
อินเตอร์ซิสเต็มส์ (InterSystems) ผู้ให้บริการเทคโนโลยีข้อมูลเชิงนวัตกรรมระดับโลก จัดงานประชุมใหญ่ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก “InterSystems Asia READY 2026” ณ โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ นวัตกรรม Practical AI และระบบการเชื่อมโยงข้อมูลทางการแพทย์ (Interoperability) พร้อมประกาศความร่วมมือกับ บริษัท ดาต้าวัน (DataOne) เพื่อผลักดันโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสาธารณสุขไทย
สังคมผู้สูงอายุขั้นสุดและวิกฤตขาดแคลนแพทย์

ลูเซียโน บรุสเตีย (Luciano Brustia) กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของอินเตอร์ซิสเต็มส์ เผยว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุขั้นสุด” (Super Aging Society) โดยมีประชากรสูงอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่า 15% ในขณะที่มีประชากรอายุน้อยกว่า 15 ปี ไม่ถึง 12% โครงสร้างนี้ทำให้เกิดผู้ป่วยโรคเรื้อรังซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยประสบปัญหาความตึงตัวของบุคลากรทางการแพทย์อย่างรุนแรง โดยมีอัตราส่วนแพทย์ 1 คน ต่อประชากรประมาณ 1,000 คน ซึ่งเมื่อเทียบกับประเทศมาเลเซียที่มีอัตราส่วนแพทย์ 2.5 คน ต่อประชากร 1,000 คน แสดงให้เห็นว่าแพทย์ไทยต้องรับภาระหนักกว่ามาก ทางออกที่ยั่งยืนจึงไม่ใช่การเพิ่มชั่วโมงทำงาน แต่เป็นการปฏิรูปกระบวนการทำงาน (Workflow Transformation) ด้วยเทคโนโลยี
"ทางออกของปัญหาภาระงานแพทย์ ไม่ใช่การขอให้พวกเขาทำงานหนักขึ้น เพราะแพทย์ในระบบปัจจุบันทำงานเกินขีดจำกัดและมีความตึงเครียดสูงมากอยู่แล้ว แต่คำตอบที่แท้จริงคือการนำเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนกระบวนการทำงาน เพื่อสร้างความแตกต่างในโลกจริง" ลูเซียโน กล่าว
ปลดล็อก Practical AI สู่การใช้งานจริงในโรงพยาบาล

ดอน วูดล็อก (Don Woodlock) ประธานบริษัทอินเตอร์ซิสเต็มส์ นำเสนอแนวคิด “Practical AI” ผ่านระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบใหม่ “AI Native EHR” ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 โรงพยาบาล B&H Hospital ในประเทศไทย ได้เปิดใช้งานระบบนี้เป็นแห่งแรกอย่างเป็นทางการ
ระบบ AI Native EHR ช่วยให้แพทย์ค้นหาประวัติคนไข้ผ่านภาษาธรรมชาติ (Natural Language Interface) ได้ในเสี้ยววินาที พร้อมด้วยเทคโนโลยี Ambient Orchestration ที่ช่วยฟังบทสนทนาระหว่างแพทย์และผู้ป่วย แปลงเป็นบันทึกสรุปทางการแพทย์ (Clinical Notes) และเตรียมคำสั่งรักษาโดยอัตโนมัติ ช่วยลดเวลาการพิมพ์เอกสารของแพทย์
"การสนทนากับระบบเวชระเบียนด้วยภาษาธรรมชาติ (Natural Language EHR) ช่วยลดภาระการกดเมนูและค้นหาเอกสารซ้ำซ้อน ช่วยให้ผู้ให้บริการตรวจรักษาได้รับข้อมูลที่แม่นยำ ทันเวลา และอุทิศเวลาให้กับการดูแลผู้ป่วยได้อย่างแท้จริง" ดอน กล่าวเสริม
นอกจากนี้ ดอน วูดล็อก ยังอ้างอิงผลวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซตส์ (MIT) ในโรงพยาบาลที่ใช้นวัตกรรมของอินเตอร์ซิสเต็มส์ ณ ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งพบว่าเทคโนโลยีจัดการข้อมูลนี้สามารถลดระยะเวลาการให้บริการต่อเคสลงได้เฉลี่ย 5 นาที ช่วยให้โรงพยาบาลเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับคนไข้และลดระยะเวลาการรอคิวลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
สถาปัตยกรรมข้อมูลหนึ่งเดียวและการเชื่อมโยงด้วยมาตรฐาน FHIR

สก็อตต์ เนา (Scott Gnau) รองประธานอาวุโส ฝ่ายแพลตฟอร์มข้อมูล ของอินเตอร์ซิสเต็มส์ ชี้ให้เห็นถึงจุดเด่นทางเทคโนโลยีของอินเตอร์ซิสเต็มส์ ซึ่งพัฒนาในรูปแบบ "ซอฟต์แวร์แบบบูรณาการชิ้นเดียว" (Single Integrated Software Platform) แตกต่างจากผู้ค้ารายอื่นที่นำซอฟต์แวร์หลายตัวมารวมกัน โครงสร้างแบบบูรณาการนี้ช่วยลดความหน่วงข้อมูล (Lower Latency) ข้อมูลไม่ซ้ำซ้อน และลดภาระการบำรุงรักษา
"เรายืนอยู่ในจุดที่แตกต่างและได้เปรียบด้วยความตั้งใจในการออกแบบเทคโนโลยีผ่านซอฟต์แวร์แบบบูรณาการระบบเดียว ช่วยลดความหน่วง ประหยัดทรัพยากร และรักษาความต่อเนื่องของข้อมูลผู้ป่วยในระบบระดับสำคัญสูงสุด" สก็อตต์ กล่าวเพิ่มเติม
ในด้านการเชื่อมโยงข้อมูล (Interoperability) ลูเซียโน บรุสเตีย เปรียบเทคโนโลยีของอินเตอร์ซิสเต็มส์เป็น "ล่ามข้อมูลอัจฉริยะ" ที่ใช้มาตรฐานสากล FHIR (Fast Healthcare Interoperability Resources) เป็นภาษากลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูล พร้อมมีเครื่องมือ Universal Mapping Tool ในการแปลงข้อมูลจากระบบดั้งเดิมที่ไม่เป็นมาตรฐาน ให้สามารถเชื่อมต่อกับระบบกลางได้อย่างปลอดภัย
ลดค่าใช้จ่ายการรักษาซ้ำซ้อน และความร่วมมือกับ ดาต้าวัน (DataOne)

การเชื่อมโยงระบบข้อมูลอย่างสมบูรณ์ยังช่วยแก้ปัญหาเงินเฟ้อทางการแพทย์ (Healthcare Inflation) ซึ่งเติบโตสูงกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) การเข้าถึงข้อมูลประวัติการตรวจและผลแล็บข้ามโรงพยาบาลได้ทันที ช่วยลดการตรวจแล็บและการทำเอกซเรย์ซ้ำซ้อน ประหยัดค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยและระบบสาธารณสุขโดยรวม
เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สาธารณสุขไทย อินเตอร์ซิสเต็มส์ ได้ร่วมมือกับ บริษัท ดาต้าวัน (DataOne) พัฒนาโครงสร้างเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพและระบบประกันภัย (Automated Electronic Claims) เพื่อเร่งรัดกระบวนการเคลมสิทธิ์รักษาพยาบาล ยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพสากล (Medical Destination) อย่างเต็มภาคภูมิ


ภายในงาน Asia READY 2026 อินเตอร์ซิสเต็มส์ยังนำเสนอตัวอย่างการใช้งานจริงที่ครอบคลุมทั้งการเชื่อมโยง และแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านสุขภาพ กระบวนการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI ระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่ ระบบ นิเวศด้านสุขภาพที่เชื่อมโยงถึงกัน ตลอดจนสถาปัตยกรรมข้อมูลสมัยใหม่ ซึ่งก็คือ การวางระบบและ การวางแผน จัดการข้อมูลภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพ

สำหรับประเทศไทย อินเตอร์ซิสเต็มส์และดาต้าวัน (DataOne)
ได้ประกาศความร่วมมือเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569
เพื่อพัฒนาโครงสร้างเชื่อมโยงข้อมูลที่มีความพร้อมสำหรับ AI
ระหว่างโรงพยาบาลและบริษัทประกันภัย สนับสนุน การเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพ
ตลอดจนระบบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนทางอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ
สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันด้านสุขภาพของอินเตอร์ซิสเต็มส์ได้ที่ InterSystems.com
เกี่ยวกับอินเตอร์ซิสเต็มส์
อินเตอร์ซิสเต็มส์ (InterSystems)
ผู้ให้บริการเทคโนโลยีข้อมูลเชิงนวัตกรรม นำเสนอแพลตฟอร์มข้อมูลแบบครบวงจร เพื่อเป็นรากฐานสำหรับแอปพลิเคชันยุคใหม่ให้แก่ลูกค้าในอุตสาหกรรมสุขภาพ
การเงิน การผลิต และซัพพลายเชนในกว่า 80 ประเทศทั่วโลก
แพลตฟอร์มข้อมูลของอินเตอร์ซิสเต็มส์ได้รับการพัฒนาเพื่อแก้โจทย์ด้านการเชื่อมโยงข้อมูล
ความรวดเร็ว และความสามารถในการรองรับการขยายตัวสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ทั่วโลก
ช่วยปลดล็อกศักยภาพของข้อมูลและเปิดโอกาส ให้ผู้ใช้งานสามารถมองเห็นและใช้ประโยชน์จากข้อมูลในรูปแบบใหม่ๆ
อินเตอร์ซิสเต็มส์ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2521 และมุ่งมั่นในการส่งมอบบริการที่เป็นเลิศผ่านการสนับสนุนลูกค้าและพันธมิตร ทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ บริษัทเป็นองค์กรเอกชนที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา และมีสำนักงาน 38 แห่งใน 28 ประเทศทั่วโลก สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ InterSystems.com