รายงานวิจัยจาก FortiGuard Labs ชี้ มิจฉาชีพจับกระแส FIFA
World Cup 2026 สร้างกลลวงและล้วงข้อมูลตัวตน
โดย FortiGuard Labs

การแข่งขันฟุตบอลโลก FIFA
World Cup 2026 ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ ถือเป็นมหกรรมกีฬาระดับโลกครั้งยิ่งใหญ่ที่เป็นศูนย์รวมของบรรดาแฟนบอล
ทีมฟุตบอล ผู้สนับสนุน สถานีโทรทัศน์ผู้ถ่ายทอดสด ธุรกิจบริการและการท่องเที่ยว
ตลอดจนภาคธุรกิจอื่นๆ ขณะที่อีกมุม คือมหกรรมครั้งสำคัญของเหล่าอาชญากรไซเบอร์ในการฉกฉวยโอกาสเช่นกัน
มหกรรมกีฬาระดับนานาชาติครั้งยิ่งใหญ่มักมาพร้อมความตื่นเต้นและการตั้งตารอ
อีกทั้งดึงดูดให้คนค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตจำนวนมาก กระตุ้นการมีส่วนร่วมของแฟนบอล
และผลักดันให้เกิดการทำธุรกรรมผ่านระบบดิจิทัลขนานใหญ่
โดยแฟนบอลต่างพากันค้นหาตั๋วเข้าชม ส่องข้อเสนอการเดินทาง สินค้าที่ระลึก ช่องทางถ่ายทอดสด
เว็บไซต์พนันออนไลน์ ตำแหน่งงานว่าง ตลอดจนข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการแข่งขัน
ในขณะเดียวกันฟากองค์กรและหน่วยงานต่างๆ ก็กำลังวุ่นวายกับการเตรียมพร้อมด้านโลจิสติกส์
การจัดสรรบุคลากร การจัดการการเดินทาง การบริการลูกค้า กิจกรรมสื่อมวลชนและการประสานงานกับพันธมิตรต่างๆ
ซึ่งกลุ่มมิจฉาชีพเอง ก็คาดเดาสถานการณ์เหล่านี้ไว้ล่วงหน้า
และเริ่มลงมือฉวยโอกาสหาประโยชน์จากช่องโหว่เป็นที่เรียบร้อย
ผลการวิจัยล่าสุดจาก FortiGuard
Labs เผยให้เห็นว่า
โครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ที่เชื่อมโยงกับการแข่งขันฟุตบอลโลก FIFA
World Cup 2026 ได้เริ่มเปิดฉากดำเนินการแล้ว
โดยในช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา
พบว่ามีการจดทะเบียนโดเมนเนมใหม่ที่แอบอ้างธีมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 มากกว่า 13,000 โดเมน
และจากการวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมรวมถึงกิจกรรมการหลอกลวงพบว่า มีโดเมนเนมประมาณ 8.8%
ที่ถูกระบุว่าเป็นโดเมนอันตราย หรือต้องสงสัย
ปริมาณการตรวจพบดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า
กลุ่มผู้ไม่หวังดีไม่ได้รีรอให้เปิดสนามก่อนค่อยลงมือ แต่ดำเนินการไปแล้วต่างหาก
ภาพรวมภัยคุกคามที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

ผลการวิจัยของ FortiGuard
Labs เผยให้เห็นว่า การจดทะเบียนโดเมนเนมที่แอบอ้างธีม FIFA มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2569
โดยพบว่ามีหลายโดเมนเนมได้นำแบรนด์ของ FIFA ไปใช้ในทางที่ผิด
และมีการใช้คำที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายตั๋วเข้าชม บริการสตรีมมิง แพลตฟอร์มการพนัน
รวมถึงบริการด้านการท่องเที่ยวและที่พัก
กลุ่มผู้ไม่หวังดีได้สร้างเว็บไซต์ปลอมขึ้นมาหลายร้อยเว็บไซต์
ให้ดูแนบเนียนและน่าเชื่อถือพอที่จะหลอกให้แฟนฟุตบอลตายใจได้ในช่วงเวลาแค่เพียงไม่กี่วินาทีขณะที่กำลังค้นหาตั๋วเข้าชม
ช่องทางปล่อยตั๋วต่อ ลิงก์ถ่ายทอดสดการแข่งขัน แพ็กเกจท่องเที่ยว
หรือสินค้าลิขสิทธิ์แท้ ซึ่งช่วงเวลาเพียงไม่กี่วินาทีนั้น ก็นับว่าเพียงพอแล้วสำหรับกลุ่มมิจฉาชีพในการหลอกลวงเหยื่อ
รายงานฉบับดังกล่าวระบุถึงภัยคุกคามหลักที่ใช้ธีม
FIFA หลอกลวงในหลายรูปแบบ ดังนี้
·
เว็บไซต์ฟิชชิงและเว็บไซต์ขายตั๋วปลอม
· กลโกงหลอกขายตั๋วต่อที่โฆษณาผ่าน Telegram
และช่องทางอื่นๆ
· ร้านค้าออนไลน์ปลอมที่หลอกขายสินค้าลิขสิทธิ์
· แอปพลิเคชันสตรีมมิงและการพนันออนไลน์ที่เป็นอันตราย
· การหลอกให้ดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้งสำหรับ Android
(APK) จากภายนอก
ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการติดมัลแวร์
· บัญชีโซเชียลมีเดียปลอมที่สร้างขึ้นเพื่อแอบอ้างเป็นบัญชีทางการ
· การประกาศรับสมัครงานปลอมเพื่อล่อลวงเหยื่อ
· กลโกงหลอกลวงด้านคริปโทเคอร์เรนซีและการแจกเหรียญปลอม
· การเปิดเผยข้อมูลยืนยันตัวตนที่เชื่อมโยงกับมัลแวร์ขโมยข้อมูล
และข้อมูลที่เคยโดนเจาะในอดีต
สิ่งเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตของระบบนิเวศอาชญากรรมไซเบอร์ในวงกว้าง
โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ ซึ่งภัยคุกคามดังกล่าวขยายวงออกไปไกล
ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลโกงรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง
หรือพุ่งเป้าไปที่เหยื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น
การหลอกขายตั๋วปลอมยังคงเป็นกลลวงที่เสี่ยงสูงสุด

กลโกงหลอกขายตั๋วเข้าชมถือเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด
เพราะกลุ่มมิจฉาชีพสบช่องจากจำนวนตั๋วที่มีอยู่อย่างจำกัด ทำให้แฟนบอลที่ไม่สามารถซื้อตั๋วผ่านช่องทางที่เป็นทางการได้
หันไปพึ่งเว็บไซต์หรือกลุ่มต่างๆ บนโซเชียลที่นำตั๋วมาขายต่อ ทั้งทาง Telegram โฆษณาบนเสิร์ชเอนจิน
หรือตลาดซื้อขายระหว่างบุคคล ซึ่งมิจฉาชีพฉวยโอกาสจากความร้อนรนของแฟนบอล ด้วยการโปรโมทส่วนลดแบบจำกัดเวลาซื้อเพื่อกดดันให้เหยื่อรีบตัดสินใจ
FortiGuard Labs ตรวจพบเว็บไซต์จำหน่ายตั๋วปลอมจำนวนมากที่ลอกเลียนแบบหน้าเว็บไซต์ทางการของ
FIFA โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลการเข้าระบบ
ข้อมูลเรียกเก็บเงินและข้อมูลการชำระเงิน เช่น
มีการตรวจพบโดเมนเนมแห่งหนึ่งที่จดทะเบียนเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งได้ทำการคัดลอกเนื้อหาของ FIFA มาทั้งหมดและใช้ระบบชำระเงินปลอมเพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญของเหยื่อ
นอกจากนี้
ในรายงานยังระบุถึงกลโกงการหลอกขายตั๋วเข้าชมการแข่งขันที่โฆษณาอยู่บนเว็บใต้ดินและช่องทาง
Telegram โดยบางแคมเปญมีการจัดแพ็กรวมโดยเสนอทั้งตั๋วปลอมบวกตั๋วเครื่องบินและที่พักปลอม
เพื่อมอบข้อเสนอที่อำนวยความสะดวกได้แบบครบวงจรและดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น
กลโกงเหล่านี้นับว่าใช้ได้ผลดี
เพราะมิจฉาชีพคิดมาดีแล้วถึงพฤติกรรมทั่วไปของแฟนบอล
ที่มักจะพยายามกดซื้อตั๋วให้ได้
และไม่ได้คิดเยอะเหมือนนักวิเคราะห์ด้านความปลอดภัย แค่พยายามจองที่นั่งให้ทันก่อนตั๋วหมดนั่นเอง
การแอบอ้างตัวตนบนโซเชียลมีเดีย เพื่อขยายวงการโจมตี

FortiGuard Labs ตรวจพบบัญชีผู้ใช้และช่องทางติดต่อบนสื่อสังคมออนไลน์รวมถึงแพลตฟอร์มส่งข้อความที่ต้องสงสัยว่ามีการแอบอ้างตัวตนและมีความเชื่อมโยงกับ
FIFA รวมกันมากกว่า 1,700 บัญชี เกือบ 90%
ของกรณีที่ตรวจพบเหล่านี้อยู่บนแพลตฟอร์ม Facebook และ Instagram
บัญชีปลอมเหล่านี้สามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการทำโปรโมชันหลอกลวง
หลอกขายตั๋วปลอม การแชร์ลิงก์ลวงการถ่ายทอดสด การทำฟิชชิง แพร่กระจายข้อมูลเท็จ
ตลอดจนแพร่กระจายมัลแวร์ บัญชีเหล่านี้ยังช่วยให้มิจฉาชีพมีช่องทางที่ใช้ต้นทุนต่ำในการเข้าถึงและติดต่อกับแฟนบอลโดยตรง
เนื่องจากแฟนบอลมักเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับทีมฟุตบอล การแข่งขัน แผนการเดินทางและการหาซื้อตั๋วกันอย่างแพร่หลายอยู่แล้วบนพื้นที่เหล่านี้
กลโกงบนโซเชียลมีเดียมักมีความแนบเนียนและน่าเชื่อถือเป็นพิเศษ
เนื่องจากรูปแบบการหลอกลวงเหล่านั้นมักแฝงอยู่ในบทสนทนาปกติของผู้ใช้งานทั่วไป
เช่น มิจฉาชีพที่ปลอมตัวเป็นคนขายตั๋วแฝงตัวเข้ามาในกลุ่มแฟนบอล การแชร์ลิงก์ดูบอลสดหลอก
ๆ ในช่วงเวลาก่อนเริ่มการแข่งขันเพียงไม่กี่นาที
หรือการสร้างบัญชีผู้ใช้ที่ตกแต่งด้วยอัตลักษณ์ของแบรนด์ FIFA ซึ่งสิ่งเหล่านี้ดูน่าเชื่อถือมากพอที่จะกระตุ้นให้ผู้ใช้งานหลงกดลิงก์เข้าไปได้ง่ายๆ
มัลแวร์ อีกหนึ่งภัยคุกคามของมหกรรมระดับโลก

รายงานฉบับนี้มุ่งเน้นที่แอปพลิเคชันอันตรายที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมฟุตบอลโลก
โดยมีการตรวจพบไฟล์รันโปรแกรมที่ชื่อว่า ‘1xbet.exe’
ซึ่งมีพฤติกรรมฝังตัวในระบบระยะยาว
มีการสื่อสารแบบเข้ารหัสและมีแนวโน้มเข้าข่ายพฤติกรรมของแรนซัมแวร์ นอกจากนี้ FortiGuard
Labs ยังพบไฟล์ติดตั้งสำหรับระบบปฏิบัติการ Android หรือไฟล์ APK ที่น่าสงสัยและแอบอ้างธีม FIFA บนเว็บไซต์ดาวน์โหลดจากภายนอกอีกด้วย
ประเด็นนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง
เนื่องจากมหกรรมกีฬารายการใหญ่ๆ ทำให้ความต้องการใช้แอปพนันออนไลน์ เครื่องมือสำหรับดูสตรีมมิงสด
แอปติดตามผลคะแนนการแข่งขันและแอปพลิเคชันส่งเสริมการขายต่างๆ พุ่งสูงตามไปด้วย
กลุ่มผู้โจมตีจึงอาศัยความต้องการเหล่านี้ในการแพร่กระจายซอฟต์แวร์ปลอม
หรือซอฟต์แวร์ที่ฝังมัลแวร์โทรจันที่ดูภายนอกเหมือนเป็นแอปพลิเคชันถูกกฎหมาย
การติดตั้งแอปพลิเคชันจากแหล่งที่ไม่เป็นทางการ
อาจส่งผลให้อุปกรณ์ตกเป็นเป้าหมายของสปายแวร์ การโจรกรรมข้อมูลระบุตัวตน เครื่องมือเข้าถึงระบบจากระยะไกล
หรือมัลแวร์ประเภทอื่นๆ
ความเสี่ยงเหล่านี้ยิ่งเพิ่มเมื่อผู้ใช้งานมองข้ามคำเตือนด้านความปลอดภัย
เพียงเพื่อต้องการเข้าถึงลิงก์สตรีมมิงการแข่งขัน โปรโมชัน
หรือแพลตฟอร์มการพนันออนไลน์
ประกาศรับสมัครงานปลอม พุ่งเป้าลวงผู้ที่กำลังมองหาโอกาส
การแข่งขันฟุตบอลโลกยังทำให้เกิดการจ้างงานจำนวนมาก
ไม่ว่าจะเป็นพนักงานชั่วคราว ผู้รับเหมา พนักงานบริการต้อนรับ บุคลากรด้านโลจิสติกส์
ทีมสนับสนุนสื่อมวลชน รวมถึงตำแหน่งงานเฉพาะกิจอื่นๆ สำหรับงานอีเวนต์
ซึ่งความต้องการแรงงานที่พุ่งสูงขึ้นนี้เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายล่อตาล่อใจให้กลุ่มมิจฉาชีพเข้ามาฉวยโอกาสหลอกลวง
ตัวอย่างเช่น FortiGuard
Labs ได้ตรวจพบกลโกงขโมยข้อมูลบัญชีผู้ใช้
ที่ใช้การประกาศรับสมัครงานปลอมที่แอบอ้างความเกี่ยวข้องกับ FIFA รวมถึงโพสต์รับสมัครงานของบริษัทผู้สนับสนุนการแข่งขัน
โดยกลุ่มผู้โจมตีส่งคำเชิญเข้าร่วมปฏิทินกิจกรรมและล่อลวงเหยื่อไปยังเว็บไซต์ฟิชชิงที่มีหน้าล็อกอินเข้าระบบ
Google ปลอม เมื่อเหยื่อกรอกข้อมูลบัญชีและรหัสผ่านลงไป
ระบบจะแสดงข้อความแจ้งเตือนข้อผิดพลาดทั่วไป ทำให้ผู้โจมตีสามารถดักขโมยข้อมูลของเหยื่อได้
จากรายงานวิจัยตรวจสอบพบว่า
มีโดเมนเนมจำนวนมากที่แอบอ้างเป็น FIFA
บริษัทผู้สนับสนุนและองค์กรในเครือ ต่างใช้รหัสติดตามข้อมูลของ Google
Analytics ตัวเดียวกัน
เป็นหลักฐานที่ชี้ว่าการโจมตีมีการวางแผนร่วมกันเป็นขบวนการ
ยิ่งไปกว่านั้นกระบวนการขโมยข้อมูลระบุตัวตนในครั้งนี้ยังมีการเรียกใช้งาน API
ของโฮสต์ที่อยู่บนบริการ Render สะท้อนให้เห็นว่า
กลุ่มผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์จากบริการคลาวด์ที่ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อวางระบบโครงสร้างพื้นฐานล่อลวงได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น
ทำให้แยกแยะความแตกต่างจากกิจกรรมของเว็บปกติทั่วไปได้ยาก
ข้อมูลระบุตัวตนรั่วไหล เพิ่มความเสี่ยงรุนแรงขึ้น

รายงานฉบับนี้ยังพบหลักฐานการเคลื่อนไหวที่เชื่อมโยงกับ FIFA ภายในข้อมูลบันทึกระบบ (Logs) ของมัลแวร์ขโมยข้อมูล โดย FortiGuard Labs สามารถตรวจพบ
URL ที่เกี่ยวข้องกับ FIFA มากกว่า 4,600
รายการ ที่เชื่อมโยงกับตระกูลมัลแวร์ขโมยข้อมูลชื่อดังอย่าง Vidar,
LummaC2 และ RedLine นอกจากนี้ผลการวิจัยยังเผยให้เห็นว่ามีข้อมูลบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านของพนักงาน
FIFA รั่วไหลมากกว่า 260 บัญชี
รวมถึงข้อมูลระบุตัวตนของผู้ใช้งานและบรรดาแฟนบอลที่เข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับ
FIFA อีกกว่า 270,000 บัญชี
ปรากฏอยู่ในข้อมูลบันทึกระบบของมัลแวร์ขโมยข้อมูลดังกล่าวด้วย
นอกจากนี้ FortiGuard
Labs ยังตรวจพบข้อมูลบัญชีรายชื่อของพนักงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับ
FIFA อีกมากกว่า 1,500 รายการ
ปรากฏอยู่ในชุดข้อมูลที่เคยถูกเจาะและมีข้อมูลรั่วไหลในอดีต
แต่ไม่ได้หมายความว่าบัญชีผู้ใช้ที่รั่วไหลทั้งหมดกำลังถูกโจมตีในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตามก็ทำให้กลุ่มมิจฉาชีพมีข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ในการโจมตีแบบสุ่มกรอกรหัสผ่าน
การยึดบัญชีผู้ใช้ การทำฟิชชิงแบบเจาะจงเป้าหมาย การแอบอ้างตัวตน
ตลอดจนการทุจริตหลอกลวงรูปแบบอื่นๆ ได้ ซึ่งในช่วงเวลาของมหกรรมระดับโลกที่อยู่ในความสนใจผู้คนเป็นอย่างสูงเช่นนี้
แม้จะเป็นข้อมูลยืนยันตัวตนที่ล้าสมัย ก็ยังอาจถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการโจมตีได้
หากนำมาใช้ร่วมกับกลวิธีและการล่อลวงด้วยวิศวกรรมโซเชียลรูปแบบใหม่ๆ
สิ่งที่ควรทำทันที
ภาพรวมภัยคุกคามในศึกฟุตบอลโลก 2026 เป็นสิ่งเตือนใจว่า อีเวนต์สำคัญๆ มักสร้างความเสี่ยงทางไซเบอร์ได้ล่วงหน้าก่อนที่การแข่งขันจริงจะเริ่ม
ด้วยเหตุนี้องค์กรต่างๆ ทั้งในภาคการกีฬา การท่องเที่ยว ธุรกิจบริการ สื่อมวลชน ภาคค้าปลีก
ภาคการเงิน หน่วยงานภาครัฐ ภาคคมนาคม ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ
ต้องเริ่มเตรียมความพร้อมล่วงหน้าเพื่อป้องกันระบบของตนเอง
ทีมรักษาความปลอดภัยไซเบอร์จำเป็นต้องเฝ้าระวังและตรวจสอบโดเมนที่มีชื่อคล้ายกัน
การแอบอ้างใช้อัตลักษณ์แบรนด์ โฆษณาที่เป็นอันตราย บัญชีปลอมบนโซเชียลมีเดีย
ตลอดจนการรั่วไหลของข้อมูลระบุตัวตนของพนักงาน รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจและลูกค้า
นอกจากนี้ควรทำการประเมินระบบป้องกันการโจมตีรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฟิชชิง มัลแวร์
การโจรกรรมข้อมูลบัญชีผู้ใช้และการลักลอบยึดบัญชี
การสร้างความตระหนักรู้และการให้ความรู้แก่ผู้ใช้งานถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
ควรมีการย้ำเตือนทั้งแฟนฟุตบอลและพนักงานให้เลือกใช้ช่องทางจำหน่ายตั๋วอย่างเป็นทางการเท่านั้น
หลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดไฟล์ APK จากเว็บไซต์ภายนอก เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อต้องกดลิงก์ดูการถ่ายทอดสดฟุตบอล
รวมถึงตรวจสอบข้อมูลการรับสมัครงานผ่านทางเว็บไซต์หลักอย่างเป็นทางการ
และพึงระวังคำร้องขอให้โอนเงินด่วนที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยทุกรูปแบบ
สำหรับทีมป้องกันที่ดูแลความปลอดภัยระบบ บทเรียนสำคัญที่สุดที่ตรงไปตรงมาคือ ผู้โจมตีมักจะฉวยโอกาสจากสิ่งที่เป็นกระแสและอยู่ในความสนใจของผู้คนเสมอ ในขณะที่ FIFA World Cup 2026 กำลังดึงดูดความสนใจจากคนทั่วโลก อาชญากรไซเบอร์เหล่านี้ก็กำลังวางระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อแสวงหาประโยชน์ไว้ล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำในตอนนี้คือการเตรียมพร้อมรับมือให้ทันท่วงที
อ่านรายงานฉบับเต็ม: รายงาน FIFA World Cup 2026: Cyberthreat Landscape Report จาก FortiGuard Labs นำเสนอการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับโดเมนที่จดทะเบียนใหม่ โครงสร้างพื้นฐานที่เป็นอันตราย บัญชีปลอมที่แอบอ้าง การหลอกลวงจำหน่ายตั๋วปลอม การหลอกลวงรับสมัครงาน กิจกรรมของมัลแวร์ การรั่วไหลของข้อมูลยืนยันตัวตน ความเคลื่อนไหวบนฟอรัมใต้ดิน และการนำโครงสร้างพื้นฐานกลับมาใช้ซ้ำ ซึ่งล้วนเชื่อมโยงกับแคมเปญภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่อาศัยกระแสการแข่งขันฟุตบอลโลกเป็นเหยื่อล่อในการโจมตี