1 ก.ย. 2569 98 0

Nutanix ช่วยให้องค์กรมีอิสระในการรัน Agentic AI ที่พร้อมใช้งานจริงด้วยรูปแบบของตัวเอง

Nutanix ช่วยให้องค์กรมีอิสระในการรัน Agentic AI ที่พร้อมใช้งานจริงด้วยรูปแบบของตัวเอง


Nutanix (NASDAQ: NTNX) (นูทานิคซ์) ผู้นำด้านไฮบริดคลาวด์และผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมด้าน AI ประกาศวางตลาด Nutanix Enterprise AI (NAI) 2.8 และเตรียมวางตลาด Nutanix Kubernetes Platform (NKP) 2.19 เร็วๆ นี้ นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวสิทธิประโยชน์ โปรแกรม และทรัพยากรเพิ่มเติม ที่จะช่วยให้พันธมิตรสร้างการเติบโตจากโอกาสใหม่ๆ ที่ AI นำพามาให้ได้อย่างรวดเร็ว

องค์กรหลายแห่งเผชิญอุปสรรคสำคัญในการใช้ AI จากการที่ AI เข้ามาเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้คอนเทนเนอร์ แต่แอปพลิเคชันและข้อมูลสำคัญขององค์กรยังคงกระจัดกระจายอยู่ทั้งบนเวอร์ชวลไลเซชันและคอนเทนเนอร์ ความย้อนแย้งนี้ทำให้องค์กรต้องเพิ่มโครงสร้างพื้นฐานแยกย่อยมากขึ้นเป็นไซโล ทั้งยังต้องย้ายข้อมูลหรือรื้อเวิร์กโหลดเดิมที่ใช้อยู่และทำใหม่ เพื่อให้รองรับการใช้ AI ควบคู่กับแอปพลิเคชันและข้อมูลที่ใช้อยู่แล้ว

นูทานิคซ์แก้ปัญหานี้ด้วยการนำเสนอสถาปัตยกรรมแบบรองรับสองระบบและมีการกำกับดูแลในตัว และสามารถรันได้ทั้งแอปพลิเคชันรูปแบบเดิมและ AI ที่ทันสมัยควบคู่กันไป ช่วยให้โครงสร้างพื้นฐานมีความยืดหยุ่นสามารถรองรับเวิร์กโหลด และการทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านฮาร์ดแวร์ชั้นนำ เพื่อเพิ่มทางเลือกและความยืดหยุ่นให้ลูกค้า การที่นูทานิคซ์นำ AI เข้าไปใช้งานในจุดที่จัดเก็บข้อมูลขององค์กรอยู่แล้ว เป็นการช่วยลูกค้าลดไซโลและสร้างผลตอบแทนการลงทุนได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรื้อระบบใหม่ หรือเพิ่มความซับซ้อนให้เครือข่ายและเลเยอร์ของข้อมูล

NAI และ NKP พัฒนาต่อยอดจากความสามารถของ Nutanix Cloud Platform (NCP) โดยออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรใช้งาน บริหารจัดการ และกำกับดูแล AI แอปพลิเคชันรูปแบบคอนเทนเนอร์ รวมถึงเวิร์กโหลดแบบเวอร์ชวลไลซ์ ได้อย่างปลอดภัยผ่านระบบควบคุมกลางที่มีมาตรฐานเดียวกัน โซลูชันเหล่านี้เข้ามาเสริมศักยภาพหลักของแพลตฟอร์มในการรัน AI บนโครงสร้างพื้นฐานแบบเวอร์ชวลไลซ์ให้มีประสิทธิภาพสูงใกล้เคียงกับฮาร์ดแวร์ (bare-metal) ซึ่งเป็นความสามารถที่เปิดตัวพร้อมกับ NCI 7.6 การทำงานร่วมกันของโซลูชันเหล่านี้ ช่วยให้องค์กรมีทางเลือกที่ยืดหยุ่นกว่าโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิม ที่มักจำกัดทางเลือกด้านสถาปัตยกรรม สร้างภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น และต้องปรับเปลี่ยนแพลตฟอร์มครั้งใหญ่จนส่งผลกระทบต่อการทำงาน

Powered by Nutanix: Verified Services เป็นโปรแกรมใหม่ที่มุ่งช่วยให้พันธมิตรคว้าโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม และการใช้ AI รุ่นใหม่ ด้วยการส่งเสริมให้สร้างบริการที่ผ่านการรับรองมาตรฐานและทำกำไรได้สูง ที่ครอบคลุมตลอดไลฟ์ไซเคิลการใช้บริการของลูกค้า และเพื่อให้สามารถให้บริการรูปแบบใหม่เหล่านี้เป็นไปอย่างคล่องตัว Service Provider (SP) Central จึงทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์แบบ multitenant ที่ยืดหยุ่น ช่วยให้ผู้ให้บริการควบคุมและขยายบริการด้านโครงสร้างพื้นฐาน แพลตฟอร์ม คลาวด์เนทีฟ และ AI ได้ตามทิศทางของตน

โทมัส คอร์เนลี รองประธานบริหารฝ่ายจัดการผลิตภัณฑ์ของนูทานิคซ์ กล่าวว่าการใช้ AI ในระดับองค์กร ไม่ควรเป็นการบีบให้ลูกค้าต้องรื้อระบบเดิมที่ใช้ขับเคลื่อนธุรกิจอยู่แล้วและสร้างใหม่ สถาปัตยกรรมแบบรองรับสองระบบ (dual-native) ของเราจะช่วยให้ลูกค้าสามารถนำ AI ไปใช้ร่วมกับแอปพลิเคชันและข้อมูลเดิมที่มีอยู่แล้วได้ และสามารถเลือกรันเวิร์กโหลดแต่ละรายการบนโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมที่สุดได้ โดยยังคงมาตรฐานการดำเนินงานและการกำกับดูแลเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานบนเวอร์ชวลแมชชีน คอนเทนเนอร์ หรือ AI ซึ่งเป็นแนวทางที่องค์กรใช้งานได้จริงโดยไม่ทำให้เกิดไซโลใหม่ๆ และไม่จำกัดทางเลือกในอนาคต

นพดล ปัญญาธิปัตย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย ของนูทานิคซ์ กล่าวว่าองค์กรในประเทศไทยกำลังเผชิญความกดดันในการเปลี่ยนเป้าหมายด้าน AI ให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและแอปพลิเคชันเดิมที่ใช้งานอยู่ เมื่อการใช้ agentic AI เติบโตอย่างรวดเร็ว สิ่งที่องค์กรในภูมิภาคนี้ต้องการมากที่สุด คือแนวทางที่ช่วยให้การรัน AI ในระดับใหญ่ทำได้ง่ายขึ้น โดยยังคงความรัดกุมด้านการกำกับดูแล ความปลอดภัย และความเสถียรที่จำเป็นไว้ได้ในสภาพแวดล้อมที่ใช้งานจริง นอกจากนี้ ลูกค้ายังต้องการความยืดหยุ่นในการประยุกต์ใช้ AI ตามความต้องการเฉพาะของตน โดยไม่ต้องรื้อหรือออกแบบโครงสร้างระบบใหม่ทั้งหมด ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญสำหรับพันธมิตรและผู้ให้บริการในการพัฒนาบริการใหม่ๆ ด้าน AI และคลาวด์ เพื่อช่วยเร่งการปรับปรุงระบบของลูกค้าให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

Nutanix Enterprise AI: ช่วยองค์กรดึง AI เข้าหาข้อมูล โดยไม่ต้องรื้อระบบทุกอย่างใหม่ 

NAI มอบแพลตฟอร์มที่เป็นหนึ่งเดียวและปลอดภัย เพื่อติดตั้งใช้งาน บริหารจัดการ และสเกลเวิร์กโหลด AI บนสภาพแวดล้อมแบบผสมผสานทั้งหมด ช่วยให้องค์กรควบคุมการกำกับดูแลเอเจนต์ และโมเดลต่างๆ สามารถมองเห็นภาพรวมการใช้โทเค็น และช่วยให้การพัฒนา AI คล่องตัว ผ่านอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายที่มาพร้อมตัววัดสถานะและวิเคราะห์ระบบเชิงลึกในตัว และ model-as-a-service ที่ใช้งานง่าย ทั้งยังมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัย ความสามารถในการสเกล และการทำงานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานเดิม

การอัปเดทสำคัญของ NAI ประกอบด้วย

  • Agent Gateway: ปัจจุบันเปิด generally available ให้ใช้งาน MCP Gateway ซึ่งทำหน้าที่เป็นช่องทางเข้าหลักเพียงทางเดียวที่มีความปลอดภัย ช่วยให้ AI agents เข้าถึงเครื่องมือและข้อมูลต่างๆ ได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเขียนโค้ดเชื่อมต่อเอง นอกจากนี้นูทานิคซ์ยังได้เปิดตัว MCP Server สำหรับ NCP เพื่อช่วยให้ลูกค้าสร้างแอปพลิเคชัน agentic AI ที่เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานภายใต้การจัดการของนูทานิคซ์ได้อย่างปลอดภัย
  • Private Inference: ความสามารถใหม่ ๆ ด้านการอนุมานและการปรับแต่งขั้นสูง รองรับการประมวลผลหาคำตอบ (inference) LLM โดยการแบ่งโมเดลออกเป็นส่วน ๆ แล้วกระจายไปคำนวณใน GPU หลายตัวพร้อมกันในเวลาเดียว (tensor parallelism) ส่งผลให้สามารถประมวลผลข้อมูลได้ปริมาณมาก และมีระยะเวลาตอบสนองต่ำ เหมาะสำหรับเวิร์กโหลด LLM ระดับองค์กร นอกจากนี้ ยังช่วยให้สามารถประมวลผลหาคำตอบแบบกลุ่ม (batch inference) และถอดรหัสแบบคาดการณ์ได้ (speculative decoding) 

ฟีเจอร์สำคัญ ประกอบด้วย 1) Parameter-Efficient Fine-Tuning ที่รองรับการปรับแต่งโมเดลด้วยเทคนิค Low Rank Adaptation (LoRA) สำหรับโมเดลขนาดเล็ก (ต่ำกว่า 8 พันล้านพารามิเตอร์) เป็นการช่วยให้องค์กรปรับแต่ง open LLM ด้วยข้อมูลภายในได้อย่างคุ้มค่าโดยใช้ GPU เพียงตัวเดียว พร้อมติดตั้ง adapter เข้าสู่ระบบประมวลผลได้ทันทีอย่างราบรื่น 2) Scalable multi-GPU serving ที่รองรับการประมวลผลผ่าน GPU หลายตัวด้วย tensor parallelism ช่วยเพิ่มปริมาณการรองรับข้อมูล และกระจายการให้บริการได้อย่างรวดเร็วครอบคลุมสภาพแวดล้อมไฮบริดคลาวด์ขององค์กร และ 3) Speculative decoding หรือการถอดรหัสเชิงคาดการณ์ ซึ่งช่วยเร่งการสร้างโทเค็นการอนุมาน LLM ได้สูงสุดถึง 2.5 เท่า โดยใช้โมเดลร่างน้ำหนักเบา (lightweight draft models) ที่ช่วยลดระยะเวลาในการแสดงผลโดยไม่ลดทอนความแม่นยำของโมเดล

  • การยกระดับความปลอดภัยเพื่อป้องกัน Rogue AI (โมเดล AI ที่ทำงานผิดปกติหรือไม่ได้รับอนุญาต): เมื่อ agentic AI เติบโตอย่างรวดเร็วพร้อมกับความเสี่ยงที่โมเดลอาจทำงานหลุดออกนอกขอบเขตการควบคุม (sandbox) ความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด NAI ช่วยปกป้องระบบจาก rogue model ได้อย่างรัดกุมผ่านแพลตฟอร์มและ APIs ด้วยระบบบริหารจัดการสิทธิ์และการเข้าถึง (Identity and Access Management: IAM) ที่กำหนดได้อย่างละเอียด การกำหนดบทบาทผู้ใช้ตามต้องการ และการแชร์โมเดลอย่างราบรื่น ซึ่งช่วยควบคุมความปลอดภัยด้วยการให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็น (least-privilege) จึงมั่นใจได้ว่าเอเจนต์ต่าง ๆ จะทำงานได้อย่างปลอดภัยและเข้าถึงได้เฉพาะผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้น รวมถึงรองรับการติดตั้งใช้งาน air-gapped NVIDIA NIM 

Nutanix Kubernetes Platform: โครงสร้างพื้นฐานพร้อมใช้และเชื่อถือได้ รองรับแอปพลิเคชันยุคใหม่ และ AI 

NKP ช่วยให้องค์กรสามารถจัดการการทำงานของคอนเทนเนอร์ได้ง่ายขึ้นทั้งคอนเทนเนอร์ที่รันอยู่บนระบบ bare metal และเวอร์ชวลแมชชีน โดยไม่ต้องสร้างองค์ประกอบเทคโนโลยีที่ซับซ้อนขึ้นมาเอง เวอร์ชันใหม่ที่จะเปิดตัวนี้ มอบแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาให้เหมาะกับ AI เพื่อใช้สร้างและรันแอปพลิเคชันแบบ agentic ในระดับใหญ่ รวมถึงฟีเจอร์ต่างๆ ที่เตรียมเปิดให้บริการเร็วๆ นี้ ได้แก่

  • NKP Metal: อกแบบมาเพื่อนำความง่ายระดับ HCI มาสู่ Bare-Metal Kubernetes พร้อมระบบติดตั้ง OS, เฟิร์มแวร์ และคอนเทนเนอร์ แบบอัตโนมัติ รวมถึงมีระบบ persistent storage ระดับองค์กรในตัวอย่างแท้จริง ช่วยขจัดความยุ่งยากซับซ้อนจากการนำหลายระบบมาปะติดปะต่อกัน
  • NKP Full Stack: ในขณะที่ NKP Metal ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความง่ายให้กับการรันบน Bare-Metal แต่ NKP บน AHV ก็ยังคงเป็นหัวใจหลัก (cornerstone) สำหรับองค์กรที่ต้องการสภาพแวดล้อมแบบเวอร์ชวลไลเซชันที่มีความยืดหยุ่น คล่องตัว และแข็งแกร่ง และเมื่อผสานการทำงานร่วมกับ Nutanix Flow ระบบ NKP บน AHV จะช่วยสร้าง network-level sandboxing ที่เข้มงวดให้กับ AI agent ซึ่งช่วยตัดแยกระบบ (isolation) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีแบบแปลกปลอม (rogue attacks) และป้องกันการเจาะขยายวงลุกลามภายในเครือข่าย (lateral movement)
  • AI Applications Catalog: มอบช่องทางการติดตั้งใช้งานที่ง่ายเพียงคลิกเดียวให้กับซอฟต์แวร์ AI/ML ที่ผ่านการคัดสรรและทดสอบการทำงานแล้ว (เช่น Kubeflow, Milvus และ Slurm) ช่วยขจัดความยุ่งยากในการเชื่อมต่อระบบด้วยตนเอง 
  • Hardware and Compliance: มีแผนขยายการรองรับระบบนิเวศร่วมกับพันธมิตร ด้วยการทำ validated integration กับ GPU ชั้นนำ ควบคู่ไปกับระบบจัดสรรทรัพยากรแบบยืดหยุ่นอัตโนมัติ (dynamic resource allocation) เพื่อรองรับเวิร์กโหลด AI ยุคใหม่

CNCF Certified Kubernetes AI Conformant Platform: NKP ได้รับการรับรองมาตรฐานอย่างเป็นทางการจาก CNCF เพื่อยืนยันว่า NKP มี API และศักยภาพที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งจำเป็นต่อการรันเวิร์กโหลด AI ระดับองค์กรได้อย่างมีเสถียรภาพและเชื่อถือได้ 

ประสิทธิภาพระบบจัดเก็บข้อมูลสำหรับ AI และการรับรองมาตรฐานร่วมกับ NVIDIA

เวิร์กโหลด AI ที่ต้องการการประมวลผลสูง ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานที่ถ่ายโอนข้อมูลได้ต่อเนื่อง เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน GPU ได้สูงสุด และลดความเสี่ยงในการติดตั้งใช้งาน ล่าสุด Nutanix Unified Storage (NUS) ได้รับการรับรองมาตรฐาน NVIDIA-Certified Storage ในระดับองค์กร ช่วยสร้างรากฐานการทำงานร่วมกันที่เชื่อถือได้ และขจัดปัญหาคอขวดของข้อมูล นอกจากนี้ NUS ยังช่วยสร้างเส้นทางการส่งข้อมูลความเร็วสูงและมีระยะเวลาตอบสนองต่ำเข้าสู่ GPU โดยตรง ส่งผลให้ GPU ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ พร้อมรองรับการขยายระบบแบบเชิงเส้น (linear scalability) ให้กับเวิร์กโหลด AI ขนาดใหญ่ในสภาพแวดล้อมการใช้งานจริงได้อย่างมั่นใจ

ช่วยพันธมิตรพัฒนา สร้างรายได้ และขยายบริการด้าน AI

ข้อมูลจาก Gartner® ระบุว่าภายในปี 2029 องค์กรธุรกิจกว่า 55% จะย้ายเวิร์กโหลดทั้งหมดจาก VMware ไปยังโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานอื่น”* นูทานิคซ์จึงได้เปิดตัวโครงการ Powered by Nutanix: Verified Services เพื่อช่วยให้พันธมิตรคว้าโอกาสจากความเปลี่ยนแปลงในตลาด การประยุกต์ใช้ AI ยุคใหม่ รวมถึงโอกาสใหม่ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น 

โครงการนี้มอบกรอบการทำงานที่ช่วยสนับสนุนระบบนิเวศพันธมิตรในวงกว้าง ให้สามารถเปลี่ยนผ่านจากการขายแบบครั้งเดียวในรูปแบบเดิม ไปสู่การสร้างรายได้ต่อเนื่องที่มีกำไรสูง ผ่านการสร้างบริการที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน โครงการนี้สนับสนุนพันธมิตรอย่างครบวงจรด้วยระบบ onboarding ที่รวดเร็ว ชุดเครื่องมือสำหรับส่งมอบบริการ และตราสัญลักษณ์รับรองพิเศษ ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐานไฮบริดคลาวด์, Kubernetes และการย้ายระบบเวอร์ชวลแมชชีน สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้พันธมิตรดูแลลูกค้าได้ตลอดวงจรการใช้งาน สร้างมูลค่าให้ลูกค้าได้เร็วยิ่งขึ้น และรักษาฐานลูกค้าระยะยาวได้สูงสุด

นูทานิคซ์ยังได้เปิดให้ใช้งาน SP Central ซึ่งเป็นระบบควบคุมกลางแบบมัลติเทนแนนต์ (unified multitenant control plane) ที่เข้ามาช่วยเพิ่มทางเลือกให้แก่พันธมิตรผู้ให้บริการที่ได้รับผลกระทบจาก VMware ในการสร้างและทำกำไรจากบริการของตน Service Provider Central มอบรากฐานที่เป็นหนึ่งเดียวและมีมาตรฐานเดียวกันให้ผู้ให้บริการสามารถพัฒนาและสร้างรายได้จากพอร์ตโฟลิโอบริการที่หลากหลาย ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน แอปพลิเคชัน คลาวด์เนทีฟ และบริการด้าน AI พร้อมมอบความยืดหยุ่นทั้งในเรื่องสภาพแวดล้อมที่ใช้งานและรูปแบบลิขสิทธิ์ SP Central นี้ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ให้บริการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ปกป้องอัตรากำไร ขณะเดียวกันก็เพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าในการรันแอปพลิเคชันและเวิร์กโหลด AI บนสภาพแวดล้อมที่ต้องการได้

ความคิดเห็นจากนักวิเคราะห์อุตสาหกรรม

การนำเสนอโมเดลแบบ 'dual native' ที่รวมบริการต่าง ๆ เช่น ระบบเครือข่าย ความปลอดภัย และการปกป้องข้อมูล เข้าด้วยกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว ทั้งบนเวอร์ชวลแมชชีน และคอนเทนเนอร์ ทำให้นูทานิคซ์กำลังก้าวสู่การแข่งขันในตลาดที่การบังคับใช้นโยบายและความต่อเนื่องในการดูแลระบบ เป็นปัจจัยชี้วัดความต่างสำคัญ เนื่องจากองค์กรยุคนี้ให้ความสำคัญกับความสอดคล้องกันของแพลตฟอร์มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่พอร์ตโฟลิโอแอปพลิเคชันของตนขยายครอบคลุมตั้งแต่ระบบเดิม ระบบปรับปรุงโครงสร้างใหม่ ไปจนถึงสถาปัตยกรรมแบบคลาวด์เนทีฟ” – Matt Flug, IDC

ความคิดเห็นจากพันธมิตรในระบบนิเวศ

“Continent 8 Technologies ทำงานร่วมกับนูทานิคซ์อย่างใกล้ชิดเพื่อช่วยกำหนดทิศทางของบริการคลาวด์ยุคใหม่สำหรับอุตสาหกรรมที่มีกำกับดูแลเข้มงวด ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องของเรากับนูทานิคซ์ รวมถึงการพัฒนา Service Provider Central ตั้งอยู่บนเป้าหมายที่ต้องการช่วยให้ลูกค้าประยุกต์ใช้ศักยภาพของคลาวด์และ AI ยุคใหม่ได้โดยไม่ต้องเผชิญความซับซ้อนที่ไม่จำเป็น เรากำลังร่วมกันขับเคลื่อนให้องค์กรในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีกฎระเบียบเข้มงวด สามารถสร้างนวัตกรรมได้เร็วยิ่งขึ้นและโฟกัสที่ธุรกิจหลักได้อย่างเต็มที่ ควบคู่ไปกับการรักษาความปลอดภัย มาตรฐานข้อบังคับ และการควบคุมการดำเนินงานได้อย่างครบถ้วน — Edward O’Connor, ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี, Continent 8 Technologies

การวางจำหน่าย

NAI 2.8 และ SP Central เปิดให้ใช้งานทั่วไปแล้ว ส่วน NKP 2.19 จะพร้อมเปิดให้ใช้งานในเร็วๆ นี้ 


---------------------
*Gartner, 2026 Strategic Roadmap for VMware Modernization, Julia Palmer, et al., 7 April 2026

 GARTNER is a trademark of Gartner, Inc. and/or its affiliates.

IDC, Nutanix .NEXT 2026: Enabling Customer Choice in Compute and Deployment Architectures, April 10, 2026, Matt Flug



เกี่ยวกับนูทานิคซ์

นูทานิคซ์เป็นผู้นำด้านไฮบริดคลาวด์และผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม AI นำเสนอแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์โครงสร้างพื้นฐานแบบรวมศูนย์ เพื่อให้องค์กรต่าง ๆ สามารถรันแอปพลิเคชัน ข้อมูล และ AI ได้อย่างปลอดภัยในทุก ๆ ที่ นูทานิคซ์ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วโลก และช่วยเสริมศักยภาพให้มากกว่า 50% ของบริษัทในกลุ่ม Global 2000 ให้สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย AI พร้อมทั้งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานให้ทันสมัย ปรับการดำเนินงานให้เรียบง่าย และควบคุมต้นทุน เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ www.nutanix.com หรือติดตามผ่านทางโซเชียลมีเดีย

©2026 Nutanix, Inc. All rights reserved. Nutanix, the Nutanix logo, and all Nutanix product and service names mentioned herein are registered trademarks or unregistered trademarks of Nutanix, Inc. (“Nutanix”) in the United States and other countries. Other brand names or marks mentioned herein are for identification purposes only and may be the trademarks of their respective holder(s). This press release is for informational purposes only and nothing herein constitutes a warranty or other binding commitment by Nutanix. This content contains express and implied forward-looking statements, including but not limited to statements regarding the availability and capabilities of the upcoming NKP 2.19 release, its features, performance, integrations, certifications and ecosystem support, the functionality and strategic direction of NAI and SP Central, and our plans and expectations regarding the Powered by Nutanix: Verified Services program. Such statements are not historical facts and are instead based on our current expectations, estimates, and beliefs. The accuracy of such statements involves risks and uncertainties and depends upon future events, including those that may be beyond our control, and actual results may differ materially and adversely from those anticipated or implied by such statements, including, among others: potential development or distribution delays; risks inherent in the adoption of new agentic AI technologies and multi-tenant infrastructure solutions; the effectiveness of security and governance frameworks; our ability to successfully launch and gain market acceptance for new partner programs and service delivery models; and evolving industry standards for AI-driven automation. Any forward-looking statements included speak only as of the date hereof and, except as required by law, we assume no obligation to update or otherwise revise any such forward-looking statements to reflect subsequent events or circumstances. Customer statements and reports on results, benefits, savings or other outcomes depend on a variety of factors including their use case, individual requirements, and operating environments, and should not be construed to be a promise or obligation to deliver specific outcomes. Certain information contained in this content may link or refer to, or be based on, studies, publications, surveys, and other data obtained from third-party sources. While we believe these third-party studies, publications, surveys, and other third-party data are reliable as of the date of publication, they have not independently verified unless specifically stated, and we make no representation as to the adequacy, fairness, accuracy, or completeness of any information obtained from a third-party. Our decision to publish, link to or reference third-party data should not be considered an endorsement of any such content.