4 ส.ค. 2569 129 0

สวทช. ปั้น NQI เป็น 'พาสปอร์ต' นวัตกรรมไทยฝ่าด่านการค้าโลกด้วย AI ยกระดับ SME สู่สากล

สวทช. ปั้น NQI เป็น 'พาสปอร์ต' นวัตกรรมไทยฝ่าด่านการค้าโลกด้วย AI ยกระดับ SME สู่สากล



ท่ามกลางสมรภูมิการค้าโลกในปี 2569 ที่เต็มไปด้วยระเบียบข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดและมาตรการกีดกันทางการค้าในรูปแบบใหม่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้จัดกิจกรรม NSTDA x Press Interviews ภายใต้หัวข้อ "ยกระดับนวัตกรรมไทยสู่มาตรฐานสากล ด้วยเครื่องยนต์วิจัยของประเทศ" เพื่อตอกย้ำบทบาทของ โครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ (National Quality Infrastructure: NQI) ในการเป็นปราการด่านสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถส่งออกสินค้าได้อย่างไร้รอยต่อ

วิกฤตพลังงานและการรุกคืบของอุตสาหกรรมยุคใหม่


ในเวทีเสวนา ดร.ไกรสร อัญชลีวรพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) ได้เปิดประเด็นถึงความท้าทายด้านต้นทุนพลังงานที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญ โดยระบุว่าปัจจุบันค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 4-5 บาทต่อหน่วย ซึ่งรัฐบาลพยายามผลักดันให้ลดลงเหลือประมาณ 3 บาทกว่าเพื่อลดต้นทุนการผลิต อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของอุตสาหกรรมยุคใหม่อย่าง Data Center ที่ต้องรองรับระบบ AI ขนาดใหญ่ กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้การใช้พลังงานเพิ่มสูงขึ้น จนนำไปสู่แนวคิดการแยกราคาพลังงานสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานสูงและ Data Center ออกจากภาคประชาชน เพื่อให้ต้นทุนโดยรวมของประเทศยังสามารถแข่งขันได้

ดร.ไกรสร ยังได้ยกตัวอย่างความสำเร็จของอุตสาหกรรมในเยอรมนีและญี่ปุ่น ที่มีการร่วมมือกันระหว่างคู่แข่ง เช่น Mercedes-Benz และ BMW ในการร่วมลงทุนวิจัยเครื่องยนต์เพื่อลดต้นทุนมหาศาล ซึ่งเป็นโมเดลที่ผู้ประกอบการไทยควรนำมาปรับใช้ แทนที่จะต่างคนต่างทำจนสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน

PTEC คือ Passport ของสินค้าไฟฟ้าไทยสู่สากล





ในฐานะผู้นำด้านการทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า ดร.ไกรสร เน้นย้ำว่า PTEC เปรียบเสมือน 'Passport' ของสินค้าไทย เนื่องจากมีห้องปฏิบัติการที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล (ILAC/IECEE) ช่วยให้ผู้ประกอบการลดต้นทุนและเวลาในการส่งสินค้าไปตรวจที่ต่างประเทศ ปัจจุบัน PTEC ได้ขยายขอบข่ายการทดสอบให้ครอบคลุมเทคโนโลยีอนาคต เช่น EV Charger, โซลาร์อินเวอร์เตอร์ และแบตเตอรี่ยานยนต์

นอกจากนี้ ดร.ไกรสร ยังเผยถึงการนำ AI มาใช้ในกระบวนการทดสอบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ โดยการใช้ AI ช่วยตอบคำถามลูกค้าเบื้องต้น และลิงก์ข้อมูลจากเครื่องทดสอบเพื่อออกรายงานผล (Test Report) จากเดิมที่ต้องใช้เวลาหนึ่งเดือนให้เหลือเพียงหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งจะช่วยให้สินค้าเข้าสู่ตลาดได้เร็วขึ้นและมีราคาถูกลง และในอนาคตอันใกล้ สวทช. เตรียมพร้อมรับมือกับมาตรฐานบังคับใหม่สำหรับ แผงโซลาร์เซลล์ ที่ มก. จะเริ่มบังคับใช้ในปีหน้า เพื่อป้องกันปัญหาอัคคีภัยจากความร้อนสะสมบนหลังคา

NCTC "หลังบ้าน" อุตสาหกรรมไทย วิเคราะห์เจาะลึกทุกระดับ


ด้าน ดร.ณฏฐพล วุฒิพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิเคราะห์ทดสอบ (NCTC) นิยามศูนย์ฯ ว่าเป็นเหมือน "หลังบ้าน" ของอุตสาหกรรมไทยที่ช่วยสนับสนุนตั้งแต่ระดับวิสาหกิจชุมชนจนถึงบริษัทขนาดใหญ่ NCTC ให้บริการวิเคราะห์ทดสอบครอบคลุมทั้งด้านกายภาพ เคมี และจุลชีววิทยา โดยมีภารกิจหลักคือการสร้างข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำเพื่อช่วยผู้ประกอบการตัดสินใจลดความเสี่ยงก่อนการลงทุน

ดร.ณฏฐพล ได้ยกตัวอย่างการช่วยเหลือเกษตรกรทุเรียนในการวิเคราะห์ปริมาณ แคดเมียม เพื่อแก้ปัญหาการถูกปฏิเสธการนำเข้าจากจีน รวมถึงการช่วยวิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์จาก สมุนไพรและอาหารฟังก์ชัน เช่น การวิเคราะห์สารคาเตชินในใบชาภาคเหนือเพื่อยกระดับสู่การแข่งขันในตลาดโลก นอกจากนี้ NCTC ยังทำหน้าที่เป็นเลขานุการเครือข่ายศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ซึ่งมีหน่วยงานพันธมิตร 21 แห่งทั่วประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องเดินทางมาที่กรุงเทพฯ แต่สามารถเข้าถึงเครื่องมือขั้นสูงได้ในทุกภูมิภาค

NFED เปลี่ยนไอเดียและงานวิจัยให้เป็น "ต้นแบบ" ที่ใช้งานได้จริง


สำหรับขั้นตอนการเปลี่ยนจากไอเดียสู่ผลิตภัณฑ์ วรวิทย์ จันทร์สีหราช รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายบริการงานวิศวกรรม (NFED) อธิบายว่า NFED ทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงให้นักวิจัยและ SME โดยใช้เทคโนโลยีวิศวกรรมที่ทันสมัย เช่น 3D Printing, Machining และระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์

ตัวอย่างผลงานที่โดดเด่นคือการพัฒนา Battery Safety Box หรือกล่องนิรภัยสำหรับขนส่งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ใช้แล้ว เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดเพลิงไหม้ระหว่างการขนส่งตามมาตรฐานยุโรป นอกจากนี้ยังมีการใช้ระบบ Simulation (การจำลองเสมือนจริง) ในกระบวนการออกแบบเพื่อลดการลองผิดลองถูก ช่วยให้ผู้ประกอบการประหยัดทรัพยากรและพลังงานตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้น นายวรวิทย์ระบุว่าในอดีตงานออกแบบอาจถูกแทนที่ด้วย AI แต่สิ่งที่ AI ทำไม่ได้คือการทดสอบผลิตภัณฑ์จริง (Physical Testing) ซึ่งยังคงต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือวัดที่แม่นยำ

CTEC ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเครื่องใช้ในบ้านและวัสดุรักษ์โลก


สาวิตรี กองเกียรติวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในบ้านและเซรามิกอุตสาหกรรม (CTEC) กล่าวถึงภารกิจในการดูแลคุณภาพสินค้าประเภทเซรามิก วัสดุก่อสร้าง และภาชนะสัมผัสอาหาร โดยเฉพาะการตรวจวิเคราะห์โลหะหนักอย่างตะกั่วและแคดเมียม ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการส่งออกไปยังยุโรปและอเมริกา

ปัจจุบัน CTEC ได้ขยายขีดความสามารถไปสู่การทดสอบวัสดุย่อยสลายทางชีวภาพ (Biodegradable) เพื่อรองรับเทรนด์รักษ์โลก และสนับสนุนผู้ประกอบการที่นำขยะรีไซเคิลมาพัฒนาเป็นวัสดุตกแต่งบ้าน นางสาวิตรียังเน้นย้ำถึงความสำคัญของมาตรฐานบังคับ เช่น ภาชนะสแตนเลสและพลาสติกสำหรับไมโครเวฟ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภคในประเทศ

TBES ใบเบิกทางสุขภาพสากลด้วยมาตรฐาน OECD GLP


ในส่วนของผลิตภัณฑ์สุขภาพ ดร.ภญ. รวิวรรณ มณีรัตนโชติ ผู้อำนวยการศูนย์ทดสอบทางพิษวิทยาและชีววิทยา (TBES) ระบุว่าความท้าทายของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง สมุนไพร และเครื่องมือแพทย์ คือต้องมีข้อมูลยืนยันความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่เป็นสากล TBES เป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งในไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน OECD GLP ซึ่งทำหน้าที่เป็น "ใบเบิกทางกฎหมาย" ให้สินค้าไทยเข้าสู่ตลาดกว่า 40 ประเทศทั่วโลกได้โดยไม่ต้องทดสอบซ้ำ

นอกจากนี้ TBES ยังมุ่งเน้นการทดสอบโดย ไม่ใช้สัตว์ทดลอง (Non-animal Testing) โดยใช้ระบบเซลล์และเนื้อเยื่อสามมิติแทน ซึ่งสอดคล้องกับจริยธรรมสากลและข้อกำหนดของประเทศคู่ค้าสมัยใหม่

ก้าวต่อไปของ NQI รับมือ AI หุ่นยนต์ และการรุกคืบของสินค้าต่างชาติ


ในช่วงท้ายของการเสวนา เหล่าผู้เชี่ยวชาญได้ฉายภาพอนาคตของอุตสาหกรรมไทย โดยแสดงความกังวลต่อการไหลทะลักของสินค้าจากประเทศจีนที่มาพร้อมกับต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าและการตั้งห้องปฏิบัติการทดสอบของตนเองควบคู่ไปกับโรงงาน ดร.ไกรสร เตือนว่าในอนาคตสินค้าที่ไม่มีมาตรฐานจะเข้าสู่ตลาดผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น หน่วยงานควบคุมอย่าง สมอ. จึงจำเป็นต้องมีระบบ Market Surveillance หรือการสุ่มตรวจสินค้าในท้องตลาดอย่างเข้มข้นเพื่อถอนสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานออกจากเชลฟ์

นอกจากนี้ สวทช. ยังเตรียมพร้อมสำหรับการทดสอบ หุ่นยนต์บริการ (Robotics) และ Humanoid ที่จะเข้ามามีบทบาทในบ้านและโรงพยาบาลในอีก 15 ปีข้างหน้า ซึ่งต้องการมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงมากเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุต่อผู้ใช้งาน

ดังนั้น นวัตกรรมที่ยั่งยืน ไม่ได้วัดจากความใหม่ แต่วัดจากความเชื่อมั่น นั่นคือ มาตรฐาน ที่สร้างได้ ทีม NQI สวทช. พร้อมจะเป็นกลไกหลักในการช่วยให้ธุรกิจไทยลดต้นทุน ลดความเสี่ยง และก้าวสู่เวทีโลกได้



ผู้ประกอบการที่สนใจรับบริการทดสอบและขอคำปรึกษาสามารถติดต่อได้ที่: PTEC (ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์): 02-117-8600 ต่อ 8611-8614, NCTC (วิเคราะห์ทดสอบเชิงลึก): 02-564-6111, NFED (งานวิศวกรรมและต้นแบบ): 02-564-7000 ต่อ 1800-1801, CTEC (เซรามิกและเครื่องใช้ในบ้าน): 02-564-6500 ต่อ 4215 และ TBES (พิษวิทยาและชีววิทยา): 02-564-7000 ต่อ 71701