17 มิ.ย. 2569 164 0

แกร็บ ดันโครงการ 'S.A.F.E.+' ขานรับนโยบายคมนาคม สร้างมาตรฐานเข้ม ยกระดับความปลอดภัยแอปเรียกรถ

แกร็บ ดันโครงการ 'S.A.F.E.+' ขานรับนโยบายคมนาคม สร้างมาตรฐานเข้ม ยกระดับความปลอดภัยแอปเรียกรถ

 


จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เปิดตัวโครงการ “S.A.F.E.+.” (เซฟพลัส) ขานรับนโยบายกระทรวงคมนาคม เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของบริการเรียกรถผ่านแอปฯ ในประเทศไทยผ่าน 4 มิติหลัก พร้อมตั้งเป้าผลักดันให้คนขับบนแพลตฟอร์มทำใบขับขี่สาธารณะให้ได้ 100,000 รายภายในสิ้นปีนี้ โดยมีสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมสนับสนุนโครงการดังกล่าว


แกร็บ ประเทศไทย เปิดตัวโครงการ “S.A.F.E.+” (เซฟพลัส) ขานรับนโยบายกระทรวงคมนาคมในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของบริการเรียกรถผ่านแอปในประเทศไทยผ่าน 4 มิติหลัก ครอบคลุมการส่งเสริมให้คนขับปฏิบัติตามข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก โดยตั้งเป้าผลักดันให้คนขับบนแพลตฟอร์มทำใบขับขี่สาธารณะให้ได้ 100,000 รายภายในสิ้นปี การผนึกความร่วมมือกับบริษัทประกันภัยเพื่อส่งเสริมการ
ทำประกันภัยสาธารณะในราคาที่เข้าถึงได้ การลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมขยายการใช้ฟีเจอร์
Audio Protect (บันทึกเสียงภายในรถ) อัตโนมัติช่วงกลางคืน รวมถึงทดลองติดตั้งกล้อง CCTV ภายในรถยนต์สำหรับกลุ่มคนขับตัวอย่าง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวต่างชาติ



จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า “บริการเรียกรถผ่านแอปฯ ของแกร็บริเริ่มขึ้นมาตั้งแต่ปี 2555 เพื่อช่วยแก้ปัญหาด้านความปลอดภัยในการเดินทาง ซึ่งเป็นหนึ่งในความกังวลสำคัญของผู้ใช้บริการในภูมิภาค โดยตลอดระยะเวลากว่า 13 ปีที่ผ่านมา แกร็บได้ลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการสร้างและรักษามาตรฐานการให้บริการ ไม่ว่าจะเป็น ระบบการคัดกรองและควบคุมคุณภาพของคนขับ ระบบประเมินผลการให้บริการ การพัฒนาช่องทางรับข้อร้องเรียนและคำแนะนำ เพื่อสร้างความพึงพอใจและความอุ่นใจให้กับผู้ใช้บริการ รวมถึงคนขับ ส่งผลให้ปัจจุบันแกร็บสามารถรักษาอัตราการให้บริการด้วยมาตรฐานความปลอดภัย (โดยปราศจากรายงานอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์) อยู่ที่ระดับ 99.9% ทั่วทั้งภูมิภาค” 

การเปิดตัวโครงการ S.A.F.E.+ ในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการสานต่อความมุ่งมั่นดังกล่าว โดยแกร็บพร้อมร่วมสนับสนุนนโยบายของกระทรวงคมนาคมในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของบริการเรียกรถผ่านแอปฯ ในประเทศไทย ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ พันธมิตร และคนขับบนแพลตฟอร์ม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสารคนไทย รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่นิยมใช้บริการเรียกรถผ่านแอปฯ ในการเดินทางในชีวิตประจำวัน   


ภายใต้โครงการ “เซฟพลัส” แกร็บมุ่งดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยใน 4 มิติหลัก ซึ่งประกอบด้วย

·       S: Standards Compliance (ส่งเสริมมาตรฐานและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ) โดยแกร็บมุ่งส่งเสริมให้คนขับที่ให้บริการบนแพลตฟอร์มปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของกรมการขนส่งทางบกอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการทำใบขับขี่สาธารณะ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในข้อกำหนดสำคัญของการให้บริการเรียกรถผ่านแอปฯ พร้อมตั้งเป้าผลักดันให้มีคนขับบนแพลตฟอร์มถือใบขับขี่สาธารณะให้ได้ 100,000 รายภายในสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงรักษามาตรฐานการคัดกรองคนขับโดยมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมย้อนหลัง และคนขับทุกคนต้องผ่านการอบรมออนไลน์ด้านความปลอดภัยก่อนเริ่มให้บริการ

·       A: Assurance (เสริมความคุ้มครองและความอุ่นใจตลอดการเดินทาง) แกร็บพร้อมผนึกความร่วมมือกับบริษัทประกันชั้นนำ อาทิ ทิพยประกันภัย เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ “ประกันภัยสาธารณะ” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนขับที่ให้บริการเรียกรถผ่านแอปฯ ในราคาที่เข้าถึงได้ ช่วยให้คนขับสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านประกันภัยได้สะดวกยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน แกร็บยังคงจัดทำประกันอุบัติเหตุเพื่อคุ้มครองทั้งคนขับและผู้โดยสาร โดยมีวงเงินคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาทในกรณีได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ และสูงสุด 200,000 บาทในกรณีเสียชีวิต 


·       F: Features for Safety (ยกระดับความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม) แกร็บเดินหน้าลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยนำเทคโนโลยี AI มาช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่างๆ ให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันแกร็บมีฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่หลากหลาย อาทิ ระบบยืนยันตัวตนด้วยการตรวจสอบใบหน้าคนขับก่อนให้บริการ (Biometric Verification) ฟีเจอร์แชร์สถานะการเดินทางแบบเรียลไทม์ ปุ่ม SOS สำหรับติดต่อหน่วยงานฉุกเฉิน ระบบแจ้งเตือนเมื่อรถหยุดนิ่งเป็นเวลานานหรือออกนอกเส้นทาง รวมถึงฟีเจอร์บันทึกเสียงภายในรถ (Audio Protect) เพื่อใช้เป็นหลักฐานเมื่อเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ โดยในปีนี้แกร็บมีแผนขยายการใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวแบบอัตโนมัติสำหรับทุกเที่ยวการเดินทางในช่วงเวลากลางคืน

·       E: Enhanced Protection (ส่งเสริมการใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเดินทาง) เพื่อสนับสนุนนโยบายของกระทรวงคมนาคมในการส่งเสริมการติดตั้งกล้อง CCTV ภายในรถ แกร็บเตรียมผลักดันให้คนขับที่ให้บริการบนแพลตฟอร์มติดตั้งกล้องเพิ่มมากขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มคนขับประสิทธิภาพสูงและมีผลการให้บริการที่โดดเด่น รวมถึงกลุ่มคนขับที่ให้บริการในสนามบิน เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสร้างต้นแบบที่ดีให้กับอุตสาหกรรม ทั้งนี้ แกร็บได้เริ่มทดลองติดตั้งกล้อง KartaDashCam ให้กับคนขับบางส่วนแล้ว โดยกล้องนี้พัฒนาขึ้นโดยทีมเทคโนโลยีของแกร็บ รองรับการประเมินผลด้วยเทคโนโลยี AI มาพร้อมปุ่มขอความช่วยเหลือฉุกเฉินที่สามารถเชื่อมต่อภาพและระบุตำแหน่งแบบเรียลไทม์กับฝ่ายความปลอดภัยของแกร็บ โดยมีแผนขยายผลอย่างต่อเนื่องในอนาคตเพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้กับทั้งผู้โดยสารและคนขับตลอดการเดินทาง


เกี่ยวกับแกร็บ

แกร็บ (Grab) คือ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งให้บริการทั้งด้านเดลิเวอรี การเดินทางและการเงินดิจิทัล ครอบคลุมกว่า 900 เมืองใน 8 ประเทศ อันได้แก่ กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม โดยช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้คนนับล้านในทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเป็น การสั่งอาหาร การสั่งซื้อสินค้าและของชำ การจัดส่งพัสดุเอกสาร การเรียกรถรับ-ส่งหรือแท็กซี่ ไปจนถึงการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ เช่น บริการสินเชื่อและการทำประกัน นอกจากนี้ แกร็บยังดำเนินธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศมาเลเซียภายใต้แบรนด์ Jaya Grocer และ Everrise ซึ่งสร้างความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและของชำแบบออนดีมานด์ให้กับผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น แกร็บยังให้บริการทางการเงินผ่านธนาคารดิจิทัล GXS Bank ในประเทศสิงคโปร์และ GX Bank ในประเทศมาเลเซียด้วย ทั้งนี้ แกร็บก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2555 ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งขับเคลื่อนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปข้างหน้า ผ่านการสร้างโอกาสและส่งเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจให้กับทุกคน และยึดมั่นเจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างผลประกอบการที่แข็งแกร่งให้กับผู้ถือหุ้น ควบคู่ไปกับการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมทั่วทั้งภูมิภาค