กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประกาศยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญในการปฏิรูปการศึกษาไทย เปิดตัวโครงการ “ขับเคลื่อนการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในระดับอุดมศึกษา ปี พ.ศ. 2569” อย่างเป็นทางการ ณ อาคารพระจอมเกล้า โดยมุ่งเน้นการนำแพลตฟอร์ม AI สัญชาติไทย "ABDUL Uni" เข้าไปเป็นหัวใจหลักในการเปลี่ยนห้องเรียนแบบเดิมสู่ระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางและวัดตัวตัดเฉพาะบุคคล (Personalized Learning) เพื่อเตรียมความพร้อมคนไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน
ก้าวข้ามการรับรู้ สู่การใช้งานจริง นโยบาย AI-Driven Education


ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประธานในพิธีเปิดและผู้มอบนโยบายหลัก ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ โดยระบุว่าเทคโนโลยี AI ไม่ได้เป็นเพียงแค่กระแส แต่เป็นกลไกสำคัญที่จะเข้ามาเปลี่ยนบทบาทของผู้เรียนและผู้สอนจากเดิมที่เน้นการเข้าถึงข้อมูล ไปสู่การตั้งองค์ความรู้ การคิดวิเคราะห์ และการเรียนรู้แบบตอบโจทย์รายบุคคลในมิติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่ให้ผู้เรียนใช้ AI เป็น แต่ต้องการให้ใช้ AI อย่างรู้เท่าทัน มีความรับผิดชอบ และสามารถสร้างสรรค์คุณค่าใหม่ให้ประเทศได้ ทิศทางใหม่ของหลักสูตรอุดมศึกษา กระทรวง อว. ได้ออกแนวปฏิบัติการจัดการเรียนการสอนด้าน AI พ.ศ. 2568 โดยกำหนดให้ทุกหลักสูตรควรมีเนื้อหาด้าน AI อย่างน้อย 6 หน่วยกิต ซึ่งไม่ใช่เพียงการเปิดวิชาทฤษฎี แต่เป็นการเรียนรู้ผ่านโครงการ (Problem-based/Project-based learning) ที่นำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งในการแก้โจทย์ในแต่ละสาขาวิชา" ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย กล่าวเสริม
ปลัดอว. ยังได้เปรียบเทียบความสำคัญของการใช้ AI กับยุคสมัยก่อนว่า "เปรียบเหมือนยุคที่คอมพิวเตอร์เข้ามา แทนที่จะสอนแค่ว่า Excel ใช้อย่างไร แต่ต้องสอนว่าวิชาชีพบัญชีจะนำ Excel มาใช้ทำบัญชีแทนกระดาษได้อย่างไร ยุคนี้ก็เช่นกัน ทุกหลักสูตรต้องรู้ว่าจะนำ AI ไปใช้ในวิชาชีพของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างไร
เจาะลึก "ABDUL Uni" แพลตฟอร์ม AI สัญชาติไทยเพื่อห้องเรียนอนาคต


ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้กล่าวถึงเบื้องหลังการพัฒนาเทคโนโลยีว่า สวทช. โดยเนคเทค (NECTEC) ได้พัฒนาแพลตฟอร์มกลางของประเทศในชื่อ “ABDUL Uni Platform” เพื่อเป็นเครื่องมือทรงพลังให้อาจารย์ผู้สอนสามารถออกแบบการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ



แพลตฟอร์ม ABDUL Uni ไม่ได้เป็นเพียงแค่ระบบแชทบอททั่วไป แต่ทำหน้าที่เป็นระบบบริหารจัดการห้องเรียน (Classroom Management) ที่บูรณาการ Generative AI เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้อาจารย์สามารถสร้าง “AI Tutor” ที่จำเพาะเจาะจงตามเนื้อหารายวิชา สามารถดูแลและติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียนเป็นรายบุคคลได้เสมือนมีผู้ช่วยสอนอัจฉริยะอยู่ข้างกาย
"เราต้องการสร้างระบบนิเวศที่ AI ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยคิด (Co-pilot) ไม่ใช่เครื่องมือที่คิดแทนผู้เรียน โดยแพลตฟอร์มนี้รองรับทั้งโมเดล AI ระดับโลกอย่าง Open AI และโมเดลภาษาขนาดใหญ่สัญชาติไทยอย่าง “ปทุมมา LLM” (Pathumma LLM) ซึ่งช่วยให้สถาบันการศึกษาสามารถเลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสมและความปลอดภัยของข้อมูล" ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ กล่าว
หนึ่งในจุดเด่นที่น่าสนใจคือความสามารถในการวิเคราะห์พฤติกรรมการเรียนรู้ ซึ่งมีการเปรียบเทียบกับการทำงานของ Netflix ที่จดจำความชอบของผู้ใช้ “ABDUL Uni จะช่วยให้อาจารย์วิเคราะห์ได้ว่าเด็กแต่ละคนไม่เข้าใจตรงไหนผ่านการทำแบบทดสอบและปฏิสัมพันธ์ในระบบ ทำให้การสอนมีความแม่นยำและ Powerful มากขึ้น
ความสำเร็จจากปี 2568 สู่การขยายผล 20 มหาวิทยาลัยนำร่อง

โครงการในปี พ.ศ. 2569 นี้ เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากโครงการในปี 2568 ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โดยมีคณาจารย์ผ่านการอบรมมาแล้วกว่า 552 คน จาก 40 สาขาวิชา ใน 96 สถาบันทั่วประเทศ ผลลัพธ์ที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นว่า AI สามารถประยุกต์ใช้ได้ในทุกศาสตร์ ไม่จำกัดเพียงแค่สายเทคโนโลยีหรือวิทยาการคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลุ่มสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ บริหารธุรกิจ และวิทยาศาสตร์สุขภาพ
สำหรับในปีนี้ ได้มีการคัดเลือก 20 มหาวิทยาลัยนำร่อง เพื่อร่วมกันสร้างต้นแบบระดับประเทศ พัฒนาแนวทางที่ขยายผลได้จริง และเป็นทีมเทคนิคที่จะคอยให้คำปรึกษาแก่สถาบันอื่นๆ โดยมีเป้าหมายในการสร้างอาจารย์แกนนำเพิ่มขึ้นอีก 1,500 คน และมีนักศึกษาเข้าใช้งานระบบหลายหมื่นคน




ส่วนสำคัญในการดำเนินโครงการนี้ยังมี ดร.ศวิต กาสุริยะ รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. ในฐานะหัวหน้าโครงการ และ ชัชวาล สังคีตตระการ ทีมนักวิจัยกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ จะเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนด้านเทคนิคและการอบรมเพื่อให้เกิดการใช้งานจริงในห้องเรียนอย่างมีธรรมาภิบาล นอกจากนี้หนึ่งในทีมงานสำคัญของแพลตฟอร์มฯ คือ ดร.ชัยอนันต์ ดำรงรัตน์ นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) สังกัดทีมวิจัยการเข้าใจเสียงและข้อความ (STU) กลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.)
งบประมาณและการขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืน




ในประเด็นด้านงบประมาณ ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย เปิดเผยว่า ในเฟสนำร่องนี้มีการจัดสรรงบประมาณดำเนินงานประมาณ 20 ล้านบาท ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและข้อมูลที่ สวทช. ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องหลายปี แม้งบประมาณส่วนนี้จะดูไม่มากเมื่อเทียบกับการลงทุนด้าน AI ในต่างประเทศ แต่เนื่องจากอยู่บนฐานการวิจัยและพัฒนาที่แข็งแกร่งของไทย ทำให้สามารถส่งมอบเทคโนโลยีและขยายผลได้อย่างคุ้มค่า
สำหรับแผนงานในอนาคต กระทรวง อว. ตั้งเป้าหมายที่จะขยายผลจาก 20 มหาวิทยาลัยนำร่อง ไปสู่สถาบันอุดมศึกษาอีกกว่า 150 แห่งทั่วประเทศในช่วงต้นปีหน้า ซึ่งจะครอบคลุมนักศึกษากว่า 1-2 ล้านคน และมีความฝันที่จะขยายผลต่อไปยังกลุ่มครูในระดับโรงเรียน โดยเริ่มจากโรงเรียนสาธิต เพื่อสร้างระบบการศึกษาไทยที่เข้มแข็งตั้งแต่ฐานราก
“นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของระบบอุดมศึกษาไทย จากการทดลองใช้ AI สู่การขับเคลื่อน AI เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงรองรับโลกแห่งอนาคต” ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย กล่าวปิดท้าย