8 มิ.ย. 2569 98 0

EDTH เดินหน้าขับเคลื่อน AI Transformation เครือสหพัฒน์ เตรียมยกระดับองค์กรสู่ยุค AI ภายใน 999 วัน

EDTH เดินหน้าขับเคลื่อน AI Transformation เครือสหพัฒน์ เตรียมยกระดับองค์กรสู่ยุค AI ภายใน 999 วัน

 

บริษัท อี-คอมเมิร์ซ ดิจิทัล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ EDTH ในเครือสหพัฒน์ เดินหน้าตอกย้ำบทบาทในฐานะผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลและ AI Transformation ผ่านการจัดงานบรรยายพิเศษในหัวข้อ “999 วันข้างหน้ากับ AI Transformation”KingBridge Hall ชั้น 4 อาคาร KingBridge Tower ถนนพระราม 3 เพื่อสร้างความเข้าใจ จุดประกายวิสัยทัศน์ และเตรียมความพร้อมให้กับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทในเครือสหพัฒน์ ในการผสานคลื่นการเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญกับการดำเนินธุรกิจในทุกอุตสาหกรรม

การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ EDTH ในฐานะหน่วยงานสำคัญที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อผลักดันให้บริษัทในเครือสหพัฒน์ สามารถสร้างศักยภาพและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในยุค AI ได้ ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI Transformation ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Siametrics Consulting และ ViaLink รวมถึงที่ปรึกษาด้าน AI Transformation และ Big Data ให้กับองค์กรชั้นนำของประเทศหลายแห่ง เป็นวิทยากรหลักในการบรรยาย


ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ ได้ชี้ให้เห็นว่า ระยะเวลา 999 วัน หรือประมาณ 3 ปีนับจากนี้ คือช่วงเวลาสำคัญที่องค์กรไทยต้องเร่งปรับตัว เพราะ AI จะไม่ใช่เพียงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว องค์กรที่สามารถนำ AI มาใช้ได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด จะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เหนือกว่า ทั้งในด้านการลดต้นทุน การเพิ่มความเร็วในการตัดสินใจ การพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน และการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ขณะที่องค์กรที่ยังไม่เริ่มต้นอาจเผชิญความเสี่ยงจากช่องว่างการแข่งขันที่ขยายตัวรวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ ประเด็นสำคัญที่ผู้บริหารองค์กรควรเร่งพิจารณา จึงไม่ใช่คำถามว่า “ควรทำ AI หรือไม่” แต่เป็นการคิดว่า “ควรเริ่มจากจุดใด และจะทำอย่างไรให้ AI สร้างผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงภายในองค์กร เหตุผลที่องค์กรต้องเริ่มต้น AI Transformation ตั้งแต่วันนี้ ประกอบด้วยหลายปัจจัยสำคัญ ได้แก่

  • วิกฤติด้านแรงงานและ Talent ในอนาคต จากแนวโน้มประชากรเกิดใหม่ลดลง และการแข่งขันเพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ
  • การปรับตัวของคู่แข่งทั้งรายเล็กและรายใหญ่ ที่สามารถใช้ AI ลดต้นทุน เพิ่มความเร็ว และสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ




หนึ่งในแนวคิดสำคัญที่ถูกนำเสนอภายในงาน คือการยกระดับพนักงานให้กลายเป็น “Super Employee” หรือการปรับแนวคิด โตแล้วแตก แตกแล้วโต ผ่านการใช้ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพให้บุคลากรสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยแนวทางการใช้ AI เพื่อยกระดับการทำงานของพนักงาน สามารถแบ่งออกเป็น 3 บทบาทหลัก ได้แก่

  • Automator: ใช้ AI ช่วยทำงานที่ซ้ำซ้อนหรืองานที่ใช้เวลามากแทนมนุษย์
  • Assistant: ใช้ AI เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะในการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และสนับสนุนการตัดสินใจ
  • Business Lift-off: ใช้ AI เป็นเครื่องมือในการต่อยอดสู่โมเดลธุรกิจใหม่ สร้างโอกาสทางรายได้ใหม่ และพัฒนารูปแบบการทำงานที่แตกต่างจากเดิม

นอกจากนี้ แนวคิดเรื่องการสร้าง “สมองของเครือ” ยังถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำ AI Transformation ในองค์กรขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเครือสหพัฒน์ที่มีธุรกิจหลากหลาย การมีระบบข้อมูล องค์ความรู้ และแนวทางการใช้ AI ที่เป็นระบบร่วมกัน จะช่วยลดการทำงานแบบแยกส่วน ลดต้นทุนด้านข้อมูล และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน ในมุมของ EDTH การขับเคลื่อน AI Transformation จึงไม่ใช่เพียงการแนะนำเทคโนโลยีใหม่ให้กับองค์กร แต่คือการวางรากฐานให้คน กระบวนการทำงาน ข้อมูล และเทคโนโลยี สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้


ในช่วงท้ายของงาน ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Google และ MFEC ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับ Technology Ecosystem และแนวทางการต่อยอดการใช้ AI ภายในองค์กร ผ่านโซลูชัน AI ระดับองค์กรอย่าง Gemini ซึ่งสามารถผสานเข้ากับเครื่องมือการทำงานที่พนักงานคุ้นเคย เพื่อช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน การวิเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจในแต่ละสายงานได้อย่างคล่องตัว Gemini สำหรับองค์กรถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในระดับองค์กร โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูล และการรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลภายในองค์กร อีกหนึ่งความสามารถสำคัญคือ Deep Research ที่ช่วยสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก การวิจัยตลาด และการสร้างแนวคิดใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดภาระงานที่ใช้เวลามาก และเพิ่มความเร็วในการพัฒนางานเชิงกลยุทธ์ นอกจากนี้ Gemini ยังถูกพัฒนาให้เป็นเครื่องมือ AI ที่พนักงานสามารถเข้าถึงและใช้งานได้ในชีวิตการทำงานประจำวัน เพื่อช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

ทั้งนี้ EDTH ได้วางแนวทางการพัฒนาและขับเคลื่อน AI Transformation อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การสร้างความเข้าใจและกำหนดทิศทางร่วมกันในระดับผู้บริหาร เพื่อระบุทั้งความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจที่ AI สามารถเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างคุณค่าให้แก่องค์กร ไปจนถึงการต่อยอดสู่การจัดเวิร์กชอปเชิงปฏิบัติการสำหรับแต่ละสายงาน เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานได้เรียนรู้ ทดลองใช้ และประยุกต์ใช้ AI กับการทำงานจริงได้อย่างเหมาะสม พร้อมพัฒนาเป็น Use Case ที่สามารถนำไปใช้งานได้จริงภายในองค์กร