ท่ามกลางความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลที่มีความซับซ้อนมากขึ้น การพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลจึงมีบทบาทสำคัญต่อการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน โครงการค่ายนิเวศวิทยาทางทะเลจึงจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 33 โดยยกระดับหลักสูตรภายใต้แนวคิด "Plus+” ที่ผสานทั้งการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎี การทดลองในห้องปฏิบัติการ และการลงพื้นที่ภาคสนาม เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจระบบนิเวศทางทะเลจากประสบการณ์จริงให้กับเยาวชน

โครงการค่ายนิเวศวิทยาทางทะเลนี้ เป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท
เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
โดยในปีนี้จัดขึ้น ณ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน
จ.ภูเก็ต โดยในปีนี้มีนักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 30 คน ตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ไปจนถึงปริญญาเอก จาก 15
มหาวิทยาลัย ครอบคลุม 13 จังหวัดทั่วประเทศ

ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวในพิธีเปิดโครงการว่า “ตลอด 33 ปีที่ผ่านมา ค่ายนิเวศวิทยาทางทะเลได้พิสูจน์ให้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยศิษย์เก่าจากค่ายหลายคนได้เติบโตขึ้นเป็นบุคลากรที่มีบทบาทสำคัญด้านทรัพยากรทางทะเลของประเทศไทยในปัจจุบัน ทั้งนี้ จุดแข็งของหลักสูตรไม่ได้อยู่ที่ความรู้ทางวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่คือการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ลงพื้นที่จริง ณ จังหวัดภูเก็ต เพื่อสัมผัสธรรมชาติและทบทวนตนเองอย่างลึกซึ้งว่า ‘รักทะเลจริงหรือไม่’ รวมถึงได้เรียนรู้ทั้งระบบนิเวศทางทะเลที่สมบูรณ์และพื้นที่ที่ต้องได้รับการฟื้นฟู จนเกิดเป็นความผูกพันและสำนึกในการอนุรักษ์อย่างแท้จริง”

ราตรี สุขสุวรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน กล่าวว่า “โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมทางทะเล ตลอดจนกลไกและกระบวนการที่สำคัญของระบบนิเวศ ส่งเสริมการเรียนรู้กระบวนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน สำหรับค่ายในปีนี้ นอกจากการบรรยายเชิงวิชาการในห้องประชุมแล้ว ผู้เข้าร่วมยังได้สัมผัสประสบการณ์จริงผ่านการปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ (Lab) และการลงพื้นที่ภาคสนาม (Field Trip) ณ จ.ภูเก็ต โดยเน้นการศึกษาจากสภาพแวดล้อมจริง ทั้งการสำรวจหาดชนิดต่างๆ ป่าชายเลน การดำน้ำศึกษาแนวปะการัง และการปฏิบัติการด้านสมุทรศาสตร์ รวมถึงการสาธิตและฝึกปฏิบัติจริงกับผู้เชี่ยวชาญในด้านการจัดจำแนกตัวอย่างสัตว์น้ำ การเก็บรักษาตัวอย่างสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังและมีกระดูกสันหลัง ตลอดจนเทคนิคการถ่ายภาพตัวอย่างเพื่อใช้ในงานวิจัย ซึ่งทุกกิจกรรมออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน”

พรสุรีย์ กอนันทา รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปีของการดำเนินงานในประเทศไทย เชฟรอนให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้มากว่า 3 ทศวรรษ เพราะเล็งเห็นถึงบทบาทสำคัญของค่ายในการวางรากฐานการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล ตลอดจนผลักดันให้เกิดเครือข่ายนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมนำองค์ความรู้ไปใช้ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูท้องทะเล โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โครงการนี้ได้สร้างโอกาสทางการเรียนรู้แก่เยาวชนแล้วราว 1,000 คน จากทั่วประเทศ”
โครงการค่ายนิเวศวิทยาทางทะเลภาคฤดูร้อนเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเล ไม่เพียงช่วยสร้างนักวิทยาศาสตร์ที่มีทักษะและประสบการณ์ภาคสนาม แต่ยังสร้างเครือข่ายของผู้เชี่ยวชาญ และผู้ที่มีความสนใจในด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเล ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรทางทะเลของประเทศในอนาคต




