7 ก.ค. 2569 70 0

SYMPHONY ยกระดับเคเบิลใต้น้ำ 'MCT Submarine Cable System' หนุน International Connectivity รับยุค AI-Driven Economy

SYMPHONY ยกระดับเคเบิลใต้น้ำ 'MCT Submarine Cable System' หนุน International Connectivity รับยุค AI-Driven Economy


บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SYMPHONY COMMUNICATION ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโครงข่ายสื่อสารสำหรับองค์กร ได้ลงทุนอัปเกรดโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ MCT Submarine Cable System เพื่อยกระดับศักยภาพ International Connectivity เชื่อมต่อประเทศไทยสู่โครงข่ายสื่อสารระดับโลก

SYMPHONY เป็นเอกชนไทยรายแรกที่ได้รับอนุญาตให้ลงทุนและติดตั้งระบบเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ (Submarine Cable System) และเป็นผู้ให้บริการรายเดียวที่มีสถานีเคเบิลใต้น้ำ (Subsea Cable Landing Station) ในจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) สนับสนุนการลงทุนด้าน Data Center การเชื่อมต่อระหว่างประเทศ และการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย

ในการอัปเกรดครั้งนี้ SYMPHONY ได้เลือกใช้เทคโนโลยี PSE-6 Coherent Optics จาก Nokia เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความจุ และความยืดหยุ่นของโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ โดยสามารถรองรับการรับส่งข้อมูลได้มากกว่า 30 เทราบิตต่อวินาที (Tbps) ต่อคู่เส้นใยนำแสง (Fiber Pair) รองรับปริมาณ Traffic ระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นจากการใช้งาน AI, OTT, Cloud Services, Hyperscale Data Center และบริการดิจิทัลยุคใหม่

นอกจากการเพิ่มขีดความสามารถของโครงข่ายแล้ว เทคโนโลยีดังกล่าวยังช่วยยกระดับมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัย เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงข่าย และเสริมศักยภาพในการตรวจสอบการเชื่อมต่อแบบ Real-Time สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ SYMPHONY ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีมาตรฐานระดับสากล เพื่อรองรับความต้องการขององค์กรและผู้ให้บริการดิจิทัลในยุค AI-Driven Economy


สุพรชัย โชติพุทธิกุล Executive Vice President, Head of Regulatory Affairs Division and Subsea Cable and Special Network Project กล่าวว่า การเลือกใช้เทคโนโลยี PSE-6 Coherent Optics จาก Nokia ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มขีดความสามารถของโครงข่ายเท่านั้น แต่ยังช่วยยกระดับมาตรฐานด้านความน่าเชื่อถือ ความมั่นคงปลอดภัย และการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากร สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (Sustainability) อีกทั้งยังช่วยเสริมศักยภาพในการติดตามและตรวจสอบประสิทธิภาพของโครงข่าย รองรับความต้องการของลูกค้าระดับสากลและการเชื่อมต่อระหว่างประเทศที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง”


ธีรพันธุ์ ปิยะโอสถสรรค์ Head of Product Development Division กล่าวว่า ปัจจุบันองค์กรทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI-Driven Economy ซึ่งส่งผลให้ความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการเชื่อมต่อระหว่างประเทศเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การอัปเกรดโครงข่าย MCT ในครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ International Connectivity Network ของ SYMPHONY พร้อมรองรับการเติบโต AI, OTT, บริการ Cloud และแพลตฟอร์มดิจิทัลระดับโลก รวมถึงเชื่อมโยงลูกค้าองค์กรสู่ผู้ให้บริการโครงข่ายและผู้ให้บริการดิจิทัลชั้นนำทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ”


SYMPHONY ยังคงเดินหน้าลงทุนด้าน Digital Infrastructure และ International Connectivity อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมตอกย้ำบทบาทการเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการเชื่อมต่อระหว่างประเทศที่เชื่อมโยงธุรกิจไทยสู่เครือข่ายระดับโลกอย่างไร้รอยต่อ

ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการและโซลูชั่นของ MCT Submarine Cable System ได้ที่: MCT Submarine Cable System | Symphony Communication สนใจบริการหรือต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ สามารถติดต่อได้ที่ โทร. 02-101-1111 หรือ อีเมล์ globalbusinessgroup@symphony.net.th หรือ LINE Official: @symphonycomm

 

เกี่ยวกับ ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น 

บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (SYMPHONY) ผู้ให้บริการโทรคมนาคม โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเคเบิลใต้น้ำ (Subsea Cable Infrastructure) ชั้นนำของประเทศไทย ที่มุ่งมั่นส่งมอบบริการด้านการเชื่อมต่อ บริการคลาวด์ และบริการระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูล  ตลอดจนบริการแบบมืออาชีพที่ได้รับการดูแลแบบครบวงจรระดับพรีเมียมให้แก่ลูกค้าในกลุ่มองค์กรหน่วยงานภาครัฐผู้ให้บริการโทรคมนาคมผู้ให้บริการ OTT/คอนเทนต์ รวมถึงผู้ให้บริการคลาวด์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกครอบคลุมทั่วประเทศและการเชื่อมต่อข้ามพรมแดน เพื่อสะท้อนถึงพันธสัญญาของ SYMPHONY “We Fast, You First – เร็วที่สุดเพื่อคุณ ในการให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับแรก พร้อมผลักดันให้ธุรกิจเติบโต ปรับตัว และประสบความสำเร็จในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างมั่นคง