งานประชุม Kintone Day Bangkok กลับมาอีกครั้งในวันที่ 11 กันยายน เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอี ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ และทีม IT มาร่วมกันแก้ไขปัญหาคอขวดที่ฉุดรั้งการนำ AI มาใช้ในธุรกิจไทย
Kintone Thailand ภายใต้ Kintone Southeast Asia ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Cybozu, Inc. บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ประกาศเดินหน้าในครึ่งหลังของปี 2569 หลังประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของกลุ่ม Cybozu โดยฐานลูกค้าในประเทศไทยขยายตัวเติบโตมากกว่า 140% ในปี 2569 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แรงขับเคลื่อนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงที่พนักงานไทยนำ AI มาใช้ได้รวดเร็วกว่าความสามารถขององค์กรในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่ง Kintone Thailand พบว่าช่องว่างดังกล่าวได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ผลักดันความต้องการใช้แพลตฟอร์มของบริษัทในขณะนี้
ข้อมูลล่าสุดระบุว่าแรงงานไทยกำลังก้าวนำหลายประเทศทั่วโลกในด้านการใช้ AI โดยประเทศไทยมีอัตราการเติบโตของการนำ AI มาใช้สูงเป็นอันดับ 2 ของโลกที่ 36.4% ต่อปี เทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 17.8% เป็นรองเพียงเกาหลีใต้ ขณะที่รายงาน Work Trend Index 2026 ของ Microsoft ระบุว่า พนักงานไทย 32% จัดอยู่ในกลุ่มผู้ใช้ AI ขั้นสูง ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึงสองเท่า นอกจากนี้ พนักงานไทย 51% ยังระบุว่า ผู้นำองค์กรสามารถสื่อถึงทิศทางด้าน AI ได้อย่างชัดเจน เทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 26%
อย่างไรก็ตาม แม้การนำ AI มาใช้จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่องค์กรกลับยังปรับตัวตามไม่ทัน ผลสำรวจThailand Digital Transformation Survey 2026 ของ Deloitte พบว่า องค์กรไทยเกือบ 70% ยังคงมองว่า AI เป็นความรับผิดชอบของฝ่ายไอที แทนที่จะกำหนดให้เป็นวาระสำคัญที่ขับเคลื่อนโดยฝ่ายธุรกิจ ขณะที่ 81% ยังคงติดอยู่ในขั้นทดลองและโครงการนำร่อง แม้อัตราการนำ AI ไปใช้งานจริงจะเพิ่มขึ้นเป็น 61% แต่มีองค์กรเพียง 19% เท่านั้นที่สามารถขยายการใช้ AI ให้ครอบคลุมการดำเนินงาน และองค์กรส่วนใหญ่ยังฝึกอบรมพนักงานให้มีทักษะด้าน AI ได้ไม่ถึง 30% ของบุคลากรทั้งหมด
ช่องว่างดังกล่าวเห็นได้ชัดที่สุดในกลุ่มธุรกิจ SMEs ซึ่งมีสัดส่วนการจ้างงานคิดเป็น 68.8% ของแรงงานทั้งหมดในประเทศไทย และคิดเป็น 99.5% ของจำนวนธุรกิจทั่วประเทศ โดยในปี 2566 ธุรกิจ SMEs สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 6.3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 35.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ]
ขณะเดียวกัน ธุรกิจ SMEs ไทยมีคะแนนในดัชนีวัดความพร้อมทางดิจิทัล หรือ Digital Maturity Index ของ ETDA เพียง 2.45 จากคะแนนเต็ม 4.00 โดยธุรกิจส่วนใหญ่ยังถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “Digital Followers” ซึ่งใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อการสื่อสารและระบบขายหน้าร้านเป็นหลัก แต่ยังแทบไม่ได้นำมาใช้ในการออกแบบกระบวนการทำงาน ขณะเดียวกัน สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. ยังชี้ถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน สอดคล้องกับ ETDA ที่ระบุว่า ผู้ประกอบการจำนวนมากยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับผลตอบแทนจากการลงทุน ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า SMEs ไทยต้องการแนวทางนำ AI มาใช้ที่ชัดเจนกว่าเดิมและมีความเสี่ยงต่ำลง
“บริษัทไทย 7 ใน 10 แห่งยังคงจัดให้ AI เป็นเรื่องของฝ่ายไอที” คุณน้ำยา วายุภาพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Kintone Thailand กล่าว “สำหรับธุรกิจ SMEs ย่อมหมายถึงการฝากความรับผิดชอบไว้กับพนักงานเพียงคนเดียว ซึ่งต้องดูแลระบบเครือข่ายและแก้ปัญหาการใช้งานแล็ปท็อปอยู่แล้ว ขณะที่คนซึ่งเข้าใจดีที่สุดว่าเหตุใดกระบวนการอนุมัติจึงต้องใช้เวลาถึง 5 วัน กลับไม่เคยถูกเชิญเข้ามามีส่วนร่วมในการพูดคุย การเติบโตของ Kintone จึงเกิดขึ้นจากช่องว่างระหว่างธุรกิจที่มีบุคลากรพร้อมปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน แต่ยังไม่มีกระบวนการที่ช่วยให้องค์กรสามารถลงมือทำได้จริง”
การเติบโตและแผนงานครึ่งหลังของปี 2569
นับตั้งแต่บริษัท Cybozu ประกาศว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อเดือนมีนาคม 2569 ปัจจุบัน Kintone Thailand สามารถขยายฐานลูกค้าได้มากถึง140% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 แรงส่งดังกล่าวยังสะท้อนผ่านการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของผลกำไรบริษัทแม่
Cybozu ได้รายงานยอดขายรวมในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ที่ 20,780 ล้านเยน เพิ่มขึ้น 16.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย Kintone กลายเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของบริษัท ด้วยยอดขายเพิ่มขึ้น 19.1% สู่ระดับ 12,243 ล้านเยน
การขับเคลื่อนธุรกิจของ Kintone Thailand ยังดำเนินไปในทิศทางเดียวกับความพยายามระดับประเทศ เช่น โครงการ THAILAND² ยกกำลังประเทศไทย ยกระดับทุนมนุษย์ ซึ่งเปิดตัวภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และโครงการ SMEs Growth 2026 ซึ่งนำโดย ETDA ร่วมกับพันธมิตรหลายหน่วยงาน รวมถึง สสว.

โยชิฮิสะ อาโอโนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Cybozu, Inc. กล่าวว่า “ประเทศไทยมีแรงงานที่มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีนี้สูงเป็นอันดับต้นๆ เมื่อเทียบกับหลายประเทศที่เราได้พบเห็น เมื่อโครงสร้างในองค์กรได้รับการวางระบบอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากศักยภาพดังกล่าวได้อย่างเต็มที่ ประเทศไทยจะสามารถก้าวไปได้ไกลกว่านี้อย่างมาก”
หนึ่งในความเคลื่อนไหวแรกๆ จากหลายแผนงานที่วางไว้สำหรับครึ่งปีหลังนี้ คืองาน Kintone Day Bangkok 2026 ที่กลับมาจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ของ Kintone Days Global 2026 โดยงานนี้ออกแบบมาเพื่อให้เจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอีและผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ ได้นั่งพูดคุยร่วมกับทีม IT ซึ่งต้องมีหน้าที่รับผิดชอบการตัดสินใจด้านเทคโนโลยีเหมือนเป็นผู้แทนองค์กร งานได้จัดขึ้นในรูปแบบการประชุมเชิงปฏิบัติการที่มุ่งแก้ปัญหากระบวนการทำงานจริงในท้องถิ่น มากกว่าจะเป็นการสาธิตผลิตภัณฑ์ และจะมีบริการล่ามแปลภาษาไทยและญี่ปุ่นพร้อมกันตลอดงาน
|
รายละเอียดการจัดงาน |
|
|
ชื่องาน |
Kintone
Day Bangkok 2026 |
|
วันที่ |
วันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2569 |
|
เวลา |
13.00–17.00
น.
เปิดลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 12.00 น. |
|
สถานที่ |
โรงละครเคแบงก์ สยามพิฆฮอลล์
ชั้น 7 สยามสแควร์วัน กรุงเทพฯ |
|
ค่าเข้าร่วมงาน |
ฟรี
ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าสำหรับผู้เข้าร่วมทุกท่านผ่าน ลิงก์นี้. |
|
เว็บไซต์ |
kintone.cybozu.co.jp/jp/event/kintone-days-global/bangkok/th |
เกี่ยวกับ Kintone (Thailand)
Kintone พัฒนาโดย ไซโบสุ อิงค์ หนึ่งในผู้ให้บริการกรุ๊ปแวร์ชั้นนำของญี่ปุ่น
เป็นแพลตฟอร์มการทำงานดิจิทัลที่สามารถปรับรูปแบบการใช้งานได้ตามความต้องการขององค์กรทุกขนาด Kintone มีสำนักงานอยู่ในกรุงเทพมหานคร
พร้อมส่งมอบการดูแลและบริการที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานในท้องถิ่นทั่วประเทศไทย ด้วยการจัดตั้งสำนักงานในกรุงเทพมหานคร
Kintone พร้อมส่งมอบการดูแลและบริการที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานในท้องถิ่นทั่วประเทศไทย
และยังมีเครือข่ายพันธมิตรเพื่อให้คำปรึกษาและพันธมิตรด้านผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งในประเทศคอยสนับสนุน
ปัจจุบันมีบริษัทกว่า
42,000 แห่งทั่วโลก ซึ่งรวมถึงบริษัทที่อยู่ในตลาด Prime ของตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (TSE) อีกกว่า 46% ยังให้ความไว้วางใจเลือกใช้ Kintone แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถเปลี่ยนผ่านจากระบบการทำงานที่กระจัดกระจายและกระบวนการทำงานแบบดั้งเดิมไปสู่ขั้นตอนการทำงานดิจิทัลที่มีความยืดหยุ่นและปลอดภัย
โดยปัจจุบันมีแอปพลิเคชันกว่า 3 ล้านแอปที่ผู้ใช้สร้างขึ้นบน Kintone และเพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นที่มีต่อตลาดผู้ใช้งานในไทย
Kintone ได้ยกระดับคุณสมบัติต่าง ๆ ให้ตอบโจทย์มากยิ่งขึ้นด้วยการรองรับภาษาไทยอย่างสมบูรณ์แบบ และเพิ่มขีดความสามารถอันเหนือชั้นด้วยนวัตกรรมใหม่
Kintone AI
เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับตลาดประเทศไทย
Kintone พร้อมรองรับภาษาไทยควบคู่ไปกับยกระดับความสามารถขั้นสูงอย่าง
Kintone AI ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากยิ่งขึ้น
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.kintone.com/en-sea.
เกี่ยวกับ ไซโบสุ อิงค์
ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.
2540 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (TSE: 4776) โดยเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโซลูชันการทำงานบนระบบคลาวด์ชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนสังคมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยการทำงานเป็นทีม ด้วยการออกแบบโซลูชันซอฟต์แวร์ที่เน้นสร้างความสมดุลระหว่างการทำงานร่วมกันของผู้คนและเทคโนโลยี
ควบคู่ไปกับความสามารถในการสร้างสรรค์งานและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
ผลิตภัณฑ์เรือธงของเรา คือ
Kintone แพลตฟอร์มการทำงานบนระบบคลาวด์ ซึ่งได้กลายมาเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจระดับโลกมากมายนับตั้งแต่เปิดตัวในปี
พ.ศ. 2554 ทั้งนี้ ไซโบซุมุ่งมั่นสนับสนุนการทำงานเป็นทีม สภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีเยี่ยม
การช่วยเหลือชุมชน และความเป็นเลิศในการบริการลูกค้า ผ่านเทคโนโลยีที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง และโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละท้องถิ่น
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ cybozu-global.com