FortiEndpoint รวมการบริหารจัดการผ่านเอเจนต์เดียว คอนโซลเดียว และไลเซนส์เดียว ช่วยให้องค์กรใช้งาน AI ได้อย่างปลอดภัย ปกป้องข้อมูลสำคัญ เพิ่มการมองเห็นความเสี่ยง และลดความซับซ้อนในการดำเนินงานด้านความมั่นคงปลอดภัย
ฟอร์ติเน็ต (NASDAQ: FTNT) ผู้นำระดับโลกด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่ขับเคลื่อนการผสานรวมของระบบเครือข่ายและระบบรักษาความปลอดภัยเข้าด้วยกัน ประกาศเปิดตัวความสามารถใหม่ล่าสุดของ FortiEndpoint แพลตฟอร์มบริหารจัดการความปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์ปลายทางแบบรวมศูนย์ ซึ่งออกแบบเพื่อช่วยให้องค์กรนำ AI มาใช้งานได้อย่างปลอดภัย ช่วยปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อนและลดความเสี่ยง โดยฟอร์ติเน็ตผสานรวมความสามารถในการมองเห็นและควบคุม AI การรักษาความปลอดภัยข้อมูลแบบเนทีฟ การให้คะแนนความเสี่ยงของอุปกรณ์ปลายทาง และการดำเนินงานที่ได้รับการสนับสนุนจาก FortiAI โดยรวมอยู่ใน FortiEndpoint ทั้งหมด จึงช่วยให้ทีมรักษาความปลอดภัยสามารถกำกับดูแลการใช้งาน AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ลดความเสี่ยงจากการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ ช่วยควบคุมการเข้าถึงตามระดับความเสี่ยง และลดความซับซ้อนในการดำเนินงานด้านความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมแบบกระจายศูนย์
“องค์กรกำลังมองหาแนวทางที่ช่วยลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย ขณะเดียวกันก็ต้องรองรับการใช้งาน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” ไมเคิล ซี ผู้ก่อตั้ง ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี ฟอร์ติเน็ต กล่าว “Fortinet Security Fabric ได้รับการออกแบบให้ผสานรวมฟังก์ชันด้านความปลอดภัยและระบบเครือข่ายทั่วทั้งองค์กร เพื่อช่วยลูกค้าลดความซับซ้อน เพิ่มการมองเห็น และเสริมประสิทธิภาพการป้องกัน โดยในส่วนของ FortiEndpoint เราได้ต่อยอดกลยุทธ์ดังกล่าวด้วยการผสานรวมเรื่องความปลอดภัย การเข้าถึงที่ปลอดภัย รวมถึงความปลอดภัยของข้อมูล การมองเห็นการใช้งาน AI และการดำเนินงานที่ได้รับการสนับสนุนจาก AI รวมอยู่ในแพลตฟอร์มอุปกรณ์ปลายทางแบบรวมศูนย์ ผ่านการใช้งานเอเจนต์เดียว คอนโซลเดียว และไลเซนส์เดียว”
แนวทางแบบแพลตฟอร์มเพื่อความปลอดภัยของอุปกรณ์ปลายทางในยุค
AI
เมื่อเอเจนต์และแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในชีวิตประจำวัน
องค์กรจึงต้องการการมองเห็นที่ดียิ่งขึ้น การกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพและการปกป้องแบบครบวงจร
เพื่อให้สามารถนำ AI มาใช้งานได้อย่างปลอดภัย
พร้อมลดความเสี่ยงของอุปกรณ์ปลายทางและปกป้องข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน
ความต้องการเหล่านี้ยิ่งเร่งด่วนมากขึ้น เมื่อผู้ไม่หวังดีเคลื่อนไหวรวดเร็วขึ้นและใช้เทคนิคที่ซับซ้อนมากขึ้นในการโจมตีช่องโหว่ทั้งในส่วนของผู้ใช้งาน อุปกรณ์
แอปพลิเคชันและข้อมูล ขณะเดียวกัน
ทีมรักษาความปลอดภัยยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากการใช้เครื่องมือที่แยกส่วนในการป้องกัน
การตรวจจับและตอบสนอง การเข้าถึงอย่างปลอดภัย และการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
ซึ่งอาจทำให้การดำเนินงานของทีมรักษาความปลอดภัยล่าช้าและจำกัดการมองเห็นภัยคุกคาม
FortiEndpoint ต่อยอดกลยุทธ์แบบรวมศูนย์ที่มีการเปิดตัวในงาน
Fortinet Accelerate 2026 โดยผสานการมองเห็นและการกำกับดูแล AI การปกป้องอุปกรณ์ปลายทาง การตรวจจับและตอบสนอง การเข้าถึงจากระยะไกลได้อย่างปลอดภัย
การรักษาความปลอดภัยข้อมูลแบบเนทีฟ (Native Data Security) และการดำเนินงานที่ได้รับการสนับสนุนจาก FortiAI มารวมไว้ด้วยกันผ่านการใช้งานแบบเอเจนต์เดียว คอนโซลเดียว และไลเซนส์เดียว ซึ่งการผสานรวมกับ
Fortinet Security Fabric และข้อมูลเทเลเมทรีของอุปกรณ์ปลายทาง รวมถึงบริบทด้านความเสี่ยง
สามารถนำไปใช้กับระบบควบคุมความปลอดภัยที่เชื่อมต่อกัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการควบคุมการเข้าถึงที่ปรับเปลี่ยนตามความเสี่ยงได้
รวมถึงการบังคับใช้นโยบาย และช่วยให้มองเห็นได้ทั่วทั้งองค์กร
ความสามารถเหล่านี้สะท้อนแนวทางของฟอร์ติเน็ตในการรักษาความปลอดภัยอุปกรณ์ปลายทางสำหรับยุค
AI โดยพัฒนาผ่านนวัตกรรมสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่
การรักษาความปลอดภัยของการใช้งาน AI บนอุปกรณ์ปลายทาง

FortiEndpoint มอบการมองเห็นและการควบคุมแบบรวมศูนย์สำหรับการใช้แอปพลิเคชัน
AI และเอเจนต์ ทั้งที่ได้รับอนุมัติและไม่ได้รับอนุมัติบนอุปกรณ์ปลายทาง รวมถึงแอปพลิเคชัน
AI ที่ติดตั้งบนเครื่อง เอเจนต์ AI และเครื่องมือ AI ที่ใช้งานผ่านเว็บ โดยองค์กรสามารถตรวจสอบได้จากมุมมองเดียว
ในการระบุเอเจนต์และแอปพลิเคชันที่กำลังใช้งาน ติดตามการนำ AI มาใช้งาน และทำความเข้าใจพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ เพื่อช่วยตรวจจับการใช้งาน
AI ที่อยู่นอกการกำกับดูแล (Shadow AI) แอปพลิเคชันที่ไม่มีการจัดการ รวมถึงการนำเครื่องมือที่ไม่ได้รับอนุญาตมาใช้งาน
ด้วยนโยบายควบคุมการใช้งานที่กำหนดได้อย่างละเอียด
ทีมรักษาความปลอดภัยสามารถอนุญาต จำกัด ติดตาม
หรือบล็อกแอปพลิเคชันตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยขององค์กร การปฏิบัติตามกฎระเบียบ
และการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล โดยแนวทางนี้ช่วยสนับสนุนการนำ AI มาใช้อย่างมีความรับผิดชอบ
พร้อมลดความเสี่ยงจากการใช้เครื่องมือที่ไม่ได้รับอนุญาต การเปิดเผยข้อมูลสำคัญ
และการละเมิดนโยบาย
ลดความเสี่ยงการเปิดเผยข้อมูลจาก AI และความเสี่ยงจากบุคคลภายในองค์กร
ปัจจุบัน FortiEndpoint รองรับความสามารถด้าน
Data Loss Prevention
(DLP) ที่ติดตั้งมาในแพลตฟอร์มโดยตรง
เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยในการโต้ตอบกับ AI และลดความเสี่ยงจากบุคคลภายใน ด้วยการตรวจสอบข้อมูลที่ละเอียดอ่อนซึ่งมีการแลกเปลี่ยนกับแอปพลิเคชัน
AI เอเจนต์
และบริการบนเว็บได้โดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ ระบบให้คำแนะนำผู้ใช้ที่บิวท์อินมาในตัว
ยังให้คำแนะนำด้านนโยบายแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจแนวทางการใช้งาน AI ที่เหมาะสม
และลดพฤติกรรมสุ่มเสี่ยง โดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน
ความสามารถดังกล่าวช่วยป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่ละเอียดอ่อน
เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถระบุตัวตนได้ (Personally Identifiable
Information: PII) ทรัพย์สินทางปัญญา และข้อมูลทางการเงินได้โดยตรงบนอุปกรณ์ปลายทาง
ด้วยการผสาน DLP รวมไว้ใน FortiEndpoint องค์กรจึงสามารถนำ
AI มาใช้งานได้อย่างปลอดภัย
พร้อมรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และควบคุมการปฏิบัติตามข้อกำหนดโดยไม่ต้องเพิ่มผลิตภัณฑ์เฉพาะด้านหรือเพิ่มเลเยอร์ด้านการบริหารจัดการเพิ่มเติม
ผสานรวมความปลอดภัยของอุปกรณ์ปลายทาง การเข้าถึง
การรักษาความปลอดภัยข้อมูล และการดำเนินงานที่ได้รับการสนับสนุนจาก AI
FortiAI-Assist ถูกผสานรวมอยู่ใน
FortiEndpoint เพื่อช่วยลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการและเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินงานประจำวัน
ซึ่งทีมรักษาความปลอดภัยสามารถใช้ภาษาธรรมชาติในการตรวจสอบเหตุการณ์ วิเคราะห์และสรุปผลเหตุการณ์
สร้างสรุปผลการตรวจสอบ พร้อมระบุอุปกรณ์ที่มีความเสี่ยงสูงได้อย่างรวดเร็วรวมถึงแก้ไขปัญหา
นอกจากนี้ยังให้ข้อมูลเชิงลึกตามบริบท ให้คำแนะนำด้านนโยบาย
และคำแนะนำด้านความเสี่ยง เพื่อช่วยให้นักวิเคราะห์เสริมความเข้มงวดในการกำกับดูแล
จัดลำดับความสำคัญของภัยคุกคาม ขยายการค้นหาภัยคุกคาม
และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานผ่านประสบการณ์การบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ได้ดียิ่งขึ้น
เวิร์กโฟลว์ที่มี AI ช่วยสนับสนุนเหล่านี้ ยังเสริมความสามารถด้าน Zero
Trust แบบปรับเปลี่ยนตามระดับความเสี่ยง
(Adaptive Zero Trust) โดยใช้การประเมินความเสี่ยงและการปฏิบัติตามข้อกำหนดแบบไดนามิก
โดย FortiEndpoint จะประเมินสถานะความปลอดภัยของอุปกรณ์ปลายทาง สถานะการปฏิบัติตามข้อกำหนด
และระดับความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถตัดสินใจด้านการเข้าถึงโดยอิงตามบริบทได้แบบเรียลไทม์
ทำให้สามารถปรับสิทธิ์การเข้าถึงแอปพลิเคชัน AI และทรัพยากรที่ได้รับการปกป้องให้สอดคล้องตามการเปลี่ยนแปลงด้านความเสี่ยง
จึงช่วยองค์กรลดความเสี่ยง บังคับใช้นโยบายได้สอดคล้องมากขึ้น และรองรับการใช้งาน AI ได้อย่างปลอดภัย
นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของแนวทางแบบบูรณาการนี้
ขณะที่องค์กรต่างกำลังมองหาแนวทางที่ใช้งานได้จริงในการกำกับดูแลการใช้ AI โดยไม่ต้องเพิ่มเครื่องมือและไม่สร้างความซับซ้อนเพิ่ม
“ฟอร์ติเน็ตกำลังตอบโจทย์สิ่งที่ CISO จำนวนมากต้องการในขณะนี้
ทั้งการมองเห็นการใช้งาน AI การควบคุมเครื่องมือที่ได้รับอนุมัติและไม่ได้รับอนุมัติ
การป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่ละเอียดอ่อน
และการให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์เพื่อช่วยให้พนักงานใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ”
คริส เดอปุย นักวิเคราะห์เทคโนโลยีจาก 650 Group กล่าว
“การส่งมอบความสามารถเหล่านี้ผ่าน FortiEndpoint ช่วยให้ลูกค้ามีแนวทางที่ใช้งานได้จริงในการบริหารจัดการความเสี่ยงจาก
AI ด้วยไลเซนส์เดียวกับที่ใช้งานอยู่แล้วสำหรับการรักษาความปลอดภัยอุปกรณ์ปลายทาง”
ความพร้อมในการใช้งาน
ฟีเจอร์ใหม่ของ FortiEndpoint จะพร้อมใช้งานในไตรมาสที่ 3 ปี 2569 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม เยี่ยมชมที่นี่