Xiaomi EV สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ในวงการยานยนต์ ด้วยการเป็นรายแรกของโลกที่ทำสถิติการขับขี่อัตโนมัติบนสนาม Nürburgring Nordschleife ได้สำเร็จ โดยรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ Xiaomi YU7 GT ที่ติดตั้ง Track Package สามารถวิ่งครบระยะทาง 20.8 กิโลเมตรของสนามได้ทั้งหมดโดยไม่มีผู้ขับขี่ พร้อมทำเวลาต่อรอบได้ 10:29.483 การทดสอบดังกล่าวดำเนินการและได้รับการรับรองตามมาตรฐานการจับเวลาอย่างเป็นทางการของ Nürburgring หลังจากความสำเร็จครั้งนี้ Nürburgring ได้เพิ่มประเภทการแข่งขันอย่างเป็นทางการใหม่ในชื่อ - AUTONOMOUS DRIVING (ภายใต้ ELECTRIC VEHICLES)
ระหว่างการทดสอบในครั้งนี้ รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ Xiaomi YU7 GT สามารถขับขี่ด้วยระบบอัตโนมัติผ่านทุกความท้าทายของสนามได้อย่างสมบูรณ์ ครอบคลุมโค้งทั้ง 73 โค้งของสนาม Nordschleife รวมไปถึงความต่างระดับของเส้นทางราว 300 เมตร รวมถึงสภาพพื้นผิวถนนที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา Nürburgring Nordschleife ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในสนามทดสอบสมรรถนะยานยนต์ที่ท้าทายที่สุดในโลก ด้วยการผสมผสานระหว่างทางตรงความเร็วสูง ชุดโค้งเทคนิคต่อเนื่อง ระดับการยึดเกาะถนนที่เปลี่ยนแปลงตลอดเส้นทาง และข้อผิดพลาดที่แทบไม่มีพื้นที่ให้แก้ตัว สนามแห่งนี้จึงได้รับการยกย่องให้เป็นมาตรฐานอ้างอิงสำคัญสำหรับการพัฒนา วิศวกรรม และการพิสูจน์สมรรถนะของยานยนต์มาอย่างยาวนาน
ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการพิสูจน์ถึงศักยภาพอันรอบด้านของระบบขับขี่อัตโนมัติของเสียวหมี่ ภายใต้สภาวะการขับขี่ที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่งเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพใหม่ที่เกิดขึ้นจากการผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับระบบควบคุมยานยนต์ขั้นสูงได้อย่างลึกซึ้งและมีประสิทธิภาพ
นับตั้งแต่การเปิดตัว Xiaomi HAD ในปี 2567 เสียวหมี่ได้เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนมีนาคม 2569 บริษัทได้เปิดตัวแพลตฟอร์มยานยนต์รุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยสถาปัตยกรรม Xiaomi XLA อันล้ำสมัยและโมเดลพื้นฐาน MiMo-Embodied ทั้งนี้ด้วยความสามารถด้านการรับรู้ การทำความเข้าใจ และการให้เหตุผลที่ได้รับการยกระดับ ระบบดังกล่าวจึงสามารถตีความสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน รวมไปถึงผู้ใช้ถนนที่เคลื่อนไหวอยู่รอบตัว และสถานะของตัวรถได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติพัฒนาจากการเรียนรู้และเลียนแบบพฤติกรรมการขับขี่ ไปสู่การทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมเชิงลึกและการตัดสินใจได้ด้วยตนเอง
ระบบขับขี่อัตโนมัติของเสียวหมี่ ถูกพัฒนาบนสถาปัตยกรรมแบบ End-to-End ควบคู่ไปกับ Vehicle Dynamics Model ที่ช่วยให้ระบบสามารถรับรู้สถานะของตัวรถและสภาพถนนได้แบบเรียลไทม์ พร้อมตัดสินใจควบคุมการขับขี่ผ่านการคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้สภาวะการขับขี่ที่ใช้ความเร็วสูงและมีภาระการทำงานของระบบสูง ระบบสามารถประสานการทำงานของพวงมาลัย ระบบเบรก และการส่งกำลังได้อย่างต่อเนื่องและแม่นยำ เพื่อรักษาเสถียรภาพของตัวรถและมอบสมรรถนะการขับขี่ที่มั่นคง
ผ่านโครงการทดสอบการขับขี่อัตโนมัติบนสนาม Nürburgring ครั้งนี้ เสียวหมี่ยังคงเดินหน้าเก็บรวบรวมข้อมูลและผลการทำงานของระบบภายใต้สภาวะการใช้งานที่ท้าทายอย่างยิ่ง เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาและยกระดับเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลที่ได้รับจะช่วยสนับสนุนการปรับปรุง Vehicle Dynamics Model การเพิ่มประสิทธิภาพของกลยุทธ์การควบคุมการขับขี่ รวมถึงการเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Safety Redundancy Mechanisms เพื่อยกระดับความปลอดภัย ความแม่นยำ และความน่าเชื่อถือของระบบขับขี่อัตโนมัติในอนาคตอีกด้วย
ท่ามกลางการบรรจบกันของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
(AI)
และนวัตกรรมยานยนต์ที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง
เสียวหมี่ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติผ่านกระบวนการทดสอบและการตรวจสอบทางวิศวกรรมอย่างเข้มงวด
รวมถึงการทดสอบในสภาพการใช้งานจริง
ด้วยเป้าหมายในการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความชาญฉลาด และประสิทธิภาพของการเดินทาง
เสียวหมี่พร้อมส่งมอบประสบการณ์การสัญจรที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ฉลาดยิ่งขึ้น
และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นแก่ผู้ใช้งานทั่วโลก
เกี่ยวกับเสียวหมี่
เสียวหมี่ก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายน 2553 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Main Board of the Hong Kong Stock Exchange ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 (1810.HK) เสียวหมี่เป็นบริษัทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภคและอุตสาหกรรมการผลิตอัจฉริยะที่มีสมาร์ทโฟนและสมาร์ทฮาร์ดแวร์อัจฉริยะที่เชื่อมต่อด้วยแพลตฟอร์ม Internet of Things (IoT) เป็นแกนหลัก
ด้วยวิสัยทัศน์ “การเป็นมิตรของผู้ใช้งานและบริษัทที่ทันสมัยที่สุดในใจผู้ใช้งานทุกคน” เสียวหมี่จึงมีความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะพัฒนานวัตกรรม ประสบการณ์การใช้งานที่ดีเยี่ยม ตลอดจนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะไม่ลดละการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในราคาที่เป็นมิตร เพื่อให้ทุกคนบนโลกนี้สามารถเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้
เสียวหมี่คือหนึ่งในบริษัทสมาร์ทโฟนชั้นนำของโลก ในเดือนมีนาคม 2569 ยอดผู้ใช้บริการรายเดือน (MAU) ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 746.2 ล้านรายรวมสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต นอกจากนี้เสียวหมี่ยังเป็นผู้นำด้านการก่อตั้งแพลทฟอร์ม AIoT (AI+IoT) ของโลก โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 จำนวนสินค้าอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับแพลทฟอร์มมีมากถึง 1,118.7 ล้านเครื่อง ทั้งนี้ยังไม่รวมสมาร์ทโฟน แล็ปท็อปและแท็บเล็ต ในเดือนตุลาคม 2566 เสียวหมี่ได้อัปเกรดกลยุทธ์เป็นระบบนิเวศอัจฉริยะ “Human × Car × Home” ที่ผสานเอาอุปกรณ์ส่วนบุคคล ผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮม และรถยนต์เข้าไว้ด้วยกันไว้อย่างลงตัว เสียวหมี่ให้ความสำคัญกับมนุษย์อยู่เสมอ และมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การเชื่อมต่อที่ครอบคลุมและดียิ่งขึ้น ผลิตภัณฑ์ของเสียวหมี่มีวางจำหน่ายกว่า 100 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก และในเดือนกรกฎาคม 2568 เสียวหมี่ยังติดอันดับใน Fortune Global 500 นับเป็นการติดอันดับเป็นปีที่เจ็ดติดต่อกัน โดยอยู่ในลำดับที่ 297
เสียวหมี่เป็นส่วนหนึ่งของ
Hang
Seng Index, Hang Seng China Enterprises Index, Hang Seng
TECH Index และ Hang Seng China 50 Index.
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเสียวหมี่
สามารถเข้าชมได้ที่ https://www.mi.com/th