เอมิเรตส์เปิดตัวเที่ยวบินรายวันเที่ยวที่ 3 ระหว่างนครดูไบและจังหวัดภูเก็ต โดยให้บริการด้วยเครื่องบิน Airbus A350 รุ่นใหม่ล่าสุด เพิ่มตัวเลือกให้แก่ผู้เดินทางด้วยการขยายบริการสำหรับห้องโดยสารชั้นประหยัดพรีเมียม (Premium Economy) ระดับรางวัลในประเทศไทย
การเพิ่มบริการเที่ยวบินสำหรับภูเก็ตของเอมิเรตส์ในครั้งนี้
จะเข้ามาช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร
เพื่อตอบสนองต่อกระแสการท่องเที่ยวจากทวีปยุโรป ตะวันออกกลาง
หรือกลุ่มประเทศแถบอ่าวอาหรับ (GCC)
ที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงหน้าร้อน
โดยผู้โดยสารจะได้รับประสบการณ์เหนือระดับจากชั้นประหยัดพรีเมียม (Premium
Economy) อันเลื่องชื่อของสายการบินเอมิเรตส์
ซึ่งมาพร้อมกับพื้นที่วางขาที่กว้างขวางยิ่งขึ้น
สิ่งอำนวยความสะดวกที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ตลอดจนเมนูอาหารรสเลิศเหนือชั้น
และสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย
การเพิ่มบริการเที่ยวบินเป็น
3 เที่ยวต่อวันในครั้งนี้
ส่งผลให้ปัจจุบันสายการบินเอมิเรตส์ให้บริการเที่ยวบินภูเก็ตรวมทั้งสิ้น 21
เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ด้วยเครื่องบินรุ่น Boeing 777 และ Airbus A350 ทั้งนี้ เที่ยวบินขาไปจากเอมิเรตส์ EK390
จะออกเดินทางจากดูไบในเวลา 22:40 น.
และเดินทางถึงภูเก็ตในเวลา 08:10 น. ในวันถัดไป
สำหรับเที่ยวบินขากลับ EK391 จะออกเดินทางจากภูเก็ตในเวลา 10:00
น. และเดินทางถึงดูไบในเวลา 13:05 น.*
ผู้โดยสารสามารถสำรองบัตรโดยสารได้ที่เว็บไซต์ของเอมิเรตส์, แอปพลิเคชัน Emirates
App, ตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ หรือ
ร้านค้าของเอมิเรตส์
ผู้โดยสารจะได้รับประโยชน์จากตัวเลือกการเดินทางสู่จุดท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีความยืดหยุ่นและหลากหลายมากยิ่งขึ้น
ซึ่งรวมถึงเวลาเดินทางถึงจุดหมายปลายทางในช่วงเช้าตรู่
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้โดยสารที่ต้องต่อเครื่อง ณ นครดูไบ จากเมืองต่างๆ ในทวีปยุโรป
อาทิ แมนเชสเตอร์ อัมสเตอร์ดัม ลอนดอน ปารีส และแฟรงก์เฟิร์ต ไปจนถึงคูเวตและบาห์เรน
นอกจากนี้ เที่ยวบินใหม่นี้ยังส่งมอบการเชื่อมต่อที่สะดวกสบายจากภูเก็ตสู่จุดหมายปลายทางสำคัญทั่วทั้งยุโรปและตะวันออกกลาง
ซึ่งรวมถึงมาดริด มิวนิก เบอร์มิงแฮม บรัสเซลส์ ดุสเซลดอร์ฟ ฮัมบูร์ก เอดินบะระ
ซูริก และอัมมาน
การเปิดตัวเที่ยวบิน
EK391 ของเอมิเรตส์ในครั้งนี้ ยังช่วยยกระดับเครือข่ายด้านการขนส่งพัสดุจากภูเก็ตอย่างมีนัยสำคัญ
ด้วยการเพิ่มทางเลือกในการขนส่งพัสดุเที่ยวขาออกในช่วงกลางวันสู่นครดูไบ
ซึ่งตารางบินใหม่นี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการเชื่อมต่อสู่จุดหมายปลายทางต่าง ๆ
ทั้งในทวีปยุโรป สหราชอาณาจักร แอฟริกา กลุ่มประเทศแถบอ่าวอาหรับ GCC (Gulf
Cooperation Council) และอเมริกาเหนือให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าประเภทของสดเสียง่าย ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
และสินค้าทั่วไป
เปิดตัวเครื่อง A350 พร้อมห้องโดยสารชั้นประหยัดพรีเมียมสู่ภูเก็ต

เที่ยวบินรายวันเที่ยวใหม่ของเอมิเรตส์จะให้บริการด้วยเครื่องบินรุ่น
Airbus A350-900 บริการห้องโดยสาร
3 ระดับ
มอบความสะดวกสบายให้แก่ผู้โดยสารด้วยที่นั่งชั้นธุรกิจ (Business Class) ที่สามารถปรับนอนได้จำนวน 32 ที่นั่ง
ในรูปแบบการจัดแถวแบบ 1-2-1 พร้อมด้วยที่นั่งชั้นประหยัดพรีเมียม
(Premium Economy) จำนวน 28 ที่นั่ง
และที่นั่งชั้นประหยัด (Economy Class) จำนวน 238 ที่นั่ง
นอกเหนือไปจากผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดอันเป็นเอกลักษณ์และบริการระดับรางวัลของเอมิเรตส์
ผู้โดยสารยังจะได้เพลิดเพลินไปกับนวัตกรรมด้านสิ่งอำนวยความสะดวกที่ล้ำสมัยบนเครื่อง
อาทิ แท่นชาร์จมือถือแบบไร้สายสำหรับที่นั่งชั้นธุรกิจ
ม่านบังแสงหน้าต่างควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าที่มีลวดลายต้นกาฟ (Ghaf tree) อันเป็นเอกลักษณ์ของเอมิเรตส์ในห้องโดยสารระดับพรีเมียม
ตลอดจนเมนูอาหารแบบดิจิทัลบนหน้าจอระบบ ice และฟีเจอร์อื่นๆ
อีกมากมาย
ระบบความบันเทิงบนเที่ยวบิน
ice รุ่นใหม่ล่าสุดของสายการบินบนเครื่องบินรุ่น
A350 พร้อมส่งมอบประสบการณ์การรับชมเสมือนอยู่ในโรงภาพยนตร์
ด้วยหน้าจอสัมผัสที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเป็นพิเศษ ให้ภาพคมชัดระดับ 4K และ 4K HDR นอกจากนี้ เครื่องบินรุ่น A350 ยังให้บริการเครือข่าย Wi-Fi ประสิทธิภาพสูง
ขับเคลื่อนโดยเครือข่ายดาวเทียม Global Xpress (GX) ของ ViaSat
พร้อมจุดกระจายสัญญาณไร้สาย (Wireless Access Points: WAPs) บนเครื่องบินที่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น
เพื่อช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเพลิดเพลินไปกับความเร็วอินเทอร์เน็ตที่เร็วแรงกว่าความเร็วเฉลี่ยของเครื่องบินทั่วไปในปัจจุบันถึงสิบเท่า
นอกจากนี้
ผู้โดยสารในชั้นประหยัดพรีเมียม (Premium Economy) ยังจะได้รับสิทธิ์สำหรับสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องมากถึง
35 กิโลกรัม พร้อมด้วยสัมภาระพกพาขึ้นเครื่อง 10 กิโลกรัมอีกด้วย
ความมุ่งมั่นของเอมิเรตส์ต่อประเทศไทย

การขยายการให้บริการของเอมิเรตส์สำหรับภูเก็ตในครั้งนี้
ถือเป็นการต่อยอดการลงทุนอย่างต่อเนื่องของสายการบินเอมิเรตส์ในประเทศไทย ซึ่งรวมไปถึงการเปิดให้บริการห้องรับรองผู้โดยสาร
(Lounge)
ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ณ อาคาร SAT-1 ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, การเปิดตัวร้าน
‘Emirates
World’ แห่งใหม่ ณ Gaysorn Centre ในกรุงเทพฯ ตลอดจนการเปิดตัวบริการใหม่สำหรับเส้นทาง Fifth Freedom ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ
ประเทศไทย สู่เสียมราฐ ในประเทศกัมพูชา และดานัง ประเทศเวียดนาม
ตอกย้ำจุดยืนในการเป็นจุดเชื่อมต่อของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นอกจากเส้นทางภูเก็ต
เอมิเรตส์ยังให้บริการห้องโดยสารชั้นประหยัดพรีเมียม (Premium Economy) ระดับรางวัล
ในเที่ยวบิน EK372/373 ระหว่างดูไบและกรุงเทพฯ
ซึ่งให้บริการด้วยเครื่องบินรุ่น A350 แบบการจัดวางที่นั่ง 4
ระดับชั้นอีกด้วย
*หมายเหตุ:
เวลาที่ระบุทั้งหมดเป็นเวลาท้องถิ่น
เกี่ยวกับเอมิเรตส์
สายการบินเอมิเรตส์
(Emirates) เริ่มต้นดำเนินงานในปี
พ.ศ. 2528 ด้วยเครื่องบินเพียง 2 ลำ
ก่อนจะก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการฝูงบิน Airbus A380 และ Boeing
777 ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบัน
เพื่อมอบความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้าด้วยเครื่องบินลำตัวกว้างรุ่นล่าสุดและมีประสิทธิภาพที่สุดในการบินบนท้องฟ้า
เอมิเรตส์ยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเดินทางทั่วโลกผ่านเครือข่ายเส้นทางบินที่ครอบคลุมทั่วทุกมุมโลก
ทั้งความบันเทิงบนเครื่องบินระดับแนวหน้า อาหารที่สะท้อนรสชาติประจำภูมิภาค
และบริการอันเป็นเลิศในแบบฉบับระดับโลก