สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในวาระครบรอบ 2 ปีของแพลตฟอร์ม FoodSERP พร้อมรุกคืบอัปเกรดอุตสาหกรรมอาหารและสุขภาพไทยภายใต้แนวคิด “Wellness for All: Better Living for People and Pets” เปิดตัว 3 บริการใหม่สุดล้ำ ได้แก่ PxSERP, FlavorSERP และ PetSERP มุ่งเป้าสนับสนุน SME ไทยให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำในตลาดสุขภาพระดับโลกที่มีมูลค่ามหาศาล
ชู “เครื่องยนต์วิจัย” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา ประธานคณะกรรมการบริหาร ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ และอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยในฐานะประธานในพิธีว่า “ขุมพลังแห่งงานวิจัยคือกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยแพลตฟอร์ม FoodSERP ของ สวทช. ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงการเป็น ‘เครื่องยนต์วิจัย’ ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม” การขับเคลื่อนครั้งนี้มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านงานวิจัยจากห้องแล็บสู่ภาคธุรกิจ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันระดับสากล โดยเน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive healthcare) และการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Healthy longevity) ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตทั้งของคนและสัตว์เลี้ยง


ด้าน ผศ. ดร.เชาวรีย์ อรรถลังรอง ผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช. ระบุว่าปัจจุบันเศรษฐกิจเวลเนสของไทยมีมูลค่าสูงถึง 1.5 ล้านล้านบาท ขณะที่ตลาดสัตว์เลี้ยงเติบโตพุ่งแตะ 1 แสนล้านบาท “FoodSERP ทำหน้าที่เป็น ‘เพื่อนคู่คิด’ ให้กับภาคธุรกิจ เพื่อลดช่องว่างระหว่างนักวิจัยกับผู้ประกอบการ ทำให้ SME สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี Frontier Research เพื่อชิงความได้เปรียบในตลาดที่มีมูลค่ามหาศาลนี้ได้สำเร็จ”
เจาะลึก 3 แพลตฟอร์มใหม่ อาวุธลับ SME ยุค Wellness


ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง ผู้อำนวยการกลุ่มแพลตฟอร์มบริการผลิตอาหารและส่วนผสมฟังก์ชัน (FoodSERP) และรองผู้อำนวยการไบโอเทค ได้ให้รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับ 3 บริการใหม่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรม ดังนี้
1.PxSERP (โภชนาการแม่นยำและเมแทบอโลมิกส์): เน้นการออกแบบโภชนาการที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล (Personalized Nutrition) โดยใช้ข้อมูลเชิงลึกระดับเมแทบอโลมิกส์และจุลินทรีย์ในร่างกาย (Microbiome) เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีที่สุด
2.FlavorSERP (นวัตกรรมกลิ่นรส): ยกระดับเอกลักษณ์สินค้าไทยด้วยเทคโนโลยีกลิ่นรส ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่กำหนดความน่ารับประทานของอาหาร
3.PetSERP (ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงมาตรฐานสูง): ตอบโจทย์เทรนด์ “Pet Humanization” ที่คนเลี้ยงสัตว์เหมือนลูก โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพพัฒนาอาหารและผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีคุณภาพเทียบเท่ามาตรฐานอาหารมนุษย์
ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน FoodSERP ได้สร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจรวมสูงถึง 8,900 ล้านบาท และสนับสนุนผู้ประกอบการไทยไปแล้วกว่า 1,000 ราย เข้าถึงผู้บริโภคมากกว่า 2 ล้านคนทั่วประเทศ
ถอดรหัสเทรนด์ Healthy Longevity: จาก “ตื่นตูม” สู่ “ตื่นตัว”

ในเวทีเสวนาผู้เชี่ยวชาญได้ร่วมกันวิเคราะห์กระแสสุขภาพในปัจจุบัน โดย ดร.กมล (อาจารย์แบงค์) นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคว่า ปัจจุบันมีทั้งความ “ตื่นตัว” และ “ตื่นตูม” กระแสโซเชียลทำให้คนหันมาสนใจเรื่องโภชนาการอย่างมาก เช่น การกินเพื่อบำรุงไมโทคอนเดรีย (Mitochondria) เพื่อชะลอวัย อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องเปลี่ยนความตื่นตูมให้เป็นการ “ตื่นรู้” ด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง
อาจารย์แบงค์ยังได้ขยายความถึงเทรนด์ Functional Food ว่ากำลังก้าวข้ามการกินเพื่อรักษาโรค ไปสู่การกินเพื่อ “ป้องกัน” เช่น การกินเพื่อไม่ให้เป็นเบาหวาน และเน้นเรื่อง Food Matrix หรือการกินอาหารที่ผสมผสานสารสำคัญหลายชนิดเพื่อส่งเสริมฤทธิ์กัน (Synergy) มากกว่าการกินสารสกัดเดี่ยวๆ รวมถึงการให้ความสำคัญกับ Postbiotics ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ต่อจาก Prebiotics และ Probiotics
ไทยอันดับ 2 ของโลกด้าน Medical Tourism โอกาสที่ต้องคว้า
ดร.หลิน (Dr. Lin) ผู้เชี่ยวชาญจาก VitalLife Scientific Wellness Center (ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์) เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็น จุดหมายปลายทางด้าน Medical Tourism อันดับ 2 ของโลก โดยธุรกิจ Wellness ในไทยมีการเติบโตในระดับ Double digit มาโดยตลอด และหลังโควิด-19 เติบโตขึ้นกว่า 20%
“โรงพยาบาลในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่รักษาผู้ป่วย แต่กำลังเปลี่ยนบทบาทเป็น Wellness Center ที่ดูแลคนตั้งแต่ก่อนป่วย” ดร.หลินกล่าว พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการใช้ AI และ Big Data ในการทำ Prediction (พยากรณ์โรค) และ Prevention (การป้องกัน) รวมถึงการตรวจระดับพันธุกรรม (Genomics) เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงและออกแบบการใช้ชีวิต (Lifestyle modification) ให้มีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ
ยกระดับการท่องเที่ยวด้วย Science-based Wellness

คุณก้อย ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมจากจังหวัดกระบี่ (Varana Hotel) ตัวแทนภาคการท่องเที่ยว ได้ร่วมแชร์ประสบการณ์การปรับตัวของธุรกิจท่องเที่ยวสู่แนวคิดความยั่งยืน “เราเปลี่ยนจากแค่ขายห้องพัก มาเป็นการขายประสบการณ์สุขภาพที่ทรงคุณค่า (Valuable Experience)” โดยใช้ข้อมูลวิจัยจาก สวทช. มาสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า เช่น การทำผลิตภัณฑ์อัปไซเคิล (Upcycling) การย้อมผ้าด้วยเปลือกไม้ธรรมชาติ และการสร้าง Storytelling จากถ้ำศิลป์ในชุมชน
เทรนด์ในปัจจุบันคือ Personalized Wellness ที่ความต้องการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การนำวิทยาศาสตร์มาสนับสนุน (Science-based Wellness) เช่น การจัดโปรแกรมอาหารและกิจกรรมตามธาตุเจ้าเรือนหรือเดือนเกิด โดยมีรายงานผลวิจัยรองรับ เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจสามารถเพิ่มมูลค่าบริการได้สูงขึ้น และดึงดูดกลุ่มลูกค้าระดับ High-end ที่พร้อมจะ “พักนาน จ่ายเยอะ” ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน
นวัตกรรมต้นแบบ ผลผลิตจริงจาก FoodSERP


ภายในงานยังมีการโชว์เคสนวัตกรรมที่พร้อมสู่ตลาดจริง เช่น MA-BEEDEE: อาหารทางการแพทย์สูตรครบถ้วนเพื่อทุกช่วงวัย PRO BILAC: ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโพรไบโอติกที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง Dr.Agei: เวชสำอางที่ใช้สารสกัด Green Rice Biome และ Zinc Bisglycinate ช่วยฟื้นฟูผิว Bio Mousse & Dentalwell Fresh: ผลิตภัณฑ์สุขอนามัยที่ใช้สารสกัดโพสต์ไบโอติก (LactoCare-EX) การันตีรางวัลเหรียญทองระดับนานาชาติ
ก้าวต่อไปของ FoodSERP สู่ One-Stop Service เพื่อ SME

ดร.กอบกุล ทิ้งท้ายว่า สวทช. พร้อมเป็นฟันเฟืองหลักในการสนับสนุน SME ทุกระดับ “ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องลงทุนมหาศาลเอง ไม่ต้องรับความเสี่ยงคนเดียว แต่สามารถมาใช้ความเชี่ยวชาญและโครงสร้างพื้นฐาน (Facilities) ของ สวทช. ได้เลย” โดยเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบไทย เช่น การพัฒนาโปรไบโอติกสายพันธุ์ไทยเพื่อลดการนำเข้า หรือการนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรอย่างชานอ้อยมาทำทรายแมวคุณภาพสูง เพื่อขับเคลื่อน Circular Economy ไปพร้อมกับการยกระดับ GDP ของประเทศ

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมแพลตฟอร์ม FoodSERP เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพและอาหารนวัตกรรม สามารถติดต่อได้ที่ โทรศัพท์: 0 2564 6900 ต่อ 72732 อีเมล: foodSERP@nstda.or.th เว็บไซต์: www.nstda.or.th/foodserp/ เฟซบุ๊ก: FoodSERP