ทรูมันนี่ ผู้นำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนต์และผู้ให้บริการทางการเงินดิจิทัลชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้แอสเซนด์ มันนี่ ประกาศยุทธศาสตร์ผู้นำ PaymentTech ครั้งยิ่งใหญ่เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการชำระเงินของไทย ภายในงานแถลงข่าว “Tap Forward: Your Everyday Money Companion” พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ “แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่” ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจ่ายแบบใหม่ ภายในงาน โดยการประกาศยุทธศาสตร์ในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของ ทรูมันนี่ ในฐานะผู้นำด้าน PaymentTech และตอกย้ำการเป็นแอปการเงินที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดอันดับ 1 ของประเทศ อีกทั้งยังเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการเงินดิจิทัลของไทยสู่อนาคต
โดยการประกาศยุทธศาสตร์ในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของ ทรูมันนี่ ในฐานะผู้นำด้าน PaymentTech และตอกย้ำการเป็นแอปการเงินที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดอันดับ 1 ของประเทศ[1] อีกทั้งยังเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการเงินดิจิทัลของไทยสู่อนาคต
โดยไฮไลท์สำคัญในงานคือการเปิดตัวฟีเจอร์แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมการจ่ายรูปแบบใหม่ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อพลิกโฉมการจ่ายแบบเดิมที่ผู้บริโภคคุ้นเคยอย่างการสแกนจ่าย ไปสู่ความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นผ่านการแตะจ่ายที่เครื่องรับชำระ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของไทยที่ผู้บริโภคสามารถแตะจ่ายได้โดยไม่ต้องมีหรือผูกบัตรเครดิต แค่มีแอปทรูมันนี่ ก็แตะจ่ายได้

มนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด กล่าวว่า “ในช่วงที่ผ่านมา การชำระเงินดิจิทัลได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนทั้งในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเต็มรูปแบบ จากนี้ไปความต้องการของผู้บริโภคจะไม่หยุดอยู่เพียงแค่ความสะดวกของการจ่ายได้ แต่จะคาดหวังบริการทางการเงินที่ฉลาด เข้าใจบริบท และผสานเข้ากับวิถีชีวิตประจำวันยิ่งขึ้น”
“ทรูมันนี่ เชื่อว่าอนาคตของการชำระเงินไม่เพียงต้องไร้รอยต่อ แต่ต้องผสานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนเพื่อช่วยยกระดับประสบการณ์การเงินที่ดีขึ้นให้แก่ผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง โดยเทคโนโลยีอย่าง AI ที่ทำงานผสานกับอีโคซิสเต็มส์ที่แข็งแกร่งและความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง จะเป็นกลไกสำคัญที่กำหนดทิศทางของ PaymentTech ยุคต่อไป และทรูมันนี่เชื่อว่าเราคือผู้นำในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว”
ตลอดการเปลี่ยนผ่านสู่การชำระเงินดิจิทัลของไทย ทรูมันนี่ มีบทบาทสำคัญในการบุกเบิกและพัฒนานวัตกรรมทางการเงินของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การให้บริการชำระเงินออนไลน์ การสร้างเครือข่ายรับชำระเงินผ่านวอลเล็ททั่วประเทศ บริการสินเชื่อดิจิทัล การลงทุนที่เข้าถึงง่าย การส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน ไปจนถึงเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอัจฉริยะบนโทรศัพท์มือถือ ปัจจุบัน ทรูมันนี่มีผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนแล้วมากกว่า 35 ล้านรายในประเทศไทย และยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายการชำระเงินดิจิทัลทั้งในไทยแลภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่อง ผ่านทั้งแพลตฟอร์ม เครือข่ายตัวแทน และความร่วมมือด้านการชำระเงินข้ามพรมแดน

ในโอกาสนี้ ทรูมันนี่ ได้เปิดตัว 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำ PaymentTech แห่งอนาคต ดังนี้
ยุทธศาสตร์ที่ 1: นวัตกรรมการชำระเงินที่ไร้รอยต่อ และตอบโจทย์ชีวิตในทุกวัน
ทรูมันนี่ มุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์การชำระเงินในชีวิตประจำวันให้รวดเร็ว ง่าย และไร้รอยต่อยิ่งขึ้น ผ่านการเปิดตัวนวัตกรรมต่าง ๆ อาทิ การแตะจ่าย การตั้งชำระเงินอัตโนมัติ ตลอดจนบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ชีวิตประจำวันในอนาคต โดยนอกเหนือจากการชำระเงิน ทรูมันนี่ยังเดินหน้าขยายประสบการณ์ทางการเงินให้ครอบคลุมทั้งการใช้จ่าย ออม ลงทุน และการบริหารจัดการเงินในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการเรื่องเงินได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้นในแอปเดียว
ยุทธศาสตร์ที่ 2: การเชื่อมต่อเครือข่ายพาร์ตเนอร์และอีโคซิสเต็มส์ที่แข็งแกร่งทั้งในและต่างประเทศ
ทรูมันนี่ เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศการชำระเงิน ผ่านการขยายและเชื่อมต่อเครือข่ายร้านค้า ช่องทางการชำระเงิน และการชำระเงินข้ามพรมแดน โดยในปัจจุบัน ผู้บริโภคสามารถใช้ทรูมันนี่ได้อย่างสะดวกและไร้รอยต่อบนแพลตฟอร์มออนไลน์และบริการดิจิทัลชั้นนำ รวมถึงจุดรับชำระเงินมากกว่า 7 ล้านจุดทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน ด้วยเครือข่ายการชำระเงินข้ามพรมแดนและความร่วมมือกับ Alipay+ ทรูมันนี่ยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถชำระเงินได้ในกว่า 50 ประเทศ และเขตการท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งในเร็วๆ นี้กำลังจะขยายเป็น 220 ประเทศและเขตการท่องเที่ยวทั่วโลก และเพื่อตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ไร้พรมแดนของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น ทรูมันนี่ กำลังเดินหน้าขยายเครือข่ายการรับชำระเงินในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเปิดให้ผู้ใช้งานสามารถแตะจ่ายด้วยทรูมันนี่ได้ที่จุดรับชำระในต่างประเทศด้วย
ยุทธศาสตร์ที่ 3: ยกระดับความคุ้มค่าในการใช้จ่าย
ทรูมันนี่ เดินหน้ายกระดับการให้สิทธิประโยชน์เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าให้ทุกการใช้จ่าย โดยเตรียมทำให้ TrueMoney Coins เป็น Loyalty Platform ที่ครบครันยิ่งขึ้น ทั้งการเพิ่มสิทธิประโยชน์ ขยายช่องทางการแลกใช้ และเชื่อมต่อกับพันธมิตรในวงกว้าง การเชื่อมโยงระบบการชำระเงิน สิทธิประโยชน์ และทางเลือกในการใช้จ่ายที่หลากหลาย รวมถึงศักยภาพของธนาคารไร้สาขา[2] ในอนาคต จะยิ่งช่วยให้ทรูมันนี่สามารถมอบประสบการณ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ผู้ใช้แต่ละคนได้ดียิ่งขึ้น ทั้งในด้านความสะดวก มอบความคุณค่า และเปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างทั่วถึงตลอดการใช้ชีวิตประจำวัน
ยุทธศาสตร์ที่ 4: แพลตฟอร์มการเงินอัจฉริยะ ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และข้อมูล
ทรูมันนี่ กำลังเดินหน้าพัฒนาประสบการณ์ทางการเงินที่ขับเคลื่อนด้วย AI และข้อมูล โดยเมื่อเร็วๆ นี้บริษัทฯ ได้ปรับหน้าจอแอปให้จัดวางเมนูต่างๆ ให้เข้ากับความสนใจของแต่ละผู้ใช้โดยอัตโนมัติ และยังได้เปิดตัวฟีเจอร์ Money Buddy ซึ่งเป็นผู้ช่วยทางการเงินที่จะให้การแจ้งเตือน และคำแนะนำที่เหมาะสมเฉพาะผู้ใช้นั้นๆ โดยบริษัทฯ มองว่า AI ได้กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการสร้างประสบการณ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างถูกที่ถูกเวลาและยกระดับการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยนอกเหนือจากการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ทรูมันนี่ยังนำ AI มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานภายในองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ยกระดับระบบอัตโนมัติ และช่วยให้องค์กรสามารถสร้างสรรค์และต่อยอดนวัตกรรมได้อย่างรวดเร็ว
เปิดตัวฟีเจอร์ แตะจ่าย ด้วยทรูมันนี่ เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยแตะจ่ายโดยไม่ต้องมีบัตรเครดิตเป็นครั้งแรกในไทย
ภายในงาน ทรูมันนี่ยังประกาศขยายบริการ แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่ ทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ใช้จำนวนมากสามารถเข้าถึงการแตะจ่ายในชีวิตประจำวันได้

ธนรัฐ ธุวสุจิเรข ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบัน ผู้บริโภคจำนวนมากยังเจออุปสรรคที่ยุ่งยากกว่าจะชำระเงินสำเร็จ ตั้งแต่ปลดล็อกโทรศัพท์ เปิดแอปพลิเคชัน ไปยังหน้าชำระเงิน และสแกน ในขณะที่หลายคนต้องการประสบการณ์ใช้จ่ายที่ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น อย่างการแตะจ่าย”
โดยการเปิดตัวฟีเจอร์ “แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่” ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจ่ายรูปแบบใหม่นี้จะช่วยลดขั้นตอนในการชำระเงิน ให้รวดเร็ว และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่พกสมาร์ตโฟนอยู่กับตัวตลอดเวลา”

โดยทรูมันนี่ได้เปิดตัวการแตะจ่ายใน
2 รูปแบบ ได้แก่
1. การแตะจ่ายที่เครื่อง Bluetap สีส้มที่มาพร้อมแท่นวงกลมแสงสีฟ้าตรงกลาง
รองรับการแตะจ่ายของทั้งมือถือ iOS และ Android แค่ผู้ใช้มีแอปทรูมันนี่
โดยเรียกว่าระบบ Closed Loop เพราะให้บริการในเครือข่ายร้านค้าพาร์ทเนอร์ของทรูมันนี่
2. การแตะจ่ายที่เครื่อง EDC ที่มีสัญลักษณ์ Contactless ที่เรียกว่าระบบ Open Loop ซึ่งจะเริ่มเปิดให้ผู้ใช้งาน Android แตะจ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.69
โดยการเปิดตัวการแตะจ่ายสองรูปแบบดังกล่าวยังถือเป็นครั้งแรกของโลก ที่ผู้ใช้สามารถแตะจ่าย ได้ทั้งเครื่องแบบ Closed Loop และ Open Loop โดยประสบการณ์การชำระเงินทั้งสองรูปแบบนี้เกิดจากความร่วมมือของทรูมันนี่กับ Alipay+ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเชื่อมต่อนรวมดิจิทัลวอลเล็ตของ Ant International ซึ่งครอบคลุมทั้ง BlueTap อุปกรณ์รับชำระเงินแบบครบวงจร และ Alipay+ Tap โซลูชันการชำระเงินผ่านเทคโนโลยี NFC ที่พัฒนาร่วมกับ Mastercard


โดยการแตะจ่ายด้วยทรูมันนี่ที่เครื่อง BlueTap เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ทั้ง iOS และ Android[3] สามารถแตะจ่ายได้โดยไม่จำเป็นต้องมีหรือผูกบัตรเครดิต โดยก่อนหน้านี้ผู้ที่ต้องการแตะจ่ายด้วยมือถือได้ต้องมีและผูกบัตรเครดิตกับโทรศัพท์รุ่นที่เปิดให้ใช้บริการเท่านั้น ซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงนวัตกรรมใหม่ ๆ การเปิดตัวฟีเจอร์ แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่ ในวันนี้จึงช่วยให้คนไทยสามารถเข้าถึงการจ่ายในแบบที่รวดเร็วโดยใช้เวลาแค่ 6 วินาที ซึ่งเร็วกว่าการชำระเงินแบบอื่นที่ต้องผ่านหลายหน้าจอและขั้นตอนกว่าจะทำรายการสำเร็จ อีกทั้งช่วยให้ผู้ประกอบการร้านค้าในไทยสามารถรองรับการชำระเงินได้หลากหลายรูปแบบจากทั้งลูกค้าในประเทศและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
BlueTap เปิดให้บริการครั้งแรกที่ร้าน 7-Eleven และร้านค้าพันธมิตรของทรูมันนี่ที่ร่วมรายการ โดยบริษัทฯ มีแผนขยายจุดให้บริการเป็นมากกว่า 50,000 จุดรับชำระทั่วประเทศภายในเดือนกันยายน 2569
ทั้งนี้ นับตั้งแต่เปิดให้บริการแตะจ่ายด้วยทรูมันนี่ที่เครื่อง BlueTap มีผู้ใช้งานมาแตะจ่ายแล้วมากกว่า 1.5 ล้านคน และมียอดการแตะจ่ายรวมกว่า 5 ล้านครั้ง โดยกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่นและวัยทำงานนิยมมาแตะจ่ายสูงสุด โดยข้อมูลที่ได้ยังชี้ให้เห็นว่าผู้ใช้งานประมาณ 70% ใช้มือถือระบบปฏิบัติการ iOS มาแตะจ่ายในขณะที่ 30% ใช้มือถือระบบปฏิบัติการ Android สะท้อนการยอมรับจากกลุ่มผู้บริโภคยุคดิจิทัลเป็นอย่างดี
นอกจากนี้
ผลลัพธ์ในช่วงเริ่มต้นยังแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจ ได้แก่
· ร้านค้าพันธมิตรแห่งหนึ่งมียอดขายจากผู้ใช้งานทรูมันนี่เพิ่มขึ้นมากกว่า 50% หลังเปิดให้บริการแตะจ่ายที่เครื่อง BlueTap
· ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อผู้ใช้งาน (Spending per User) เพิ่มขึ้นประมาณ 14%
นอกจากการแตะจ่ายที่เครื่อง BlueTap แล้ว ทรูมันนี่ ยังร่วมกับ Alipay+ ผ่านเทคโนโลยี Mastercard Wallet Pay ช่วยให้ผู้ใช้งานเปิดใช้งานการชำระเงินแบบไร้สัมผัสผ่านแอป TrueMoney เพื่อแตะจ่ายที่เครื่อง EDC ที่มีสัญลักษณ์ Contactless ได้ทันที โดยไม่ต้องมีหรือสมัครบัตรเครดิต โดยรองรับการแตะจ่ายที่จุดชำระซึ่งครอบคลุมกว่า 900,000 จุดทั่วไทย และมากกว่า 150 ล้านจุดรับชำระใน 220 ประเทศและเขตการท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งการแตะจ่ายที่เครื่อง EDC นี้จะเริ่มเปิดให้ผู้ใช้งานมือถือในระบบ Android เริ่มแตะจ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ก่อนทยอยขยายการให้บริการในวงกว้างต่อไป
โดยตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 ทรูมันนี่จะเตรียมทยอยเปิดตัวแคมเปญ สิทธิประโยชน์ และโปรโมชั่นต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสประสบการณ์ แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่ และได้สิทธิประโยชน์มากกว่าที่เคย
โดยนอกเหนือจากการแตะจ่ายที่ร้านค้า ทรูมันนี่ ยังเดินหน้าขยายนวัตกรรมการแตะจ่ายนี้ไปยังระบบให้บริการขนส่งสาธารณะ โดยปัจจุบันผู้ใช้ทรูมันนี่สามารถแตะจ่ายที่เครื่อง EDC บนรถโดยสารประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กว่า 6,000 คัน ทั่วกรุงเทพฯ ได้ เพียงใช้แอปทรูมันนี่แตะที่เครื่องรับชำระเงินที่พนักงานเก็บค่าโดยสารถืออยู่
ขณะเดียวกัน ทรูมันนี่กำลังอยู่ระหว่างการหารือความร่วมมือกับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง เพื่อพัฒนาระบบแตะจ่ายที่ทางเข้าสถานี โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการใน ไตรมาส 4 ปี 2569 ซึ่งจะช่วยให้ผู้โดยสารสามารถใช้แอปทรูมันนี่แตะจ่ายเพื่อเข้าสถานีได้ทันที โดยไม่ต้องซื้อตั๋วหรือบัตรโดยสาร
ในระยะต่อไป ทรูมันนี่ ยังมีแผนขยายบริการแตะจ่ายไปยังระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ
ที่รองรับ เพื่อผลักดันให้การชำระเงินดิจิทัลที่ปลอดภัย รวดเร็ว และไร้รอยต่อ
กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คน ทั้งนี้
ทรูมันนี่มองว่านวัตกรรมการแตะจ่ายไม่ได้เป็นเพียงฟีเจอร์การชำระเงินรูปแบบใหม่
แต่เป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานสู่ยุคถัดไปของระบบเศรษฐกิจแบบดิจิทัล
และการชำระเงินที่ไร้รอยต่อ
ตลอดจนประสบการณ์ทางการเงินอัจฉริยะสำหรับผู้บริโภคในประเทศไทย
เกี่ยวกับ ทรูมันนี่
ทรูมันนี่
คือผู้นำบริการทางการเงินแบบดิจิทัลชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มุ่งเน้นให้บริการทางการเงินแก่ผู้คนซึ่งรวมไปถึงผู้ที่เข้าไม่ถึงบริการของสถาบันทางการเงิน
โดยให้บริการใน 7 ประเทศในภูมิภาค ได้แก่ ประเทศไทย กัมพูชา เมียนมา เวียดนาม ฟิลิปปินส์
อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ทรูมันนี่ ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2556
และเข้าเป็นธุรกิจหนึ่งของ บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ ในปี พ.ศ. 2557 และเป็นพันธมิตรกับบริษัท Ant Group ใน พ.ศ. 2559 ปัจจุบัน ทรูมันนี่ ให้บริการด้านการเงินที่หลากหลายผ่าน TrueMoney
แอปพลิเคชันการเงินที่ได้รับความนิยมสูงสุดที่ช่วยอำนวยความสะดวกและทำให้การเงินเป็นเรื่องง่าย
ตอบโจทย์กับทุกไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้ ทรูมันนี่
ยังมีเครือข่ายตัวแทนที่ครอบคลุมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ทั้งหมดนี้เพื่อมอบความสะดวกสบายในการทำธุรกรรมทางการเงินให้กับหลายล้านคนเพื่อก้าวล้ำไปสู่ชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.truemoney.com
[1] ข้อมูลจาก AppSynth and data.ai, The Top App of All Time: Most Downloaded Apps by Thai
Corporates, 2024.
[2]
Ascend Bank อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดตั้งและเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดดำเนินการ
โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข
และกระบวนการอนุญาตที่เกี่ยวข้องของธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลัง
[3]
ติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการรองรับอุปกรณ์เพิ่มเติมได้เร็วๆ นี้