30 ก.ค. 2569 97 0

ผลสำรวจไทย-เอเชียแปซิฟิก เราเก็บข้อมูลสำคัญไว้ในสมาร์ทโฟน แต่ข้อมูลได้รับการปกป้องอย่างดีหรือไม่

ผลสำรวจไทย-เอเชียแปซิฟิก เราเก็บข้อมูลสำคัญไว้ในสมาร์ทโฟน แต่ข้อมูลได้รับการปกป้องอย่างดีหรือไม่


คำถามหลัไม่ใช่ว่า ‘เราจัดเก็บอะไร’ แต่เป็น ‘เราปกป้องข้อมูลนั้นอย่างไร’ แคสเปอร์สกี้แนะ 3 ขั้นตอนความปลอดภัย


ผลสำรวจล่าสุดของแคสเปอร์สกี้ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกรวมประเทศไทย แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงวิธีการใช้งานอินเทอร์เน็ต โดยผู้ตอบแบบสอบถามทั่วทั้งภูมิภาคจำนวนเกือบสามในสี่ระบุว่า สมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์หลักที่ใช้ในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือพีซีกลายเป็นอุปกรณ์รองลงมา แต่เนื่องจากปริมาณและความสำคัญของข้อมูลที่เก็บไว้ในโทรศัพท์เหล่านี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์จึงเตือนว่า พฤติกรรมด้านความปลอดภัยของผู้ใช้ยังไม่ได้พัฒนาตามทันรูปแบบการใช้งานที่เปลี่ยนไป


จากผลสำรวจนี้ผู้ตอบแบบสอบถามในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 72% ถือว่าสมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์หลักในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต แนวโน้มนี้ในประเทศไทยสูงกว่าเล็กน้อย โดยพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามคนไทย 74% ใช้สมาร์ทโฟนเป็นประตูหลักสู่โลกออนไลน์

สมาร์ทโฟนกลายเป็นอุปกรณ์ดิจิทัลหลักของผู้คนทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ปริมาณข้อมูลสำคัญที่เก็บไว้ในสมาร์ทโฟนจึงเพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน รูปภาพและวิดีโอส่วนตัวเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยผู้ตอบแบบสอบถามเกือบสองในสาม (65%) เก็บภาพความทรงจำไว้ในอุปกรณ์ของตน ตามมาติดๆ คือ ข้อมูลติดต่อ (57%) ขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามครึ่งหนึ่ง (50%) เก็บข้อความและประวัติการแชท เกือบหนึ่งในสอง (49%) ยังเก็บเอกสารส่วนตัว เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง หรือเอกสารประกันภัยไว้ในสมาร์ทโฟนด้วย

ผลสำรวจยังเน้นให้เห็นว่าสมาร์ทโฟนถูกใช้เพื่อการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผู้ตอบแบบสอบถามเกือบครึ่งหนึ่ง (47%) เก็บอีเมลงาน และ 31% เก็บปฏิทินงานไว้ในอุปกรณ์ของตน นอกเหนือจากเรื่องประสิทธิภาพการทำงานแล้ว ผู้ตอบแบบสอบถามยังเก็บข้อมูลทางการเงินที่สำคัญไว้ในโทรศัพท์ โดย 38% เก็บรายละเอียดธนาคาร และ 34% บันทึกรหัสผ่านและข้อมูลการเข้าสู่ระบบ นอกจากนี้ยังเก็บประวัติการแชทด้วย AI (27%) ซึ่งแสดงให้เห็นเพิ่มเติมว่าสมาร์ทโฟนได้พัฒนาไปเป็นศูนย์กลางการเก็บข้อมูลดิจิทัลของผู้ใช้

ในกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามในประเทศไทย ผู้ใช้วางใจจัดเก็บข้อมูลในชีวิตประจำวันในสมาร์ทโฟนในวงกว้างมากขึ้น เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คนไทยมีแนวโน้มที่จะจัดเก็บรูปภาพและวิดีโอส่วนตัว (63%) ข้อมูลติดต่อและหมายเลขโทรศัพท์ (50%) และข้อมูลบัญชีโซเชียลมีเดีย (44%)

นอกจากนี้ อีเมลและข้อความที่เกี่ยวข้องกับงาน (40%) ปฏิทินและตารางงาน (27%) และการเข้าถึงระบบงาน (17%) ยังแสดงให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของสมาร์ทโฟนทั้งในกิจกรรมส่วนตัวและกิจกรรมทางอาชีพ

แอนตัน คิฟวา ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า ปัจจุบันสมาร์ทโฟนทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยที่มีฟังก์ชันครบครันซึ่งเกี่ยวข้องกับทุกแง่มุมของชีวิตเรา ข้อมูลที่เราวางใจให้สมาร์ทโฟนจัดเก็บนั้นไปไกลกว่าแค่รูปภาพ หมายเลขโทรศัพท์ หรือข้อความ ดังนั้น คำถามหลักจึงไม่ใช่ว่า เราจัดเก็บอะไร แต่เป็น เราปกป้องข้อมูลนั้นอย่างไร ซึ่งจำเป็นต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยที่สำคัญไม่แพ้ข้อมูลที่จัดเก็บไว้”


กุญแจสามประการสู่ความปลอดภัยของข้อมูลมือถือ

ผู้เชี่ยวชาญของแคสเปอร์สกี้ได้ออกแผนการรักษาความปลอดภัยสามขั้นตอน เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคท่องโลกดิจิทัลนี้ได้อย่างปลอดภัย

1. ไม่ควรเก็บข้อมูลในโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว

สมาร์ทโฟนไม่ควรเป็นที่เก็บข้อมูลทุกประเภทเพียงแหล่งเดียว แม้ว่าการมีทุกสิ่งไว้เพียงปลายนิ้วจะสะดวก แต่การลบข้อมูลโดยไม่ตั้งใจ การสูญหาย หรือฮาร์ดแวร์ทำงานล้มเหลวอาจทำให้การกู้คืนเป็นไปไม่ได้หากไม่มีการสำรองข้อมูลที่เชื่อถือได้หรือการซิงค์บนคลาวด์

ข้อมูลที่ละเอียดอ่อนที่สุด เช่น พาสเวิร์ด หมายเลขบัตรประชาชน หรือรายละเอียดทางการเงิน จำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ และควรเก็บไว้ในรูปแบบที่มีการป้องกัน ใช้โซลูชันการรักษาความปลอดภัยเฉพาะอย่างเช่น Kaspersky Password Manager ซึ่งนอกเหนือจากการรักษาข้อมูลประจำตัวและบัตรธนาคารอย่างปลอดภัยแล้ว ยังมีฟังก์ชันห้องนิรภัยพิเศษที่มุ่งจัดเก็บเอกสารสำคัญ เช่น หนังสือเดินทาง บัตรประจำตัวที่สแกนไว้ และไฟล์ PDF ที่อยู่และบันทึกต่างๆ พร้อมด้วยการซิงโครไนซ์ข้ามอุปกรณ์ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลจากอุปกรณ์ใดก็ได้

2. สร้างเกราะป้องกันภัยคุกคามทางดิจิทัล

ในประเทศไทยแคสเปอร์สกี้ตรวจพบและบล็อกภัยคุกคามทางไซเบอร์บนเว็บได้ถึง 10,449,120 ครั้งในปี 2025 โดยเฉลี่ยแล้วมีการพยายามโจมตีทางไซเบอร์ 28,550 ครั้งต่อวัน

อุปกรณ์พกพาต้องการการป้องกันทางไซเบอร์ที่ครอบคลุมเช่นเดียวกับพีซี ผู้เชี่ยวชาญของแคสเปอร์สกี้แนะนำโซลูชันด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ให้การป้องกันอย่างครอบคลุมอย่างเช่น Kaspersky Premium ที่เริ่มต้นจากการสแกนแอปพลิเคชันเพื่อหาภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นเมื่อติดตั้ง และใช้คุณสมบัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อบล็อกลิงก์ที่เป็นอันตรายและลิงก์ฟิชชิงแบบเรียลไทม์ และป้องกันการสูญเสียข้อมูลหรือเงิน รวมถึงชั้นความปลอดภัยอื่นๆ อีกมากมาย

3. การวางแผนสถานการณ์ “ถ้าหาก”

เหตุการณ์โทรศัพท์สูญหายมักเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด แต่การเตรียมตัวล่วงหน้าเพียงไม่กี่ขั้นตอนก็สามารถลดผลกระทบได้อย่างมาก

·       เปิดใช้งานบริการระบุตำแหน่ง ทั้ง Android และ iOS มีเครื่องมือในตัวที่สามารถระบุตำแหน่งโทรศัพท์ที่หายไป และหากจำเป็น ก็สามารถลบข้อมูลจากระยะไกลได้ด้วย แอป Kaspersky for Android เปิดใช้งานความสามารถนี้ผ่านฟีเจอร์ Where Is My Device

·       เปิดใช้งานการสำรองข้อมูลอัตโนมัติ การสำรองข้อมูลเป็นประจำ จะช่วยเสริมความมั่นใจว่ารูปภาพ วิดีโอ เอกสาร รายชื่อติดต่อ และข้อมูลสำคัญอื่นๆ สามารถกู้คืนได้แม้ว่าอุปกรณ์จะสูญหายหรือถูกขโมย

·       ตั้งค่าการล็อกอัตโนมัติทันที การตั้งค่าให้โทรศัพท์ล็อกทันทีหลังจากหน้าจอปิดลงจะช่วยป้องกันไม่ให้ขโมยหรืออาชญากรไซเบอร์เข้าถึงได้เมื่อไม่ได้ใช้งาน

·       เก็บรักษาอุปกรณ์ให้ปลอดภัย ในที่สาธารณะ ไม่ทิ้งโทรศัพท์ไว้โดยไม่มีคนดูแล หรือวางไว้ในที่ที่หยิบได้ง่าย หลีกเลี่ยงการวางไว้บนโต๊ะ ในกระเป๋าหลัง หรือจุดอื่นๆ ที่เสี่ยงต่อการถูกขโมย

แอนตัน คิฟวา ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า เรามักประเมินค่าต่ำเกินไปว่าเราเก็บข้อมูลที่มีค่าไว้ในอุปกรณ์มือถือมากแค่ไหน และข้อมูลเหล่านั้นตกอยู่ในความเสี่ยงมากแค่ไหน ลองถามตัวเองดูว่า คุณสำรองข้อมูลรูปภาพหรือบันทึกของคุณครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ คุณจะทำอย่างไรหากโทรศัพท์ของคุณหายไป คุณตรวจสอบลิงก์ก่อนคลิกหรือไม่ ในขณะที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่นึกถึงซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยสำหรับคอมพิวเตอร์โดยอัตโนมัติ แต่สำหรับโทรศัพท์กลับไม่ค่อยนึกถึง จึงถึงเวลาแล้วที่จะมอบการปกป้องทางไซเบอร์ที่แข็งแกร่งให้กับอุปกรณ์ดิจิทัลที่คุณพกติดตัวทุกวัน”

เอเดรียน เฮีย กรรมการผู้จัดการ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า ความสัมพันธ์ของผู้ใช้กับสมาร์ทโฟนได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากที่เป็นเพียงอุปกรณ์สื่อสาร สมาร์ทโฟนได้กลายเป็นสิ่งที่เราใช้จัดการการเงิน งาน ความทรงจำ และหันไปใช้ผู้ช่วยที่ขับเคลื่อนด้วย AI มากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับงานประจำวัน เมื่อหลายแง่มุมของชีวิตเรามารวมกันอยู่ในอุปกรณ์เดียว ผลกระทบจากการสูญเสียการเข้าถึงสมาร์ทโฟนหรือการถูกละเมิดก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ความปลอดภัยทางไซเบอร์บนมือถือในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงแค่การปกป้องโทรศัพท์เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวกับการปกป้องชีวิตดิจิทัลที่เราพกติดตัวทุกวันด้วย”

 

หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปกป้องโทรศัพท์มือถือ โปรดอ่านบล็อก Kaspersky Daily

ดาวน์โหลด Kaspersky for Android ผ่านลิงก์นี้

ดาวน์โหลด Kaspersky for iOS ผ่านลิงก์นี้

 

*การศึกษาครั้งนี้ดำเนินการโดยศูนย์วิจัยตลาดของแคสเปอร์สกี้ในเดือนมีนาคม 2026 โดยมีผู้ตอบแบบสอบถาม 7200 คนจาก 18 ประเทศ (บราซิล จีน โคลอมเบีย อียิปต์ ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อินโดนีเซีย อิตาลี มาเลเซีย เม็กซิโก รัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย สเปน แอฟริกาใต้ ไทย ตุรกี และเวียดนาม) เข้าร่วมในการสำรวจ