ทุกวันนี้ ถ้าพูดถึง “Gen Z” กับการทำงาน หลายคนอาจนึกถึงภาพคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนงานไว กล้าคิด กล้าพูด ทำงานแบบ Work-Life Balance และตั้งคำถามกับทุกอย่างตั้งแต่วิธีทำงานไปจนถึงวัฒนธรรมองค์กร แต่ในอีกมุมหนึ่ง คนรุ่นนี้ก็กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้องค์กรหลายแห่งเริ่มปรับตัว เข้าใจผู้คน และสื่อสารกับโลกยุคใหม่ได้ดีขึ้นเช่นกัน
เช่นเดียวกับเบื้องหลังแบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคยมาอย่างยาวนาน 143 ปีอย่าง “ไปรษณีย์ไทย” ที่มีบุคลากรจากหลากหลายเจเนอเรชันร่วมกันขับเคลื่อนองค์กร โดยคนทำงานส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม Gen Y และรองลงมาคือ Gen Z ซึ่งกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการเติมพลังและมุมมองใหม่ให้กับองค์กร ด้วยความเป็นคนรุ่นที่เติบโตมากับโลกดิจิทัล ไลฟ์สไตล์ และวัฒนธรรมการสื่อสารที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วไปรษณีย์ไทยได้ขยับสู่แบรนด์ที่เข้าใจผู้คนมากขึ้น เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น และสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น ผ่านพลังของทีมงาน Gen Z ที่เข้ามาเติม vibe ใหม่ให้แบรนด์ โดยยังคงรักษาเสน่ห์และเอกลักษณ์ความเป็น “ไปรษณีย์ไทย” เอาไว้อย่างลงตัว

ไปรษณีย์ไทยจึงชวนพนักงาน Gen Z มาร่วมถ่ายทอดมุมมองและอินไซต์การทำงานในองค์กร ได้แก่ “นิ้งหน่อง” นางสาวพนิตตา คำก้อน นิติกรฝ่ายกฎหมาย บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และ “สตางค์” นางสาวศรินดา เทิงสูงเนิน เจ้าหน้าที่แผนกลูกค้าธุรกิจ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่กำลังมีบทบาทสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวทันโลกยุคใหม่
· “ไปรษณีย์ไทย” องค์กรสุดคลาสสิก สู่แบรนด์ที่คุยกับคนรุ่นใหม่เป็น

คุณสตางค์เล่าว่า ภาพจำของไปรษณีย์ไทยแต่ก่อน
คือภาพของบุรุษไปรษณีย์ที่เข้าถึงง่ายและอยู่ใกล้ชิดผู้คน แต่เมื่อได้เข้ามาทำงานจริง
กลับพบว่าเบื้องหลังขององค์กรมีการพัฒนาอยู่ตลอด ทั้งเรื่องระบบ เทคโนโลยี
รวมถึงการสื่อสารที่พยายามทำให้แบรนด์ดูทันสมัยและเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น
ขณะเดียวกันก็ยังรักษาความเป็นมิตรและความ “เข้าถึงง่าย” เอาไว้ได้
ซึ่งมองว่านี่คือเสน่ห์สำคัญของไปรษณีย์ไทยในวันนี้
ด้านคุณนิ้งหน่องเองก็มองไปในทิศทางเดียวกันว่า แม้การแข่งขันในธุรกิจโลจิสติกส์จะเปลี่ยนเร็วและมีผู้เล่นใหม่เกิดขึ้นมากมาย แต่ไปรษณีย์ไทยก็ยังพยายามปรับตัวอยู่ตลอด หลายโปรเจกต์สามารถแข่งขันและต่อยอดได้จริง โดยเฉพาะการทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ ผ่านโซเชียลมีเดียและ การสื่อสารที่ใกล้ตัวกว่าเดิม เพราะในมุมของเธอ แม้คนไทยจะรู้จักไปรษณีย์ไทยอยู่แล้ว แต่โจทย์สำคัญคือการทำให้ “คนรุ่นใหม่รู้สึกใกล้ชิดกับแบรนด์” มากขึ้นกว่าเดิม
· Gen Z ไม่ได้เข้ามาเปลี่ยนองค์กร แต่เข้ามาเติม vibe ใหม่ให้แบรนด์

ความโดดเด่นของคน Gen Z คือความคิดสร้างสรรค์และความกล้าที่จะนำเสนอไอเดียใหม่ๆ คุณสตางค์แชร์อินไซต์ว่า
คนรุ่นใหม่ในวันนี้จำเป็นต้องมี mindset แบบไม่หยุดเรียนรู้
เพราะโลกเปลี่ยนเร็วมาก ทั้งเทรนด์ เทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภค
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เธอพยายามพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ทั้งในด้าน hard skill และ soft skill รวมถึงการติดตามเทรนด์ใหม่ๆ เพื่อทำให้การทำงานและไอเดียที่นำเสนอ สามารถเชื่อมกับผู้บริโภคในปัจจุบันได้จริง
และหนึ่งในโอกาสที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วม Workshop Brand Experience in motion ที่เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เสนอไอเดียและแชร์มุมมองว่า
จะทำอย่างไรให้ไปรษณีย์ไทยใกล้ชิดคนรุ่นใหม่มากขึ้น
ทั้งในเชิงภาพลักษณ์และการสื่อสาร
ขณะที่คุณนิ้งหน่องอธิบายว่า จุดแข็งสำคัญของ Gen Z คือ ความกล้าแสดงออกและความกล้าคิดต่าง แม้บางครั้งไอเดียอาจดูหลุดกรอบหรือดูเป็นไปได้ยาก แต่สิ่งสำคัญคือการกล้าพูด กล้าลอง และกล้าเสนอ เพราะสุดท้ายแล้ว คนรุ่นพี่ในทีมจะช่วยต่อยอดและลับคมไอเดียให้ใช้งานได้จริง และนี่คือเสน่ห์ของการทำงานร่วมกันระหว่างคนต่างเจเนอเรชัน ที่ช่วยให้ทั้งความสดใหม่และประสบการณ์สามารถเดินไปพร้อมกันได้
· เบื้องหลังแบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคย คือทีมงานที่โตไปพร้อมกัน

การเปิดใจ คือกุญแจสำคัญในการปรับตัวท่ามกลางความต่างของช่วงวัย ทั้งคุณสตางค์และคุณนิ้งหน่องต่างสะท้อนมุมมองคล้ายกันว่า
สิ่งที่ทำให้คนรุ่นใหม่อยากเติบโตไปพร้อมองค์กรในวันนี้
ไม่ได้มีแค่เรื่องความมั่นคง
แต่คือบรรยากาศการทำงานและวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้เรียนรู้และแสดงความคิดเห็น ซึ่งคุณสตางค์ก็มองว่า การทำงานร่วมกับคนต่างเจเนอเรชัน
สิ่งสำคัญที่สุดคือ การเปิดใจรับฟัง เพราะแต่ละวัยต่างมีทั้งประสบการณ์ วิธีคิด
และมุมมองที่แตกต่างกัน หากทุกคนพร้อมรับฟังกันก็จะสามารถนำจุดแข็งของแต่ละคนมารวมกันและทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว
สำหรับคุณนิ้งหน่องนั้น ในสายงานกฎหมาย
แม้จะเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดและความเป๊ะสูง แต่บรรยากาศการทำงานกลับเปิดกว้างกว่าที่คิด
พี่ๆ ในทีมพร้อมรับฟังความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่เสมอนั้นทำให้รู้สึกว่าองค์กรแห่งนี้เป็นพื้นที่ที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ค่อยๆ
เติบโตและพัฒนาตัวเองไปพร้อมกับทีม
อย่างไรก็ดี แม้ทั้งสองคนจะอยู่คนละสายงาน แต่สิ่งที่สะท้อนตรงกันคือ พวกเขายังคงอยากเห็นไปรษณีย์ไทยรักษาความเป็น “แบรนด์ที่เข้าถึงง่าย” และมีความเป็นมนุษย์เอาไว้ เพราะในวันที่โลกเต็มไปด้วยระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยี ความรู้สึกว่า “กำลังสื่อสารกับคน” ยังคงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้คนเสมอ
ในวันนี้ ไปรษณีย์ไทย ยังมีคนรุ่นใหม่ที่กำลังเติบโตไปพร้อมกับองค์กร ค่อยๆ
เติมพลัง เติมมุมมองและวิธีสื่อสารใหม่ๆ ทำให้แบรนด์สามารถเชื่อมต่อกับผู้คนได้ดี ซึ่งล่าสุด ไปรษณีย์ไทยสามารถคว้ารางวัล “GEN Z TOP
Brand Award 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนถึงความสำเร็จของการปรับตัวและการสร้างแบรนด์ที่เข้าใจคนรุ่นใหม่ได้อย่างแท้จริง
พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของไปรษณีย์ไทยในการเดินหน้าสู่การเป็น “ไลฟ์สไตล์โลจิสติกส์” ตั้งเป้าเป็นแบรนด์ที่อยู่ในชีวิตประจำวันและเติบโตไปพร้อมกับทุกเจเนอเรชันของคนไทย