4 ส.ค. 2569 113 0

ดีอี-สคส. ยืนยันข้อมูลภาครัฐว่อนเน็ต ไม่ใช่ ‘ข้อมูลหลุดทั่วไป’ เตือนแชร์ต่อโทษหนักจำคุก 5 ปี

ดีอี-สคส. ยืนยันข้อมูลภาครัฐว่อนเน็ต ไม่ใช่ ‘ข้อมูลหลุดทั่วไป’ เตือนแชร์ต่อโทษหนักจำคุก 5 ปี

ดีอี ผนึกกำลัง สคส. ยกระดับกวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ หลังพบข้อมูลส่วนบุคคลภาครัฐหลุดว่อนเน็ต ชี้เป็นผลจากการถูกแฮกและเข้าถึงโดยมิชอบแบบมีขบวนการ ไม่ใช่ข้อมูลหลุดทั่วไป ยันเร่งจัดการครบวงจร "ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ" พร้อมขู่ฟ้องผู้โพสต์-ผู้ส่งต่อ มีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี ปรับ 1 แสนบาท

จากกรณีที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศออกมาเปิดเผยว่า พบข้อมูลส่วนบุคคลและภาพถ่ายติดบัตรจากฐานข้อมูลภาครัฐถูกนำมาเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งมีทั้งข้อมูลของประชาชนทั่วไป รวมถึงผู้นำระดับประเทศ อาทิ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และผู้บริหารระดับสูง


แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ได้มอบนโยบายเร่งด่วนในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลผิดกฎหมาย ซึ่งถือเป็นช่องทางสำคัญที่กลุ่ม “สแกมเมอร์” นำไปใช้ก่ออาชญากรรม ขณะนี้กระทรวงดีอีได้สั่งการให้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และมอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส. หรือ PDPC) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมพิจารณาแจ้งความต่อ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) เพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ทันที

“กระทรวงดีอี ขอเตือนประชาชนว่าการเผยแพร่ข้อมูลผิดกฎหมายบนสื่อสังคมออนไลน์ เข้าข่ายมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ทั้งการนำเข้าข้อมูลบิดเบือนหรือเป็นเท็จ ข้อมูลที่กระทบความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ หรือทำให้ประชาชนตื่นตระหนก โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” รมช. ดีอี กล่าว

สคส. ชี้ไม่ใช่ “ข้อมูลหลุดทั่วไป” แต่เป็นทางเข้าที่สร้างขึ้นผิดกฎหมาย


ด้าน พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า กรณีนี้ไม่ใช่ข้อมูลหลุดตามธรรมชาติทั่วไป แต่เป็นการนำเอาข้อมูลหรือลิงก์โปรแกรมช่องทางการเข้าถึงข้อมูลที่สร้างขึ้นโดยผิดกฎหมายจากเครือข่ายมิจฉาชีพ จึงเข้าข่ายการเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันไว้โดยเฉพาะ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 7

สคส. ได้วางมาตรการจัดการและปกป้องคุ้มครองข้อมูลของประชาชนอย่างครบวงจร 3 ระดับ ได้แก่

1. ระดับต้นน้ำ (หน่วยงานผู้ดูแลฐานข้อมูล): ประสานงานไปยัง กรมการขนส่งทางบก และ กรมการปกครอง ให้เร่งตรวจสอบ แก้ไข ระงับเหตุ และรายงานเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลมายัง สคส. โดยทันที พร้อมบูรณาการร่วมกับ สกมช. เพื่ออุดช่องโหว่และยกระดับระบบความปลอดภัย

2. ระดับกลางน้ำ (กลุ่มมิจฉาชีพซื้อขายข้อมูล): ประสานงานกระทรวงดีอี และ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เพื่อสืบสวน ปราบปราม และจับกุมขบวนการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนช่องทางเข้าถึงข้อมูลโดยมิชอบ พร้อมเร่งปิดกั้นช่องทางดังกล่าว

3. ระดับปลายน้ำ (ผู้โพสต์และแชร์ต่อ): ดำเนินคดีกับผู้ที่นำข้อมูลมาโพสต์ เผยแพร่ หรือส่งต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมเตือนผู้ดูแลเพจ สื่อสังคมออนไลน์ และประชาชนทั่วไป ห้ามนำลิงก์หรือข้อมูลดังกล่าวไปทดลองเปิด หรือแชร์ต่ออย่างเด็ดขาด เพราะถือเป็นการขยายความเสียหายและมีความผิดตามกฎหมาย

“หากประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใดเห็นว่าตนได้รับความเสียหาย สามารถใช้สิทธิร้องเรียนมายัง สคส. เพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไปได้” เลขาธิการ สคส. กล่าว 

COMMENTS