กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้จัดงานครั้งยิ่งใหญ่ "Traffy Fondue: City Transformers Awards" เพื่อเชิดชูเกียรติหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่นำแพลตฟอร์มดิจิทัลมาใช้ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ แพลตฟอร์ม Traffy Fondue ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนจนมียอดแจ้งเหตุสะสมทะลุ 2 ล้านเรื่อง และกลายเป็นต้นแบบสำคัญของการบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ในระดับสากล
‘ยศชนัน’ ชูนวัตกรรมเปลี่ยนเมือง ย้ำเทคโนโลยีต้องเข้าใจคน

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ประธานในพิธีเปิดงาน กล่าวชื่นชมความสำเร็จของ Traffy Fondue ว่าไม่ได้เป็นเพียงแอปพลิเคชันรับแจ้งเหตุ แต่คือ "นวัตกรรมเปลี่ยนเมือง" ที่แท้จริง พร้อมระบุว่าพลังของดิจิทัลช่วยลดขั้นตอนการทำงานและทำให้เจ้าหน้าที่สามารถดูแลพี่น้องประชาชนได้อย่างราบรื่นและเห็นผลลัพธ์ผ่านระบบดิจิทัลทันที
"เทคโนโลยีที่เข้าใจคนได้มากที่สุด คือสิ่งที่คนไทยทำกันเอง เน้นย้ำถึงความภูมิใจในทีมนักวิจัยไทยจาก สวทช. ที่มีความรู้ความสามารถระดับโลก และพร้อมนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชน นอกจากนี้ ท่านยังเปิดเผยว่าในปัจจุบันมีการบูรณาการ AI เข้ามาในระบบเพื่อช่วยในการกำหนดนโยบายภาครัฐ โดยการนำโจทย์ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่างๆ ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง โดยเป้าหมายต่อไปคือการนำ Traffy Fondue เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐใช้เป็นแพลตฟอร์มมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ" ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าว
กางสถิติความสำเร็จ จาก 12 วัน สู่ 1 วัน กับยอดแจ้งเหตุ 2 ล้านเรื่อง

ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. และผู้ริเริ่มพัฒนา Traffy Fondue ได้นำเสนอข้อมูลสถิติที่น่าสนใจซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยในปัจจุบันมีหน่วยงานเข้าร่วมใช้งานมากกว่า 34,000 แห่ง ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย
ข้อมูลน่าทึ่งจากระบบระบุว่า

ยอดแจ้งเหตุสะสม: ทะลุ 2,000,000 เรื่อง โดยมีกรุงเทพมหานครเป็นผู้นำด้วยยอดกว่า 1,300,000 เรื่อง
ระยะเวลาการรับเรื่อง: ลดลงจากเดิมเฉลี่ย 12 วัน เหลือเพียง 1 วัน
ระยะเวลาการแก้ไขปัญหา: ลดลงจากเฉลี่ย 3 เดือน เหลือเพียง 0.5 เดือน หรือเร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 6 เท่า
ความพึงพอใจของประชาชน: เพิ่มขึ้นจาก 3.9 เป็น 4.3 คะแนน (จากเต็ม 5)
ผู้ให้คะแนน 5 ดาว: เพิ่มขึ้นอย่างนัยสำคัญจาก 49% เป็น 70%
ดร.วสันต์ ยังชี้ให้เห็นพฤติกรรมของประชาชนที่น่าสนใจว่า มีการแจ้งเรื่องนอกเวลาราชการสูงถึง 69% ซึ่งสะท้อนว่าระบบดิจิทัลที่ทำงานได้ 24 ชั่วโมงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่รัฐก็ได้ปรับตัวทำงานหนักขึ้น โดยสถิติพบว่ามีการปิดเคสในช่วงเวลาค่ำและดึกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
‘ชัชชาติ’ เผยเคล็ดลับ ‘Trust’ คือสกุลเงินที่มีค่าที่สุดในการบริหารเมือง

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การใช้ Traffy Fondue ในฐานะหน่วยงานที่เป็นต้นแบบความสำเร็จ ท่านกล่าวว่าหัวใจสำคัญของการสร้าง Smart City ไม่ใช่การเห่อเทคโนโลยี (Technology-Centric) แต่ต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง (People-Centric)
"Traffy Fondue คือเทคโนโลยีที่ 'ฉลาดกำลังดี' ไม่ต้องลงทุนมหาศาล แต่ตอบโจทย์ประชาชนได้มหาศาล เปรียบเทียบว่าระบบราชการเดิมเป็นเหมือน "ท่อ" (Pipeline) ที่ยาวและล่าช้า ทำให้ความไว้ใจของประชาชนถูกทำลายลง (Destroy Trust) แต่ Traffy Fondue เปลี่ยนระบบให้เป็น "แพลตฟอร์ม" (Platform) ที่ทุกคนเห็นข้อมูลพร้อมกัน ลดขั้นตอนที่ยืดเยื้อ และสร้างการแข่งขันในการให้บริการ (Competition for Service)" ชัชชาติ กล่าว
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยังเน้นย้ำว่าสิ่งที่กรุงเทพมหานครได้รับกลับมามากที่สุดไม่ใช่แค่ตัวเลขการแก้ปัญหา แต่คือ "ความไว้ใจ" (Trust) ซึ่งท่านถือว่าเป็นสกุลเงินที่สำคัญที่สุดในการทำงาน การที่ประชาชนแจ้งเรื่องเข้ามานับล้านเรื่อง ไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนแอ แต่คือเครื่องยืนยันว่าประชาชนไว้ใจว่าแจ้งแล้วจะได้รับการแก้ไข ท่านยังยกตัวอย่างความสำเร็จในช่วงวิกฤต เช่น การใช้ระบบรับแจ้งเหตุ "รอยร้าวในอาคาร" หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งช่วยให้เจ้าหน้าที่สกรีนและตรวจสอบตึกได้นับหมื่นแห่งในชั่วข้ามคืน
ก้าวต่อไปสู่สากล AI อัจฉริยะ และการดูแลแรงงานไทยในต่างแดน

ในส่วนของทิศทางในอนาคต ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ระบุว่า สวทช. พร้อมนำงานวิจัยออกจากห้องปฏิบัติการมาสร้างผลกระทบต่อสังคม โดยในปี 2570 จะมีการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ใช้พลังของ Generative AI มาช่วยเจ้าหน้าที่มากขึ้น
ฟีเจอร์ใหม่ที่จะเปิดตัวในปีหน้าประกอบด้วย

1.การมอบหมายงานรายบุคคล: ผู้บริหารสามารถกำหนดได้ทันทีว่างานนี้ใครเป็นผู้รับผิดชอบหลัก
2.ระบบกำหนดกรอบเวลา (SLA): กำหนดระยะเวลาการแก้ไขปัญหาตามประเภทของเรื่อง เช่น ฝาท่อต้องเสร็จใน 3 วัน
3.Customization สำหรับหน่วยงาน: แต่ละหน่วยงานสามารถกำหนดประเภทปัญหาและขั้นตอนการทำงาน (Status) ได้เองตามภารกิจ เช่น ระบบบูลลี่ในโรงเรียน หรือกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
4.AI วิเคราะห์เชิงรุก: ระบบจะวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาทางป้องกันปัญหาซ้ำซาก เช่น การวิเคราะห์คุณภาพงานของผู้รับเหมา
นอกจากนี้ ยังมีข่าวดีสำหรับพี่น้องแรงงานไทย โดยกระทรวงแรงงานเตรียมนำ Traffy Fondue มาใช้ในการดูแลแรงงานไทยในต่างประเทศ ซึ่งจะเริ่มเปิดใช้งาน (Go Live) ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อเป็นช่องทางหลักในการสื่อสารและขอความช่วยเหลือระหว่างแรงงานกับหน่วยงานรัฐไทยได้จากทุกมุมโลก

งาน Traffy Fondue: City Transformers Awards ในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการมอบรางวัล แต่เป็นวันแห่งการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันของทุกภาคส่วนที่จะเปลี่ยนโฉมประเทศไทยสู่เมืองที่น่าอยู่และยั่งยืน โดยมีเทคโนโลยีเป็นผู้ช่วยที่ชาญฉลาดและมีประชาชนเป็นหัวใจสำคัญ