลก


การเดินทางจาก "กระดาษหนึ่งใบ" ในวัยเด็ก สู่การเป็นอุตสาหกรรมมูลค่าแสนล้านระดับโลก คือข้อพิสูจน์อันหนักแน่นว่า Passion และ Collectible Culture สามารถพัฒนาไปสู่เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ บริษัท เดอะ การ์สเตอร์ จำกัด และคุณอภิสัณห์ วงษ์ภิญญาวัธน์ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การสร้าง Full Ecosystem ที่แข็งแกร่ง โปร่งใส และเปี่ยมด้วยความตั้งใจ ไม่เพียงแต่สร้างการเติบโตทางธุรกิจระดับ 220 ล้านบาทเท่านั้น แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมโยงคนไทยให้เข้าถึงโอกาสระดับโลก และผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นปักหมุดสำคัญที่นักสะสมทั่วโลกต้องเดินทางมาเยือน

สำหรับผู้ที่สนใจเปิดประสบการณ์โลกแห่งการ์ดสะสมหลักล้าน สามารถติดตามรายละเอียด ข้อมูลข่าวสาร และเข้าร่วมคอมมูนิตี้ ได้ที่หน้าร้าน The Cardster ณ ชั้น 2 เมก้า พลาซ่า สะพานเหล็ก หรือสอบถามรายละเอียดงาน Bangkok International Card Show