8 มิ.ย. 2569 112 0

Beger จับมือ แสนสิริ ยกระดับบ้านเพื่อสุขภาวะและความยั่งยืน สร้างมาตรฐานใหม่ของการอยู่อาศัยที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

Beger จับมือ แสนสิริ ยกระดับบ้านเพื่อสุขภาวะและความยั่งยืน สร้างมาตรฐานใหม่ของการอยู่อาศัยที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม


Beger ผู้นำนวัตกรรมสีรักษ์โลกของไทย ประกาศความร่วมมือกับ แสนสิริ ผู้นำอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัย เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ของบ้านที่ผสานแนวคิด Sustainability และ Health & Well-being อย่างเป็นรูปธรรม

ความร่วมมือครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก พวงเพ็ญ แสงเพชร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท เบเยอร์ จำกัด และ ประเสริฐ ตระการวชิรหัตถ์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อส่วนโครงการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ร่วมตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการพัฒนาโครงการที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว

โครงการ “สราญสิริ ศรีวารี 2” บ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม ภายใต้แนวคิด Where The Love Expands – พื้นที่ความรัก ใจกลางธรรมชาติ ออกแบบสไตล์ Urban Farmhouse​ โอบล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวและวิวทะเลสาบ สะท้อนแนวคิดการอยู่อาศัยที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน ในโครงการนี้ Beger ได้นำนวัตกรรม BegerCool เทคโนโลยีสีสะท้อนความร้อน มาช่วยลดอุณหภูมิพื้นผิวผนังและหลังคา ลดการสะสมความร้อนภายในตัวบ้าน ช่วยเพิ่มสภาวะความสบาย (Thermal Comfort) และสนับสนุนการประหยัดพลังงานจากการใช้เครื่องปรับอากาศ อันเป็นส่วนสำคัญของแนวคิดบ้านประหยัดพลังงานและลดการปล่อยคาร์บอนในภาคที่อยู่อาศัย



นอกจากนี้ นวัตกรรมสีของ Beger ยังครอบคลุม 3 มิติสำคัญ ได้แก่

Sustainable Innovation สีบ้านเย็น BegerCool และสีสูตร Low VOC ที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งในมิติ Embodied Carbon จากกระบวนการผลิต และ Operational Carbon จากการใช้งานระยะยาวผ่านการลดการใช้พลังงานภายในบ้าน สนับสนุนแนวทางการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อโลกอย่างเป็นรูปธรรม

Healthy Living เทคโนโลยียับยั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ลดการสะสมของสารก่อภูมิแพ้ เสริมคุณภาพอากาศภายในบ้าน สอดรับแนวคิดบ้านเพื่อสุขภาวะ

Well-being Design โทนสีและคุณสมบัติที่ช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย ลดความร้อนสะสม และยกระดับสภาวะความสบาย (Thermal Comfort) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกวัน

ความร่วมมือระหว่าง Beger และ แสนสิริ ครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการคัดเลือกผลิตภัณฑ์สีคุณภาพสูง แต่เป็นการผนึกกำลังของสององค์กรที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการขับเคลื่อน ESG โดยเฉพาะมิติสิ่งแวดล้อม (Environmental) และสังคม (Social) เพื่อยกระดับมาตรฐานบ้านยุคใหม่ให้ “อยู่แล้วสบาย ดีต่อสุขภาพ และดีต่อโลก” อย่างยั่งยืน