20 มิ.ย. 2569 131 0

นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ 'Smart Regulation' ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ควบมาตรฐานความปลอดภัย

นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ 'Smart Regulation' ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ควบมาตรฐานความปลอดภัย


สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TURAC) เผยแพร่บทความฉบับใหม่ เสนอโรดแมปการสร้างระบบกำกับดูแลที่ชาญฉลาด (Smarter Regulation) เพื่อเพิ่มอัตราการปฏิบัติตามกฎหมาย ยกระดับความปลอดภัย และเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลอุตสาหกรรมบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน (Ride-Hailing) ของประเทศไทย ผ่านการปรับปรุงระบบทะเบียนและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาบริหารจัดการอย่างเต็มรูปแบบ 


รายงานผลการศึกษาภายใต้หัวข้อ ปลดล็อกศักยภาพ Ride-Hailing ไทย: ความปลอดภัย การแข่งขัน และโอกาสทางเศรษฐกิจในยุคดิจิทัล ระบุว่า ในขณะที่กรอบกฎหมายการกำกับดูแล Ride-Hailing ของประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ระยะการบังคับใช้ที่มีความพร้อมมากขึ้น ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้กำหนดนโยบาย จะหันมามุ่งเน้นการเปิดช่องทางและอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่สามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้ง่าย โดยยังคงรักษามาตรฐานสูงสุดในด้านความปลอดภัยของผู้โดยสาร ความโปร่งใส และการคุ้มครองผู้บริโภค

ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เดินหน้าก้าวสำคัญในการทำให้บริการ Ride-Hailing เข้าสู่ระบบกฎหมายอย่างเป็นทางการผ่านกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564 ซึ่งมีการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานอย่างเป็นระบบ ทั้งการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ขับขี่ มาตรฐานตัวรถ ระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน และการจัดเก็บข้อมูล อย่างไรก็ตาม รายงานชี้ให้เห็นว่าในทางปฏิบัติ ผู้ขับขี่ยังคงเผชิญความท้าทายสำคัญในการเข้าสู่ระบบจดทะเบียน ทั้งข้อกำหนดด้านประกันภัย เงื่อนไขสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ (ไฟแนนซ์) และขั้นตอนทางทะเบียนที่ซับซ้อน ซึ่งการปลดล็อกอุปสรรคเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยดึงผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบที่ถูกต้องตามกฎหมายมากขึ้น เพิ่มขีดความสามารถของรัฐในการกำกับดูแล และเปิดโอกาสให้แรงงานในระบบสามารถดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ดร.สุทธิกร กิ่งแก้ว นักวิชาการด้าน เศรษฐกิจและธุรกิจ เเละผู้บริหารโครงการวิจัย สถาบันวิจัยเเละให้คำปรึกษาเเห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ในปัจจุบันบริการ Ride-Hailing ไม่ใช่เพียงนวัตกรรมทางเลือก แต่ได้ยกระดับเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจดิจิทัลที่ช่วยสนับสนุนการดำรงชีวิตและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนหลายแสนคน ความท้าทายในก้าวถัดไปคือ การทำให้ระบบการกำกับดูแลมีประสิทธิภาพ ปฏิบัติได้จริง และเข้าถึงได้ เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยไม่มีการลดหย่อนมาตรฐานความปลอดภัย

ประเด็นในวันนี้จึงไม่ใช่การถกเถียงว่า Ride-Hailing ควรถูกกำกับดูแลหรือไม่ แต่คือทำอย่างไรจึงจะออกแบบกฎระเบียบที่ตอบโจทย์เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในภาพรวมของภาครัฐ ควบคู่ไปกับการสร้างกระบวนการที่ประชาชนสามารถปฏิบัติตามได้จริงในทางปฏิบัติ


 

รายงานผลการศึกษาได้นำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายใน 4 มิติหลัก ดังนี้:

·      ปรับกระบวนการอนุญาตสู่ดิจิทัลครบวงจร (End-to-End Digital Process): เร่งพัฒนาระบบดิจิทัลแบบเต็มรูปแบบสำหรับการออกใบอนุญาตขับขี่สาธารณะอิเล็กทรอนิกส์ (e-License) โดยเชื่อมโยงระบบยืนยันตัวตน การตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และการยื่นเอกสารไว้บนแพลตฟอร์มเดียว  เพื่อลดต้นทุนด้านเวลาและภาระธุรการของผู้ขับขี่ สอดรับกับนโยบายรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government)

·      ทลายกำแพงข้อจำกัดด้านไฟแนนซ์และประกันภัยในการจดทะเบียน: ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล สถาบันการเงิน บริษัทประกันภัย และผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยเชิงพาณิชย์ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการทำงานของแรงงานยืดหยุ่น (Flexible Labor) โดยยังคงรักษามาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภคและความปลอดภัยที่เหมาะสม 

·      ใช้แนวทางกำกับดูแลที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ (Outcome-Based Regulation): มุ่งเน้นไปที่เป้าหมายเชิงคุณภาพที่วัดผลได้จริง เช่น ความปลอดภัยของผู้โดยสาร ความโปร่งใสของข้อมูล และการคุ้มครองผู้บริโภคแทนการกำหนดขั้นตอนทางเอกสารที่ตายตัว โดยเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนสามารถนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ยกระดับบริการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

·      ปรับปรุงช่องทางการเข้าสู่ระบบและการปฏิบัติตามกฎหมาย: ลดขั้นตอนและอุปสรรคทางธุรการที่ไม่จำเป็นสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการเข้าสู่ระบบกฎหมาย พร้อมทั้งใช้เครื่องมือดิจิทัลและมาตรการสนับสนุนในช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อสร้างแรงจูงใจในการเข้าร่วม ซึ่งอัตราการปฏิบัติตามกฎหมายที่สูงขึ้น จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้รัฐในการควบคุมดูแลความปลอดภัย การคุ้มครองผู้บริโภค และเพิ่มความโปร่งใสในการตรวจสอบ (Regulatory Visibility) ทั่วทั้งอุตสาหกรรม

ดร.สุทธิกร กล่าวเพิ่มเติมว่าการปรับปรุงระบบกำกับดูแลให้ทันสมัยด้วยเครื่องมือดิจิทัล จะช่วยสร้างสมดุลที่สำคัญยิ่งระหว่างความปลอดภัย การปฏิบัติตามกฎหมาย และโอกาสทางเศรษฐกิจ การทำให้ระบบจดทะเบียนเข้าถึงง่ายและมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถยกระดับการควบคุมดูแลได้อย่างทั่วถึง พร้อม ๆ กับการสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง


รายงานผลการศึกษาสรุปทิ้งท้ายว่า การกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพไม่ควรมุ่งเน้นเพียงการตั้งกฎเกณฑ์เท่านั้น แต่ต้องสร้างช่องทางที่ปฏิบัติได้จริงในการนำประชาชนเข้าสู่ระบบ การปรับปรุงกระบวนการจดทะเบียนและลดอุปสรรคในขั้นตอน จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถเสริมสร้างการคุ้มครองผู้บริโภค ยกระดับความปลอดภัย และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรม Ride-Hailing ที่มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในระยะยาว 

 

สามารถอ่านรายงานผลการศึกษาฉบับเต็มได้ที่นี่