จากซ้ายไปขวา
1. ชัชศรัณย์ คมน์อนันต์
ผู้อำนวยการอาวุโส, Head of Ecosystem
Partnership & FinLab ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย
2. ฐิติพรรณ ภัควัฒน์ธเนศ
ประธานกรรมการ บริษัท คิสออฟบิวตี้ จำกัด
3. วีชัชชฎา ยงสุวรรณกุล ผู้อำนวยการ
CEED (Thailand) และ อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจครอบครัว
(AFBE)
4. ชาตยา สุพรรณพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด
5. อัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)
6. ปิยพร รัตน์ประสาทพร
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือข่ายสาขาและบริการดิจิทัล ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย
7. รศ. ดร. ณัฐพล อัสสะรัตน์
ประธานหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
8. นำโชค เสียมหาญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่, Head of Channels Strategic Business
Management ธนาคารยูโอบี
ประเทศไทย
9. บัลลังก์ ว่องธวัชชัย ผู้อำนวยการอาวุโส, Head of Digital Engagement and Ecosystem
Partnerships ธนาคารยูโอบี
ประเทศไทย
Data, AI และพลังของ “คน” คือ 3 บทเรียนสำคัญที่ถูกส่งต่อบนเวที Womenpreneur Programme เพื่อเสริมศักยภาพผู้ประกอบการหญิง ภายใต้แนวคิด Family Business Beyond Borders

ธุรกิจครอบครัวเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย แต่ในวันที่หลายองค์กรกำลังอยู่ในช่วงส่งต่อจากผู้ก่อตั้งสู่ทายาทรุ่นใหม่ ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่การรักษาธุรกิจให้ดำเนินต่อไปเท่านั้น หากยังรวมถึงการสร้างการเติบโตครั้งใหม่ให้ตอบโจทย์โลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
แนวคิดดังกล่าวเป็นหัวข้อสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถ่ายทอดบนเวทีเปิด Womenpreneur Programme รุ่นที่ 3 ภายใต้แนวคิด “Family Business Beyond Borders” ซึ่งธนาคารยูโอบี ประเทศไทย โดย UOB FinLab และศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการและผู้บริหารระดับสูง (CEED) จัดขึ้นเพื่อเสริมศักยภาพผู้ประกอบการหญิงและทายาทธุรกิจครอบครัวให้พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตในอนาคต
จากประสบการณ์จริงของผู้บริหารหญิงจากธุรกิจชั้นนำของไทย สะท้อนให้เห็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ SMEs และธุรกิจครอบครัวที่ต้องการเติบโตในยุคใหม่
Data และ AI เครื่องมือสำคัญในการต่อยอดธุรกิจครอบครัว

อัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ทายาทธุรกิจรุ่นที่ 4 ของแบรนด์ Jubilee Diamond ถ่ายทอดประสบการณ์การปรับธุรกิจจากรูปแบบการค้าดั้งเดิมสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Organization)
หนึ่งในบทเรียนสำคัญคือการนำข้อมูลลูกค้าและระบบ CRM มาวิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการเชิงลึก เพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างตรงจุด ควบคู่กับการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุกมิติ
นอกจากนี้ การส่งต่อธุรกิจครอบครัวยังต้องอาศัยความเข้าใจระหว่างคนต่างเจเนอเรชัน การเปิดรับมุมมองใหม่ และการผสานจุดแข็งของคนรุ่นก่อนกับคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการรักษารากฐานของธุรกิจกับการสร้างโอกาสการเติบโตในอนาคต
พลังของ “คน” คือความได้เปรียบที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยาก

อีกหนึ่งมุมมองจากธุรกิจครอบครัวที่เติบโตอย่างต่อเนื่องคือ Bar B Q Plaza ซึ่งมี ชาตยา สุพรรณพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การพาธุรกิจครอบครัวก้าวสู่การเป็นแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภคมายาวนาน
แม้เทคโนโลยีและนวัตกรรมจะมีบทบาทสำคัญ แต่หัวใจของความสำเร็จยังคงอยู่ที่ “คน” ทั้งพนักงาน ลูกค้า และวัฒนธรรมองค์กร การสร้างความผูกพันกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และการใช้ข้อมูลมาช่วยตัดสินใจทางธุรกิจ ทำให้แบรนด์สามารถรักษาความเป็นเอกลักษณ์และเติบโตได้อย่างต่อเนื่องท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น
บทเรียนดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การส่งต่อธุรกิจครอบครัวไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งผู้นำ แต่เป็นการส่งต่อวิสัยทัศน์ ค่านิยม และการสร้างองค์กรที่พร้อมปรับตัวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด
Know-how, Network และ Ecosystem ปัจจัยสำคัญสู่การเติบโต

ฐิติพรรณ ภัควัฒน์ธเนศ ประธานกรรมการ บริษัท คิสออฟบิวตี้ จำกัด ศิษย์เก่า Womenpreneur Programme รุ่นที่ 2 เล่าถึงการนำองค์ความรู้ เครือข่าย และโอกาสทางธุรกิจที่ได้รับจากโครงการมาต่อยอดธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม
ประสบการณ์ดังกล่าวตอกย้ำว่าการเติบโตของธุรกิจในปัจจุบันไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ประกอบการเพียงลำพัง แต่ยังต้องอาศัยเครือข่ายทางธุรกิจ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และระบบสนับสนุนที่ช่วยต่อยอดโอกาสในการแข่งขันและขยายธุรกิจ
UOB เปิด 4 กลไก หนุนผู้ประกอบการหญิงก้าวสู่ผู้นำธุรกิจครอบครัวยุคใหม่

ปิยพร รัตน์ประสาทพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือข่ายสาขาและบริการดิจิทัล ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า ยูโอบีมุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการหญิงผ่าน 4 กลไกสำคัญ ได้แก่
- Knowledge การเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารตัวจริง
- Network การสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ
- Mentorship การให้คำปรึกษาและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
- Access การเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจ เทคโนโลยี และแหล่งเงินทุน
โดย Womenpreneur Programme รุ่นที่ 3 จะคัดเลือกผู้ประกอบการหญิงจำนวน 30 ธุรกิจ เข้าร่วมการอบรมเชิงลึกผ่านหลักสูตร Bootcamp ภายใต้แนวคิด Family Business Beyond Borders ครอบคลุมองค์ความรู้สำคัญด้านการบริหารธุรกิจครอบครัว การวางกลยุทธ์การเติบโต โครงสร้างการถือหุ้น และการขยายธุรกิจสู่โอกาสใหม่ในอนาคต

แม้ผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าร่วมการเรียนรู้เชิงลึกตลอดโครงการ แต่บทเรียนและองค์ความรู้จาก Womenpreneur Programme รุ่นที่ 3 จะถูกนำมาเผยแพร่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs และผู้สนใจทั่วไปสามารถนำแนวคิดไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาธุรกิจของตนเอง
ผู้สนใจสามารถติดตามรายชื่อผู้ประกอบการหญิง 30 ธุรกิจที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วม Womenpreneur Programme รุ่นที่ 3 และติดตามองค์ความรู้ภายใต้แนวคิด “Family Business Beyond Borders” ได้ทาง Facebook: UOB Thailand ที่ https://www.facebook.com/uob.th/