ข้อตกลงความร่วมมือระยะยาวครั้งใหม่ ครอบคลุมการพัฒนา Memory และ Interface IP ขั้นสูง รวมถึง NVIDIA NVLink-C2C พร้อมยกระดับโฟลว์การออกแบบ EDA และ SDA ที่ขับเคลื่อนด้วย Agentic AI และ GPU Acceleration บนเทคโนโลยี 2nm รุ่นที่สองของ Samsung Foundry เพื่อรองรับ AI Infrastructure และ Physical AI รุ่นถัดไป
Cadence (Nasdaq: CDNS) และ Samsung Foundry ประกาศความร่วมมือในการพัฒนาพอร์ตโฟลิโอ
Memory และ Interface IP แบบครบวงจร
พร้อมขยายการรับรองโซลูชันการออกแบบและวิเคราะห์ระบบ (System Design and
Analysis: SDA) ของ Cadence ที่ขับเคลื่อนด้วย
Agentic AI ครอบคลุมงานออกแบบดิจิทัล วงจรเฉพาะทาง (Custom
Design) และเทคโนโลยี 3D IC สำหรับกระบวนการผลิตชิปขนาด
2 นาโนเมตร (2nm) รุ่นที่สองของ Samsung
Foundry โดยความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยส่งมอบแพลตฟอร์มที่พร้อมสำหรับการตรวจสอบและรับรองการออกแบบ
(Signoff-Ready Platform) เพื่อรองรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
AI ยุคใหม่และการออกแบบระบบ Physical AI สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ อุปกรณ์ Edge Computing และอุปกรณ์อัจฉริยะในหลากหลายรูปแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น.
ต่อยอดจากการประกาศความสำเร็จในปี 2025 ที่ Cadence
และ Samsung Foundry ได้รับรองเครื่องมือและ IP
ของ Cadence บนเทคโนโลยีกระบวนการผลิตชิปหลายรุ่นของ
Samsung Foundry รวมถึงเทคโนโลยี 2 นาโนเมตร (2nm) รุ่นที่สอง ข้อตกลงความร่วมมือระยะยาวฉบับใหม่นี้จะช่วยขยายพอร์ตโฟลิโอ Memory
และ Interface IP ของ Cadence ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยรวมถึงเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ NVIDIA
NVLink-C2C และไลบรารี CUDA-X ที่เร่งประสิทธิภาพการประมวลผลด้วย GPU ซึ่งรองรับเทคโนโลยีสำคัญต่าง
ๆ อาทิ SerDes ความเร็วสูง, PCIe®, UCIe® และอินเทอร์เฟซหน่วยความจำชั้นนำทั้งหมดบนเทคโนโลยี 2 นาโนเมตรรุ่นที่สอง
พร้อมทั้งยกระดับการรองรับ Cadence Flows ที่ผ่านการรับรองแล้ว
เพื่อให้พันธมิตรในระบบนิเวศสามารถพัฒนาและออกแบบระบบ AI ขนาดใหญ่
ระบบประมวลผลสมรรถนะสูง (HPC) และระบบอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ด้วยประสิทธิภาพที่สูงกว่า การใช้พลังงานที่ต่ำกว่า
และระยะเวลาในการนำแบบออกสู่การผลิตจริง (Tapeout) ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น
บอยด์ เฟลป์ส (Boyd
Phelps) รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจ Silicon
Solutions Group ของ Cadence กล่าวว่า
การเติบโตอย่างรวดเร็วของโครงสร้างพื้นฐาน AI และเทคโนโลยี
Physical AI กำลังผลักดันให้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ก้าวสู่การออกแบบชิปบนเทคโนโลยีกระบวนการผลิตขั้นสูงและสถาปัตยกรรม
3D IC มากขึ้น ซึ่งต้องอาศัยความสามารถด้านการออกแบบ
การบูรณาการระบบ และกระบวนการ Signoff ที่มีความแม่นยำและเชื่อถือได้สูง
โดยความร่วมมือระยะต่อไประหว่าง Cadence และ Samsung
Foundry จะช่วยส่งมอบแพลตฟอร์มที่ผ่านการพิสูจน์การใช้งานในระดับการผลิตจริง
เพื่อสนับสนุนลูกค้าในการเร่งพัฒนาและนำระบบ AI และ HPC
รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
จองชิน ชิน (Jongshin
Shin) รองประธานบริหารและหัวหน้าฝ่ายพัฒนาแพลตฟอร์มการออกแบบสำหรับธุรกิจ
Foundry ของ Samsung Electronics กล่าวว่า
“ความต้องการชิป AI ประสิทธิภาพสูงยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ทั้งจากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน AI และการเกิดขึ้นของแอปพลิเคชัน
Physical AI ส่งผลให้ลูกค้าหันมาเลือกใช้เทคโนโลยีการผลิตชิปขนาด
2 นาโนเมตร (2nm) รุ่นที่สองของ Samsung
Foundry มากขึ้น โดยความร่วมมือที่ขยายตัวกับ Cadence จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแพลตฟอร์มเซมิคอนดักเตอร์และ 3D IC ผ่านการผสาน Memory และ Interface IP ขั้นสูง รวมถึงโฟลว์การออกแบบที่ได้รับการปรับแต่งเพื่อรองรับงาน AI
โดยเฉพาะ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน ประสิทธิภาพด้านพลังงาน
และการสร้างสรรค์นวัตกรรมในอนาคต”
Agentic
AI EDA/SDA Platform และการออกแบบ 3D-IC บนเทคโนโลยี
2 นาโนเมตร (2nm) รุ่นที่สองของ Samsung Foundry
Cadence และ Samsung Foundry ร่วมส่งมอบโฟลว์การออกแบบที่ผ่านการรับรองอย่างครบวงจรสำหรับเทคโนโลยีการผลิตชิปขนาด
2 นาโนเมตร (2nm) รุ่นที่สอง โดยครอบคลุมเครื่องมือสำคัญของ Cadence
ได้แก่ Innovus™ Implementation System สำหรับการออกแบบวงจรดิจิทัล,
Virtuoso® Studio สำหรับการออกแบบวงจรแอนะล็อกและวงจรเฉพาะทาง (Custom
Design), Integrity™ 3D IC Platform สำหรับการวางแผนและพัฒนาระบบ
3D IC แบบครบวงจร, Voltus™ IC Power Integrity
Solution สำหรับการวิเคราะห์ความสมบูรณ์ของระบบพลังงานและการใช้พลังงานในระดับระบบ
รวมถึง Quantus™ Extraction Solution และ Tempus™
Timing Solution สำหรับกระบวนการตรวจสอบและรับรองความถูกต้องของการออกแบบ
(Signoff)
นอกจากนี้ Cadence ยังรองรับคุณสมบัติสำคัญของการออกแบบบนเทคโนโลยี 2 นาโนเมตรรุ่นที่สอง
โดยผสานการทำงานของ Innovus™ Implementation System และ Genus™
Synthesis Solution เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพลังงานจากสัญญาณรบกวน
(Glitch Power Optimization) ในกระบวนการ Place-and-Route
พร้อมด้วย Smart Hierarchical Flow ที่ช่วยให้นักออกแบบสามารถบรรลุเป้าหมายด้านประสิทธิภาพการทำงาน
การใช้พลังงาน และการใช้พื้นที่ของชิป (Performance, Power and Area: PPA) ได้อย่างเหมาะสม ควบคู่กับการลดระยะเวลาในการพัฒนา (Turnaround
Time: TAT)
สำหรับการออกแบบ Samsung 3D Cube-H นั้น Cadence ได้สนับสนุนโฟลว์การวางแผน พัฒนา และตรวจสอบการออกแบบแบบครบวงจรสำหรับเทคโนโลยี Hybrid Copper Bonding (HCB) โดยครอบคลุมเครื่องมือสำคัญ ได้แก่ Cadence Cerebrus® Intelligent Chip Explorer, Integrity™ 3D IC, Innovus™ Implementation System, Voltus™ IC Power Integrity (ERA) และ Pegasus™ Verification System พร้อมรองรับการกำหนดเส้นทางและเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อบนซิลิคอนอินเตอร์โพสเซอร์ (Silicon Interposer) แบบอัตโนมัติ รวมถึงการเชื่อมโยงกระบวนการวิเคราะห์ การตรวจสอบ และการรับรองความถูกต้องของการออกแบบให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดย Tempus™ Timing Solution และ Pegasus™ Verification System ช่วยสร้างความมั่นใจในกระบวนการ Signoff ก่อนเข้าสู่การผลิตจริงได้อย่างครบถ้วนและเชื่อถือได้
ยกระดับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ
NVLink-C2C สำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI
ยุคถัดไป
NVIDIA กำลังใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มการออกแบบชิปขั้นสูงและเทคโนโลยี
3D IC ที่ Cadence และ Samsung
Foundry ร่วมพัฒนาขึ้น
เพื่อส่งมอบเทคโนโลยีการเชื่อมต่อความเร็วสูงผ่าน NVIDIA NVLink-C2C และขีดความสามารถด้านการประมวลผลที่เร่งประสิทธิภาพด้วย CUDA-X GPU
ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานสำคัญสำหรับระบบ Accelerated
Computing ยุคใหม่
พร้อมทั้งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในการพัฒนาชิป
AI สมรรถนะสูงรองรับความต้องการในอนาคต
“ในขณะที่เวิร์กโหลดด้าน AI มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และสถาปัตยกรรมของระบบมีความซับซ้อนมากขึ้น
อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จึงต้องพึ่งพาเครื่องมือและแพลตฟอร์มที่สามารถรองรับความซับซ้อนของการจำลองและการออกแบบบนเทคโนโลยีกระบวนการผลิตขั้นสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
ทิโมธี คอสตา (Timothy Costa) รองประธานและผู้จัดการทั่วไปฝ่าย
Computational Engineering ของ NVIDIA กล่าว
พร้อมเสริมว่า “การนำโฟลว์การออกแบบที่เร่งประสิทธิภาพด้วย GPU ของ Cadence มาใช้งานบนแพลตฟอร์มเทคโนโลยี 2 นาโนเมตร (2nm) รุ่นที่สองของ Samsung
Foundry ช่วยให้เราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพทั้งด้านสมรรถนะและการพัฒนาสถาปัตยกรรม
AI รุ่นใหม่ รวมถึงเทคโนโลยีการเชื่อมต่อความเร็วสูง (High-Bandwidth
Interconnects) ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”
สนับสนุนการพัฒนาแพลตฟอร์ม
Edge AI รุ่นใหม่ของ Ambarella
Ambarella กำลังพัฒนาแพลตฟอร์ม Edge
AI รุ่นใหม่บนเทคโนโลยีการผลิตชิปขนาด 2
นาโนเมตร (2nm) เพื่อสานต่อความเป็นผู้นำด้านชิป AI
Perception และ Physical AI System-on-Chip (SoC) ที่มอบประสิทธิภาพสูงควบคู่กับการใช้พลังงานต่ำเป็นพิเศษ
สำหรับระบบอัจฉริยะที่ทำงานบริเวณขอบเครือข่าย (Intelligent Edge Systems) ครอบคลุมการใช้งานด้านหุ่นยนต์ โดรน เครื่องจักรอัตโนมัติ
และระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะขั้นสูง
“กลยุทธ์ด้าน Edge AI ของ Ambarella มุ่งเน้นการส่งมอบประสิทธิภาพการประมวลผลต่อการใช้พลังงานที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม
(Performance per Watt) ควบคู่กับความสามารถในการเร่งการประมวลผล
AI ที่ปรับขยายได้
และการประมวลผลข้อมูลจากเซ็นเซอร์หลายประเภทอย่างมีประสิทธิภาพบนเทคโนโลยีกระบวนการผลิตชิปที่ล้ำสมัยที่สุด”
ชาน ลี (Chan Lee) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (Chief
Operating Officer) ของ Ambarella กล่าว
พร้อมเสริมว่า “ความร่วมมือกับ Cadence และ Samsung
Foundry ในการพัฒนา IP สำหรับ PCIe 5.0 บนแพลตฟอร์ม Edge AI รุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี 2 นาโนเมตร
ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถรับมือกับความซับซ้อนของกระบวนการออกแบบ
การตรวจสอบ และการผลิตบนเทคโนโลยีระดับนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมีโซลูชันด้าน IP
และเครื่องมือที่ได้รับการปรับแต่งร่วมกันและพร้อมสำหรับกระบวนการ Signoff
รวมถึงชุดเครื่องมือออกแบบและ PDK ที่ผ่านการพิสูจน์การใช้งานในระดับการผลิตจริง
ช่วยให้ทีมงานของเราสามารถเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมได้อย่างมั่นใจ ลดความเสี่ยง
และมุ่งเน้นการสร้างสรรค์เทคโนโลยีด้าน AI Perception, Physical AI และ Intelligent Edge Computing ที่ใช้พลังงานต่ำได้อย่างเต็มศักยภาพ”
ทั้งนี้ Cadence และ Samsung Foundry เตรียมนำเสนอความก้าวหน้าของความร่วมมือและศักยภาพด้านการออกแบบล่าสุดภายในงาน Samsung Advanced Foundry Ecosystem (SAFE) 2026 ผ่านการบรรยายเชิงเทคนิคและการสาธิตเทคโนโลยีที่แสดงให้เห็นถึงโฟลว์การออกแบบบนเทคโนโลยี 2 นาโนเมตร (2nm) รุ่นที่สอง และเทคโนโลยี 3D IC ซึ่งได้รับการพัฒนาเพื่อรองรับเวิร์กโหลด AI ที่เร่งประสิทธิภาพด้วย GPU โดยเฉพาะ

เกี่ยวกับ
Cadence
Cadence เป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยี AI
และ Digital Twin โดยเป็นผู้บุกเบิกการประยุกต์ใช้ซอฟต์แวร์เชิงคำนวณ
(Computational Software) เพื่อเร่งการสร้างสรรค์นวัตกรรมในการออกแบบทางวิศวกรรม
ตั้งแต่ระดับชิปเซมิคอนดักเตอร์ไปจนถึงระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความซับซ้อนครบวงจร
โซลูชันการออกแบบของ Cadence ซึ่งพัฒนาขึ้นภายใต้กลยุทธ์ Intelligent
System Design™ มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนบริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์และระบบชั้นนำของโลกให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งอนาคต
ตั้งแต่ระดับชิปไปจนถึงระบบอิเล็กโตรแมคคานิคส์แบบครบวงจร
เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมหลากหลายประเภท อาทิ ระบบคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง (Hyperscale
Computing) การสื่อสารเคลื่อนที่ ยานยนต์ อากาศยาน ภาคอุตสาหกรรม
วิทยาศาสตร์ชีวภาพ และหุ่นยนต์
ในปี 2024 Cadence ได้รับการจัดอันดับจาก The Wall Street Journal ให้เป็นหนึ่งใน
100 บริษัทที่มีการบริหารจัดการดีที่สุดของโลก
สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรมทั่วโลก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.cadence.com
Cadence, โลโก้ Cadence และเครื่องหมายการค้าอื่นๆ ที่ปรากฏบนเว็บไซต์ www.cadence.com/go/trademarks เป็นเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Cadence Design Systems, Inc. PCI Express และ PCIe เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ PCI-SIG ขณะที่ Universal Chiplet Interconnect Express (UCIe) เป็นเครื่องหมายการค้าของ UCIe Consortium ส่วนเครื่องหมายการค้าอื่นๆ ทั้งหมดเป็นทรัพย์สินของเจ้าของแต่ละราย