
· ยอดจองทัวร์แบบกำหนดเองเพิ่มขึ้นกว่า
600% ตอบรับความต้องการประสบการณ์สุดพิเศษที่ออกแบบเฉพาะบุคคล
·
ยอดจองโรงแรมระดับ Platinum
Luxury เพิ่มขึ้น
สะท้อนคุณค่าด้านสุขภาวะและความเป็นส่วนตัวที่นักเดินทางให้ความสำคัญมากขึ้น
เมื่อการเดินทางกลายเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ
ในชีวิตของคนจำนวนมากในยุคปัจจุบัน โดย 7
ใน 10 ของกลุ่ม Millennials และ Gen Z ระบุว่าการเดินทางเป็นค่าใช้จ่ายที่ “ต้องมี” จากรายงาน AMEX Global Travel Trends ปี 2026 นอกจากนี้
ผู้คนยังใช้จ่ายเพื่อการเดินทางมากขึ้นเรื่อยๆ
ตั้งแต่ความบันเทิงไปจนถึงประสบการณ์ที่ออกแบบเฉพาะบุคคล จากงานวิจัยจากสหราชอาณาจักร พบว่า การพักผ่อน เทศกาล คอนเสิร์ต
และกิจกรรมเพื่อสุขภาพ ติดอันดับต้นๆ ในความต้องการของผู้คนในปี 2569 แทนที่การซื้อสินค้าราคาสูงด้วยประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สร้างความทรงจำ
ข้อมูลล่าสุดจาก Trip.com สะท้อนเทรนด์เดียวกันนี้อย่างชัดเจน โดยการเดินทางระดับไฮเอนด์กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ยอดค้นหาตั๋วเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสและชั้นธุรกิจบน Trip.com เพิ่มขึ้นถึง 99% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ขณะที่ยอดค้นหาโรงแรมระดับ 5 ดาวเติบโตขึ้น 57% YoY

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับตัวเลือกการเดินทางระดับพรีเมียมที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการ
และช่วงเวลาพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในชีวิต
ซึ่งทำให้ทริปนั้นน่าจดจำไม่รู้ลืม
นิยามใหม่ของการเดินทางระดับพรีเมียม
การพักผ่อนในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงการออกไปเที่ยวนอกประเทศอีกต่อไป
แต่กลายเป็นอีกหนึ่งวิธีในการใช้ชีวิตในแบบที่แตกต่างออกไป
นักเดินทางมองหาประสบการณ์ที่น่าจดจำและตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลมากขึ้นเรื่อยๆ โดยทัวร์แบบกำหนดเอง บน Trip.com เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินทาง
และจองทัวร์ที่ออกแบบเฉพาะตามความต้องการได้ โดยมียอดจองพุ่งขึ้นกว่า 600% YoY ทั่วโลก ความต้องการสูงสุดมาจาก จีนแผ่นดินใหญ่, ฮ่องกง และ สิงคโปร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่มีอัตราการเติบโตของนักเดินทางกลุ่มกำลังซื้อสูงเร็วที่สุดในภูมิภาค [1]
ในกลุ่มสมาชิกระดับสูงสุดสองอันดับแรกของ
Trip.com คือ Black Diamond และ Diamond+ ทัวร์แบบกำหนดเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าที่เติบโตเร็วที่สุดเช่นกัน
สะท้อนให้เห็นว่านักเดินทางกลุ่มนี้หันมาให้ความสำคัญกับแผนการเดินทางที่ออกแบบเฉพาะตัวมากขึ้น
พร้อมกับใช้จ่ายต่อทริปสูงขึ้น [2] Trip.com จึงมอบสิทธิพิเศษให้สมาชิก Black Diamond สามารถเข้าถึงทีมดูแลลูกค้าเฉพาะบุคคลตลอด
24 ชั่วโมง
เพื่อมอบบริการที่เป็นส่วนตัวและไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น
นอกเหนือจากประสบการณ์ที่ออกแบบเฉพาะบุคคลแล้ว ความบันเทิงสดยังกลายเป็นอีกหนึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้ผู้คนยอมจ่ายมากขึ้นเพื่อการเดินทาง เพราะนักเดินทางต่างมองหาช่วงเวลาสุดพิเศษที่น่าจดจำ โดย 63% ของนักเดินทางในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเคยเดินทางข้ามประเทศเพื่อไปดูคอนเสิร์ตมาแล้ว และอีก 66% ก็พร้อมที่จะทำเช่นนั้น จาก ข้อมูล ของ Trip.com Group เมื่อเห็นความต้องการนี้ Trip.com Group จึงเปิดตัวแพ็กเกจครบวงจรที่รวมบัตรคอนเสิร์ต ที่พัก การเดินทาง และสถานที่ท่องเที่ยวไว้ในที่เดียว ส่งผลให้ยอดจองเติบโตแบบสามหลักในปี 2568 ตั้งแต่ที่นั่งแถวหน้าคอนเสิร์ต K-pop ไปจนถึงความตื่นเต้นสุดเอ็กซ์คลูซีฟในพิตเลนของการแข่งขัน F1 ความบันเทิงสดกำลังกลายเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้นักเดินทางจองการเดินทางและใช้จ่ายมากขึ้นในทริปต่อไป

ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ดันยอดจองที่พักสุดหรูพุ่งสูงขึ้น
สำหรับนักเดินทางระดับไฮเอนด์จำนวนมาก
ความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวถือเป็นสิ่งจำเป็นในทุกทริป รายงาน ระบุว่ายอดค้นหาคำว่า
“luxury” และ “best
spas” ทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 170% สะท้อนให้เห็นว่านักเดินทางให้ความสำคัญกับการพักผ่อนมากขึ้น
เพื่อค้นหาประสบการณ์ระดับพรีเมียม
[3]
ที่พักสุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง Aman Tokyo ที่โดดเด่นด้วยวิวพาโนรามาและบรรยากาศสงบแบบเซน และ Cheval Blanc Randheli Maldives ที่ได้รับคำชมในเรื่องบรรยากาศเงียบสงบและสระว่ายน้ำส่วนตัว ต่างติดอันดับโรงแรมยอดนิยมใน ลิสต์ Top Luxury Hotels ของ Trip.Best คอลเลกชันคำแนะนำการเดินทางจาก Trip.com ที่วิเคราะห์จากข้อมูลจริง

ในขณะเดียวกัน ยอดจองโรงแรมกลุ่ม “Platinum Luxury Hotels” บน Trip.com เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ โดยความสนใจส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ที่โรงแรมในจีนแผ่นดินใหญ่และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนความนิยมที่เพิ่มขึ้นต่อที่พักคุณภาพสูงในภูมิภาคนี้ ตัวอย่างเช่น ยอดจอง Platinum Luxury Hotels ในเขตมินามิสึรุ ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวภูเขาไฟฟูจิอันงดงามและรีสอร์ตริมทะเลสาบสุดสงบ เติบโตขึ้นถึงสามหลักเมื่อเทียบปีต่อปี [4]

ผู้ใช้งาน Trip.com
สามารถค้นหาคำว่า “Platinum Luxury” ตามด้วยชื่อจุดหมายปลายทางที่ต้องการ
เพื่อค้นพบโรงแรมระดับท็อปจากทั่วโลก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จีนแผ่นดินใหญ่กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับที่พักระดับพรีเมียมในราคาที่คุ้มค่ากว่า Novotel Shanghai Clover ในเซี่ยงไฮ้ หนึ่งในโรงแรมระดับ 5 ดาวยอดนิยมของจีนที่นักเดินทางต่างชาติจองมากที่สุดในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ มีราคาเพียงประมาณ 126 ดอลลาร์สหรัฐต่อคืน ทำให้จีนแผ่นดินใหญ่กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักเดินทางที่มองหาประสบการณ์ระดับไฮเอนด์ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยนักเดินทางจากสิงคโปร์ เกาหลีใต้ และฮ่องกงต่างให้ความสนใจกับเทรนด์นี้ กลายเป็นตลาดต่างประเทศหลักสำหรับ ที่พักคุณภาพในจีน [5]

นักเดินทางระดับพรีเมียมกับการเดินทางไกลขึ้นและนานขึ้น
นักเดินทางระดับพรีเมียมส่วนใหญ่ไม่ถูกจำกัดด้วยฤดูกาลในการเดินทางหรืองบประมาณในการจองทริป
ทำให้พวกเขาเดินทางบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเพื่อธุรกิจหรือพักผ่อน โดยสมาชิกระดับ Black Diamond มียอดจองมากกว่าสมาชิกทั่วไปเกือบ
20 เท่า
สะท้อนให้เห็นว่านักเดินทางกลุ่มไฮเอนด์จำนวนมากเดินทางตลอดทั้งปี [6]
นักเดินทางกลุ่มนี้ไม่ได้เพียงแค่เดินทางบ่อยเท่านั้น แต่ยังเลือกจุดหมายปลายทางที่ไกลขึ้นและพักอยู่นานขึ้นด้วย โดยนักเดินทางต่างชาติที่บินชั้นเฟิร์สคลาสหรือชั้นธุรกิจมักใช้เวลาอยู่ต่างประเทศอย่างน้อย 14 วันต่อทริป ซึ่งนานกว่านักเดินทางทั่วไปเกือบ 40% และยาวนานถึง 20 วันสำหรับนักเดินทางระดับพรีเมียมจากยุโรป ตามข้อมูลของ Trip.com

นอกจากนี้ มากกว่า 4 ใน 10 ของเที่ยวบินชั้นเฟิร์สคลาสและชั้นธุรกิจที่จองทั่วโลกในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้เป็นเที่ยวบินระยะไกล
สะท้อนให้เห็นว่านักเดินทางกลุ่มไฮเอนด์นิยมจุดหมายปลายทางที่ไกลออกไปเป็นพิเศษ ญี่ปุ่น คือจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักเดินทางกลุ่มนี้
โดย 4 ใน 10
อันดับแรกของโรงแรมระดับ 5 ดาวที่มีการจองมากที่สุดในโลกตั้งอยู่ที่ญี่ปุ่น
ขณะที่เส้นทาง เที่ยวบินโตเกียว-ซัปโปโร ก็เป็นเส้นทางเที่ยวบินชั้นเฟิร์สคลาสที่ขายดีที่สุดเช่นกัน [7]
ในทำนองเดียวกัน รูปแบบการจองของสมาชิก Black Diamond และ Diamond+ ก็สะท้อนความนิยมต่อจุดหมายปลายทางระยะไกล โดยเฉพาะประเทศทางฝั่งตะวันตก เช่น ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ขณะที่ญี่ปุ่นก็โดดเด่นในฐานะจุดหมายปลายทางที่ถูกเลือกซ้ำบ่อยที่สุดเช่นกัน [8]

กลุ่ม Millennials และ Gen X
คือกำลังหลักในการใช้จ่ายเพื่อประสบการณ์ระดับไฮเอนด์
นักเดินทางระดับพรีเมียมในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Millennials และ Gen X สะท้อนให้เห็นว่าคนกลุ่มนี้ให้คุณค่ากับประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบายและออกแบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น โดยเกือบ 1 ใน 2 ของนักเดินทางต่างชาติที่จอง โรงแรม 5 ดาว ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ มีอายุระหว่าง 35–49 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่จองตั๋วเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสและชั้นธุรกิจมากที่สุดเช่นกัน ตามข้อมูลของ Trip.com [9] แนวโน้มนี้พบได้ในหลายภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงในกลุ่มสมาชิกระดับสูงของ Trip.com ด้วย สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่ม Millennials และ Gen X ทั่วโลกพร้อมใช้จ่ายเพื่อประสบการณ์คุณภาพเมื่อออกเดินทาง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความต้องการเดินทางของกลุ่มผู้สูงวัยก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ด้วยกำลังซื้อที่สูงกว่านักเดินทางกลุ่มอายุน้อยถึง 3 เท่า ผู้สูงวัยที่มีกำลังทรัพย์และยังคงกระฉับกระเฉงจึงมองหาการเดินทางที่มีคุณภาพมากขึ้น โดยยอดจองโรงแรมรวมของ Old Friends Club โครงการของ Trip.com Group ที่ออกแบบผลิตภัณฑ์พิเศษสำหรับผู้ใช้งานอายุ 50 ปีขึ้นไป เติบโตกว่า 100% YoY ในไตรมาสแรกของปีนี้ สะท้อนความต้องการที่เพิ่มขึ้นต่อการเดินทางที่เน้นประสบการณ์และความเป็นส่วนตัวในกลุ่มผู้สูงวัย

นักเดินทางระดับลักชัวรีในวันนี้ไม่ได้มองหาเพียงความหรูหราอีกต่อไป
แต่มองหาประสบการณ์ที่มากกว่าความธรรมดาในชีวิตประจำวัน
ตั้งแต่ช่วงเวลาสุดประทับใจอย่างการชมคอนเสิร์ต
ไปจนถึงความเป็นส่วนตัวกับการพักผ่อนแบบเงียบสงบ
ประสบการณ์การเดินทางระดับพรีเมียมในวันนี้คือการเดินทางที่ราบรื่น สะดวกสบาย
ครบวงจร และออกแบบเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง
โปรโมชันพิเศษ Premium Cabin Mega Sale

เพื่อตอบรับความต้องการเดินทางระดับพรีเมียมที่เพิ่มขึ้นนี้ Trip.com จัดแคมเปญ Premium Cabin Mega Sale ระหว่างวันที่ 14–17 กันยายน 2569 มอบโค้ดส่วนลดมูลค่าสูง* สำหรับการจองที่นั่งชั้นพรีเมียม พร้อมโค้ดส่วนลดและดีลพิเศษจากสายการบินชั้นนำ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Top Spender* รอบแรกระหว่างวันที่ 14 กันยายน–13 ตุลาคม 2569 มอบรางวัลให้นักเดินทางที่มียอดใช้จ่ายสูงสุดในการจองที่นั่งแบบพรีเมียมในช่วงแคมเปญ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่
*เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไข
รหัสโปรโมชั่นและข้อเสนอทั้งหมดให้บริการตามลำดับก่อนหลัง
โดยขึ้นอยู่กับข้อกำหนดและเงื่อนไขของโปรโมชั่น
ราคาที่แสดงยังไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียม ข้อเสนอทั้งหมดจัดขึ้นตามเวลาประเทศไทย (GMT+7)
[1] ข้อมูลจาก Trip.com ระหว่างวันที่ 1 มกราคม–30 มิถุนายน 2569
[2] ข้อมูลจาก Trip.com Group ตั้งแต่เดือนกันยายน 2568
[3] ข้อมูลจากรายงาน “Why Travel?” ของ Trip.com Group
[4] ข้อมูลจาก Trip.com ระหว่างวันที่ 1 มกราคม–30 มิถุนายน 2569
[5] ข้อมูลจาก Trip.com ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม–31 ธันวาคม 2569
[6] ข้อมูลจาก Trip.com Group ตั้งแต่เดือนกันยายน 2568
[7] ข้อมูลจาก Trip.com ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม–31 ธันวาคม 2569
[8] ข้อมูลจาก Trip.com Group ตั้งแต่เดือนกันยายน 2568
[9] ข้อมูลจาก Trip.com ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม–31 ธันวาคม 2569
เกี่ยวกับ
Trip.com
Group
Trip.com
Group เป็นผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวระดับโลก
ประกอบด้วยแพลตฟอร์ม Trip.com,
Ctrip, Skyscanner และ Qunar
โดยช่วยให้นักเดินทางทั่วโลกสามารถจองบริการด้านการเดินทางได้อย่างคุ้มค่าและมีข้อมูลที่ครบถ้วน
พร้อมทั้งเชื่อมโยงพันธมิตรทางธุรกิจกับผู้ใช้งานผ่านการรวบรวมเนื้อหาและทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวบนแพลตฟอร์มการทำธุรกรรมที่ทันสมัย
ทั้งแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ และศูนย์บริการลูกค้าที่พร้อมให้บริการตลอด 24
ชั่วโมง 7 วัน
Trip.com Group ก่อตั้งขึ้นในปี 2542 เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ในปี 2546 และตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEX) ในปี 2564 ภายใต้พันธกิจ “มุ่งสู่การเดินทางที่สมบูรณ์แบบเพื่อโลกที่ดีกว่า” สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Trip.com Group ได้ที่นี่ และติดตามข่าวสารผ่าน X, Facebook, LinkedIn และ YouTube