4 ส.ค. 2569 99 0

NT จัดพิธีถวายสักการะพระอนุสาวรีย์จอมพล สมเด็จพระราชปิตุลาฯ เนื่องในวันสื่อสารแห่งชาติ ประจำปี 2569

NT จัดพิธีถวายสักการะพระอนุสาวรีย์จอมพล สมเด็จพระราชปิตุลาฯ เนื่องในวันสื่อสารแห่งชาติ ประจำปี 2569


พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องสักการะ พระอนุสาวรีย์ จอมพล  สมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข  เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์  กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เนื่องในวันสื่อสารแห่งชาติ ประจำปี 2569 โดยมี แนน บุณย์ธิดา สมชัย  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยพันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT นำคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมถวายเครื่องสักการะ และให้การต้อนรับพระประยูรญาติรวมถึงผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่เข้าร่วมพิธี ณ บริเวณเกาะกลางน้ำ NT สำนักงานใหญ่  ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ


จอมพล สมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดชเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 45 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4  ที่ประสูติแต่สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี  มีพระเชษฐาร่วมอุทรเดียวกันคือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้พระองค์ทรงเป็นอธิบดีผู้สำเร็จราชการพระองค์แรกของกรมไปรษณีย์และกรมโทรเลขพร้อมกันเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2426


ในปี 2441 กรมไปรษณีย์และ กรมโทรเลข ได้ยุบรวมเป็น กรมไปรษณีย์โทรเลขซึ่งต่อมาภายหลังมีการปรับเปลี่ยน เพิ่มเติม และแยกการดำเนินงานออกเป็นหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจและยุคสมัยอีกหลายครั้ง  โดยปัจจุบัน บริษัท  โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่รับผิดชอบในการดำเนินกิจการด้านสื่อสารโทรคมนาคมทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ   



บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) จึงกำหนดจัดพิธีถวายเครื่องสักการะจอมพล สมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เนื่องในวันสื่อสารแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 4 สิงหาคม เป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงมีต่อการพัฒนากิจการไปรษณีย์และการสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศให้เจริญก้าวหน้ามาจนถึงปัจจุบัน



ข้อมูลประกอบ

4 สิงหาคมของทุกปี คือ วันสื่อสารแห่งชาติ เปิดจุดเริ่มต้นและที่มาอย่างละเอียด


คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ.2526 กำหนดให้วันที่ 4 สิงหาคมของทุกปีเป็น "วันสื่อสารแห่งชาติ" โดยประเทศไทยเริ่มต้นจัดงานวันสื่อสารแห่งชาติครั้งแรกในปี พ.ศ. 2526 ในวาระเดียวกับกรมไปรษณีย์โทรเลขครบรอบ 100 ปี

การเลือกวันดังกล่าวเนื่องจากเป็นวันที่สามารถเปิดการไปรษณีย์ในประเทศไทยได้เป็นผลสำเร็จเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2426 หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชดำริที่จะจัดการไปรษณีย์ขึ้นโดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ฯ (พระอิสริยยศในขณะนั้น) เตรียมการอยู่เป็นเวลากว่า 2 ปี 

ต่อมาในปี พ.ศ. 2441 เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการกราบบังคมทูลเสนอความเห็นว่าราชการของกรมไปรษณีย์และราชการของกรมโทรเลข ซึ่งตั้งขึ้นก่อนกรมไปรษณีย์แล้วนั้นเป็นงานในด้านสื่อสารด้วยกันควรรวมเป็นหน่วยราชการเดียวกันเพื่อความสะดวกแก่การดำเนินงาน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นเป็นการสมควรจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รวมหน่วยงานทั้งสองเข้าด้วยกันเรียกว่า "กรมไปรษณีย์โทรเลข"  โดยทรงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ฯ ทรงเป็นอธิบดีผู้สำเร็จราชการกรมไปรษณีย์โทรเลขเป็นพระองค์แรก และได้ทรงได้รับการขนานพระนามว่า “พระบิดาแห่งการไปรษณีย์ไทย”

จอมพล สมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 และสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี ประสูติเมื่อวันพุธที่ 11 มกราคม พุทธศักราช 2402 ณ พระตำหนักที่ประทับเดิมของสมเด็จพระศรีสลาไลย ซึ่งเป็นที่ตั้งหมู่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ทรงมีพระนามเดิมว่า “สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์” มีพระเชษฐาและพระเชษฐภคินีร่วมพระราชบิดาและพระราชมารดา 3 พระองค์ ได้แก่

1. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

2. สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงวิสุทธิกษัตริย์

3. สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระจักรพรรดิพงศ์


ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 อันเป็นยุคสมัยที่สยามประเทศจะต้องมีการปฏิรูปในหลายๆ ด้านพร้อมกัน เพื่อปรับปรุงบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าเช่นเดียวกับนานาอารยประเทศ

บุคคลผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาแผ่นดินสยามยุคนั้นพระองค์หนึ่ง ก็คือสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุ วงศ์วรเดช ทรงเป็นปูชนียบุคคลที่มีความสำคัญยิ่ง ทรงประกอบพระกรณียกิจถวายงานรับใช้พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวถึง 3 รัชกาล ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ถึงรัชกาลที่ 7 พระองค์ได้รับการสดุดีพระเกียรติคุณเป็น “พระบิดาแห่งการไปรษณีย์ไทย”

พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถรอบรู้หลายด้าน ทรงประกอบพระราชกิจในด้านต่าง ๆ จนได้รับพระมหา กรุณาธิคุณให้เลื่อนตำแหน่งชั้นยศ ทั้งฝ่ายทหารและฝ่ายพลเรือนสูงขึ้นเป็นลำดับ อาทิ ทรงเป็นเสนาบดีว่าการ กรมยุทธนาธิการ ทรงเป็นจอมพลทหารบกและจอมพลเรือองค์แรกของไทย ทรงเป็นเสนาบดีกระทรวงกลาโหม ทรงเป็นอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลขพระองค์แรก เป็นต้น อีกทั้งพระองค์ยังทรงเป็นที่โปรดปรานของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 กอปรกับที่ทรงช่วยราชการเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยอย่างยิ่ง ทั้งในส่วนราชการแผ่นดินและราชการในพระองค์ ดังนั้นเมื่อพระชันษาได้ 17 ปี รัชกาลที่ 5 จึงพระราชทานสร้างวัง “บูรพาภิรมย์” ซึ่งก็คือตำแหน่งที่เป็นย่านวังบูรพาทุกวันนี้ ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงเป็นที่รู้จักของประชาชนในสมัยนั้นว่า “สมเด็จวังบูรพา”

นอกจากนี้ยังทรงเป็นต้นราชสกุล “ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา” ทรงเสกสมรสกับหม่อมแม้น ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา (สกุลเดิม บุนนาค) โดยได้รับการยกย่องให้เป็นสะใภ้หลวง และยังมีหม่อมอีก 6 คน มีพระโอรสและพระธิดา รวมทั้งหมด 15 องค์ เสด็จทิวงคต ในสมัยรัชกาลที่ 7 เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ.2471 สิริพระชันษา 68 ปี

สำหรับพระกรณียกิจในด้านการสื่อสารนั้น ทรงเป็นเป็นบุคคลแรกในการจุดประกายกิจการด้านสื่อสาร ไปรษณีย์ให้เกิดขึ้นบนสยามประเทศ ทรงร่วมกับพระบรมวงศานุวงศ์ จัดทำหนังสือพิมพ์รายวันขึ้นฉบับหนึ่ง มี ชื่อภาษาอังกฤษว่า “COURT” (คอต) ซึ่งแปลว่า “พระราชสำนัก” ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นภาษาไทยในภายหลัง ว่า “ข่าวราชการ” เพื่อแจ้งความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับข้อราชการและความเป็นไปในราชสำนักข่าวเหตุการณ์ บ้านเมืองเฉพาะในหมู่เจ้านายเป็นสำคัญ โดยมีสำนักงานตั้งอยู่ ณ หอนิเพทพิทยา ในพระบรมมหาราชวัง และ โปรดให้มี “บุรุษหนังสือ” หรือ (postman) เพื่อนำส่งให้สมาชิกในตอนเช้าทุกวัน พร้อมกันนั้นทรงจัดพิมพ์ “ตั๋วแสตมป์” เพื่อใช้เป็นค่าบริการส่งหนังสือที่จะจำหน่ายแก่สมาชิกผู้รับหนังสือข่าวราชการด้วย

จนกระทั่งมาถึงก้าวสำคัญของการปรับเปลี่ยนระบบบริหารจากราชการมาเป็นรัฐวิสาหกิจเมื่อปี พ.ศ. 2520 บริการโทรคมนาคมในยุคของการสื่อสารแห่งประเทศไทยได้เริ่มต้นขึ้นภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคม ถือเป็นจุดเปลี่ยนของการพัฒนาบริการสื่อสารโทรคมนาคมไทยให้ทัดเทียมนานาประเทศ

หลังจากนั้นได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ขึ้น ในปี 2546 การสื่อสารแห่งประเทศไทยได้ถูกแปลงสภาพออกเป็น 2 บริษัท 1 ในนั้นคือ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT และล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มกราคม ปี 2564 CAT และ TOT ได้ควบรวมเป็นหนึ่งเดียวเพื่อลดการลงทุนที่ซ้ำซ้อน เสริมศักยภาพ ทรัพยากรด้านสื่อสารโทรคมนาคมและสนับสนุนนโยบายภาครัฐ ในชื่อ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ยังคงฐานะเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อ เศรษฐกิจและสังคม และมีกระทรวงการคลัง ถือหุ้น 100%

จากวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2426 จวบจนในวันนี้ 140 ปี การสื่อสารโทรคมนาคมก็ยิ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาสร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติ ให้ทันต่อสถานการณ์ของโลกที่ เปลี่ยนแปลงอยู่ทุกขณะ เฉกเช่นที่เราเห็นกันทุกวันนี้ และเชื่อว่าในอนาคตการสื่อสารยิ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ขาดไม่ได้ด้วยเช่นกัน