1 ก.ค. 2569 115 0

ไปรษณีย์ไทย หนุนร้านค้าบน 'Shopify และ WooCommerce' จัดการออร์เดอร์พร้อมส่งนอกครบจบในระบบเดียว

ไปรษณีย์ไทย หนุนร้านค้าบน 'Shopify และ WooCommerce' จัดการออร์เดอร์พร้อมส่งนอกครบจบในระบบเดียว


บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก เปิดบริการเชื่อมต่อระบบจัดส่งระหว่างประเทศกับแพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์ Shopify และ WooCommerce ช่วยให้ร้านค้าสามารถจัดการคำสั่งซื้อ สร้างใบจ่าหน้า และติดตามสถานะการจัดส่งได้ครบจบในระบบเดียว ลดขั้นตอนการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการร้านค้าออนไลน์ และรองรับการเติบโตของธุรกิจ E-Commerce ระหว่างประเทศ พร้อมจัดแคมเปญ Top Spender มอบรางวัลพิเศษแก่ร้านค้าที่มียอดจัดส่งสูงสุด รวม 10 รางวัล


ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยจำนวนมากเริ่มปรับกลยุทธ์จากการจำหน่ายสินค้าผ่าน Marketplace เพียงอย่างเดียว มาสู่การสร้างช่องทางขายของตนเองผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Shopify และ WooCommerce มากขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพในการสร้างแบรนด์ บริหารฐานลูกค้า และขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์สุขภาพ เครื่องสำอาง สินค้าไลฟ์สไตล์ และงานหัตถกรรมไทยที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคทั่วโลก อย่างไรก็ตาม การจัดการคำสั่งซื้อ การเตรียมเอกสาร และการขนส่งระหว่างประเทศยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของผู้ประกอบการจำนวนมาก เนื่องจากต้องดำเนินการผ่านหลายระบบและหลายขั้นตอน ส่งผลให้เกิดต้นทุนด้านเวลาและการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้น

ไปรษณีย์ไทยในฐานะโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของประเทศมีบทบาทในการเชื่อมต่อผู้ประกอบการไทยกับตลาดโลกผ่านเครือข่ายศักยภาพที่ครอบคลุมทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลและการค้าระหว่างประเทศของไทย จึงมุ่งพัฒนาโซลูชันที่ช่วยลดข้อจำกัดในการทำธุรกิจออนไลน์ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขยายสินค้าไปยังตลาดทั่วโลกได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และแข่งขันได้มากขึ้น การเชื่อมต่อระบบจัดส่งระหว่างประเทศเข้ากับ Shopify และ WooCommerce ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการร้านค้าออนไลน์และการจัดส่งสินค้าได้อย่างครบวงจรผ่านระบบเดียว เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ และขยายโอกาสการแข่งขันในตลาดโลกได้มากยิ่งขึ้น

ดร.ดนันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับ Shopify ไปรษณีย์ไทยได้พัฒนาแอปพลิเคชัน Thailand Post (Official) บน Shopify App Store เพื่อรองรับผู้ประกอบการที่สร้างเว็บไซต์ร้านค้าบน Shopify โดยสามารถเชื่อมต่อร้านค้าเข้ากับระบบจัดส่งระหว่างประเทศของไปรษณีย์ไทยได้โดยตรงผ่าน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ช่วยนำเข้าคำสั่งซื้อเพื่อสร้างใบจ่าหน้าพัสดุระหว่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว จัดการข้อมูลการจัดส่งและเอกสาร
ที่เกี่ยวข้องในระบบเดียว รองรับการจัดส่งไปยังปลายทางทั่วโลก พร้อมติดตามสถานะการจัดส่งแบบเรียลไทม์ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง


ขณะที่ผู้ใช้งาน WooCommerce สามารถเชื่อมต่อร้านค้ากับระบบ Web Portal ของไปรษณีย์ไทยผ่าน Store Key เพื่อดึงข้อมูลคำสั่งซื้ออัตโนมัติ สร้างใบจ่าหน้าและเอกสารการจัดส่งได้ในคลิกเดียว ช่วยลดภาระงาน Manual และบริหารจัดการขั้นตอนการขนส่งทั้งหมดผ่านระบบเดียว ตั้งแต่การจัดการออร์เดอร์ การจัดเตรียมเอกสาร ไปจนถึงการติดตามสถานะพัสดุแบบ End-to-End รองรับการจัดส่งระหว่างประเทศครอบคลุมปลายทางทั่วโลก


พิเศษ! เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยเริ่มต้นขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ ไปรษณีย์ไทยจึงได้จัดแคมเปญพิเศษ Top Spender” สำหรับลูกค้าที่เชื่อมต่อระบบขนส่งระหว่างประเทศผ่าน Shopify หรือ WooCommerce โดยผู้ที่มียอดใช้บริการจัดส่งด้วยบริการระหว่างประเทศสะสมสูงสุด
10 อันดับแรกของแต่ละช่องทาง จะได้รับ Gift Card  มูลค่า 1,000 บาท จำนวนรวม 10 รางวัล แบ่งเป็น Shopify จะได้รับGift Card บัตรน้ำมันบางจาก มูลค่า 1,000 บาท 5 รางวัล
และ
WooCommerce จะได้รับ Gift Card บัตรโลตัส มูลค่า 1,000 บาท 5 รางวัล รวมมูลค่า 10,000 บาท


 ผู้ประกอบการสามารถเริ่มเชื่อมต่อร้านค้าออนไลน์กับระบบจัดส่งระหว่างประเทศของไปรษณีย์ไทยได้แล้ววันนี้ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการบริหารจัดการคำสั่งซื้อและการจัดส่ง พร้อมขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยอาศัยเครือข่ายการจัดส่งระหว่างประเทศของไปรษณีย์ไทยที่ครอบคลุมปลายทางทั่วโลก ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถสะสมยอดการใช้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 31 สิงหาคม 2569 และจะประกาศผลผู้ได้รับรางวัลในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์ และ เฟซบุ๊ก บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด