10 มิ.ย. 2569 26 0

Kintone (Thailand) หนุนนโยบายประหยัดพลังงาน ชูวิสัยทัศน์ ไฮบริด เวิร์ค มุ่งขับเคลื่อน Digital workplace

Kintone (Thailand) หนุนนโยบายประหยัดพลังงาน ชูวิสัยทัศน์ ไฮบริด เวิร์ค มุ่งขับเคลื่อน Digital workplace


Kintone (Thailand) ประกาศนโยบายการทำงานแบบผสมผสาน (ไฮบริด เวิร์ค) เพื่อสนับสนุนมาตรการรับมือด้านพลังงานของประเทศ ชูแนวคิดการบริหารงานยุคใหม่ที่เน้นผลลัพธ์และความไว้วางใจเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร สอดรับกับเทรนด์โมเดิร์น เวิร์คเพลสทั่วโลก พร้อมช่วยหนุนมาตรการบริหารจัดการพลังงานในเชิงโครงสร้างของประเทศเพื่อรองรับวิถีการทำงานในอนาคตอย่างยั่งยืน

ซึบาสะ นากาซาวะ กรรมการผู้จัดการ Kintone เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า นโยบายการทำงานแบบผสมผสานจะมีคุณค่าได้ก็ต่อเมื่อสามารถนำไปใช้ได้อย่างยั่งยืน นี่ไม่ใช่มาตรการระยะสั้นเพื่อรับมือสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่เป็นรูปแบบการทำงานที่เราตั้งใจใช้ในระยะยาว ซึ่งสะท้อนวิธีการทำงานขององค์กรและพนักงานในปัจจุบัน และการที่นโยบายนี้สอดรับกับลำดับความสำคัญด้านพลังงานของประเทศไทยถือเป็นเพียงผลพลอยได้ ไม่ใช่เหตุผลหลักของการกำหนดนโยบาย

นโยบายของ Kintone มีส่วนช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการพลังงานของประเทศในเชิงโครงสร้าง ด้วยการลดการใช้พลังงานจากการเข้าออฟฟิศในแต่ละวัน ทั้งในด้านไฟฟ้า ระบบทำความเย็น และการเดินทาง โดยไม่กระทบต่อการให้บริการลูกค้าหรือการทำงานร่วมกันภายในองค์กร

ในขณะเดียวกัน นโยบายนี้ยังถูกออกแบบเพื่อสนับสนุนพนักงานในระยะยาว ทั้งในด้านการลดเวลาเดินทาง เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการงานที่ต้องใช้สมาธิ และการกำหนดช่วงเวลาทำงานร่วมกันที่ชัดเจน ซึ่งล้วนช่วยรักษาทั้งประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิต โดยประโยชน์ด้านพลังงานและคุณภาพชีวิตนี้เกิดขึ้นจากนโยบายเดียวกัน และสะท้อนเจตนารมณ์สำคัญว่า รูปแบบการทำงานนี้จะยังคงดำเนินต่อไปแม้สถานการณ์พลังงานจะคลี่คลายแล้วก็ตาม

รายละเอียดนโยบายใหม่ของ Kintone 

  • พนักงานเข้าออฟฟิศอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน และสามารถทำงานนอกสถานที่ได้สูงสุด 3 วัน
  • กำหนดช่วงเวลาการทำงานร่วมกันระหว่าง 11.00 – 16.00 น. เพื่อให้การทำงานเป็นทีมยังคงต่อเนื่อง แม้มีความยืดหยุ่นด้านสถานที่ทำงาน
  • พนักงานต้องแจ้งวันเข้าออฟฟิศล่วงหน้า 1 สัปดาห์ และสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

น้ำยา วายุภาพ กรรมการผู้จัดการ Kintone (Thailand) กล่าวเสริมว่า ความยืดหยุ่นจะเกิดขึ้นได้จริง ก็ต่อเมื่อมาพร้อมกับความไว้วางใจ บทบาทของผู้นำไม่ใช่การนับจำนวนชั่วโมงที่พนักงานอยู่ในออฟฟิศ แต่คือการทำให้มั่นใจว่าโครงสร้างการทำงานเอื้อต่อผลลัพธ์ที่ทีมส่งมอบ นโยบายนี้ตั้งอยู่บนความเชื่อที่เรียบง่ายว่า พนักงานของเราเข้าใจดีที่สุดว่าเมื่อไรและอย่างไรที่ตนเองทำงานได้เต็มศักยภาพ และพวกเขาก็ได้รับความไว้วางใจในการตัดสินใจ

การบริหารทีมงานในรูปแบบกระจายตัวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเดินทางคือความจริงของชีวิตการทำงานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ไม่ค่อยถูกพูดถึงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นที่สุดของโลก สำหรับพนักงานจำนวนมาก การเข้าออฟฟิศไม่ได้ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่หมายถึงหลายชั่วโมงในแต่ละวัน เวลาที่ใช้ไปกับการเดินทาง จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสะดวก แต่คือเวลาที่หายไปจากการทำงานที่ต้องใช้สมาธิ เวลาอยู่กับครอบครัว และเวลาพักผ่อน Kintone จึงออกแบบนโยบายนี้โดยยึดความเป็นจริงดังกล่าวเป็นจุดตั้งต้น ไม่ใช่ในฐานะ สิทธิพิเศษแต่เป็น เงื่อนไขของการทำงานสำหรับองค์กรยุคใหม่ที่ทีมงานไม่ได้อยู่รวมกันในที่เดียว และต้องสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพบนความเข้าใจบริบทชีวิตจริงของพนักงาน

บริษัท เอราวัณฟูด จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและส่งออกสินค้ากลุ่มผัก ผลไม้ และกะทิบรรจุกระป๋องชั้นนำของประเทศไทย ตระหนักถึงความจริงข้อนี้เป็นอย่างดี เนื่องจากการดำเนินงานของบริษัทถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักๆ คือ สำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งดูแลงานด้านการบริหาร และ โรงงานที่มหาชัย ซึ่งเป็นฐานการผลิตหลัก ในจังหวัดสมุทรสาคร การบริหารจัดการทำงานที่แยกส่วนกันระหว่างสถานที่และแผนกต่างๆ ทำให้เกิดอุปสรรคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในอดีตพนักงานต้องเข้าประชุมร่วมกันแบบต่อหน้า หรือการส่งต่อเอกสารและชิ้นงานระหว่างกันนั้น ต้องเผชิญปัญหาการจราจรที่ติดขัดอย่างหนักทั้งในใจกลางเมืองและย่านโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้กลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้การประสานความเข้าใจในทีม การอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และการจัดการการดำเนินงานในแต่ละวันระหว่างพื้นที่ต่างๆ มีความซับซ้อนและยุ่งยากเป็นอย่างมาก

นายชัยยะนันต์ ตั้งสัมพันธ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอราวัณฟูด จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากรูปแบบเดิมสู่รูปแบบดิจิตอลเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก เพราะการที่บริษัทจะเติบโตอย่างมั่นคงจะต้องมีกระบวนการทำงานที่ดี ลดความซับซ้อนของขั้นตอนการทำงาน มีการแบ่งปันข้อมูลระหว่างฝ่าย มีการจัดการข้อมูลที่กระจัดกระจายเพื่อใช้กำหนดทิศทางในการดำเนินงานของบริษัท อีกทั้งการทำงานที่ยืดหยุ่นส่งเสริมให้พนักงานมีความสุขในการทำงานซึ่งเป็นส่วนช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย

มาตรการครั้งนี้ยังสะท้อนทิศทางในระดับองค์กร โดยในเดือนมีนาคม 2569 บริษัท Cybozu Inc. (TSE: 4776) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Kintone ได้กำหนดให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคสำคัญสำหรับการลงทุนในต่างประเทศ โดย โยชิฮิสะ อาโอโนะ ซีอีโอของบริษัท ระบุว่าประเทศไทยและมาเลเซียเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนสูงที่สุด

การกำหนดทิศทางดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากบริษัททำยอดขายรวมเป็นประวัติการณ์ที่ 37,430 ล้านเยน (240.06 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปีงบประมาณ 2025 โดยมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 33.9 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และแพลตฟอร์ม Kintone ยังคงเติบโตต่อเนื่องมาถึงปี 2026 โดยยอดขายสุทธิในไตรมาส 1 อยู่ที่ 10,246 ล้านเยน เพิ่มขึ้น 17.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 

 

เกี่ยวกับ Kintone

Kintone ซึ่งพัฒนาโดย ไซโบสุ อิงค์ หนึ่งในผู้ให้บริการกรุ๊ปแวร์ชั้นนำของญี่ปุ่น เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่สามารถปรับรูปแบบการใช้งานได้ตามความต้องการขององค์กรทุกขนาด ปัจจุบันมีบริษัทกว่า 42,000 แห่งทั่วโลก นอกจากนี้ กว่า 46% ของบริษัทที่อยู่ในตลาด Prime ของตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (TSE) ยังให้ความไว้วางใจเลือกใช้ Kintone

ด้วยแอปพลิเคชันกว่า 3 ล้านแอปที่สร้างขึ้นบน Kintone ผู้ใช้งานสามารถสร้าง ปรับใช้ และอัปเดตแอปพลิเคชันของตนเองได้อย่างง่ายดาย โดยไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ด้านการเขียนโค้ด จุดเด่นด้านความคล่องตัวของแพลตฟอร์ม ทำให้ Kintone รองรับการใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยต้นทุนที่คุ้มค่า โดยไม่ต้องพึ่งพาทีมพัฒนาขนาดใหญ่

Kintone ได้รับการยอมรับในฐานะแพลตฟอร์มที่คว้ารางวัลจากหลายหน่วยงานแนะนำซอฟต์แวร์ชั้นนำ ด้วยความสามารถในการปรับปรุงกระบวนการทำงาน การช่วยให้การทำงานเป็นระบบอัตโนมัติ และส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างทีม ปัจจุบัน Kintone มีการใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นอกเหนือจากญี่ปุ่นแล้ว ยังดำเนินงานในมาเลเซียและประเทศไทย พร้อมด้วยพันธมิตรด้านการให้คำปรึกษาและผลิตภัณฑ์ที่ช่วยสนับสนุนการเริ่มต้นใช้งานและการปรับรูปแบบบริการให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าในหลายประเทศทั่วเอเชีย


สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.kintone.com/en-sea