เสียวหมี่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ AIoT รุ่นใหม่มากมาย โดยขยายพอร์ตโฟลิโอด้วย 4 ผลิตภัณฑ์สวมใส่ ได้แก่ นาฬิกาอัจฉริยะ Xiaomi Watch S5 46mm, สมาร์ทแบนด์ Xiaomi Smart Band 10 Pro, Xiaomi Buds 6 และเฮดโฟน REDMI Headphone Neo ซึ่งทั้งหมดได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่เชื่อมต่อกันได้อย่างลื่นไหลและชาญฉลาดยิ่งขึ้นในชีวิตประจำวัน พร้อมตอบโจทย์กิจวัตรและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายได้อย่างลงตัว
ทั้งนี้เสียวหมี่ยังได้เปิดตัว Violet Collection เฉดสีใหม่ที่โดดเด่นและมีความพรีเมียม โดยมีให้เลือกใน Xiaomi 17T Series และ Xiaomi Buds 6 ถ่ายทอดโทนสีม่วงเข้มอย่างมีระดับ ผ่านการเล่นกับแสงและพื้นผิวอย่างประณีต เพื่อสร้างลุคที่ทั้งทันสมัยและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย
Xiaomi Watch S5 46mm: ดีไซน์สุดพรีเมียม พร้อมประสิทธิภาพสำหรับการใช้งานในทุกวัน
Xiaomi Watch S5 46mm ผสานฟีเจอร์ด้านสุขภาพและการติดตามกีฬาอันล้ำสมัยเข้ากับดีไซน์ที่เรียบหรูและน้ำหนักเบา ด้วยตัวเรือนขนาด 46 มม. น้ำหนักเพียง 46 กรัม และตัวเรือนบางเฉียบเพียง 10.99 มม.1 โดดเด่นด้วยกรอบตัวเรือนสเตนเลสสตีลระดับพรีเมียมที่ช่วยเสริมทั้งความแข็งแรงทนทานและความสวยงาม พร้อมตัวเลือกขอบหน้าปัดทั้งสเตนเลสสตีล เซรามิก และคาร์บอนไฟเบอร์ฟอร์จ ที่ช่วยเพิ่มเอกลักษณ์อันโดดเด่นให้กับตัวเรือน นอกจากนี้ ยังมีสายให้เลือกหลากหลายรูปแบบ รวมถึงสายหนังแท้ดีไซน์ใหม่ ที่สามารถปรับลุคให้เหมาะกับทั้งการทำงาน การออกกำลังกาย และการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.48 นิ้ว มาพร้อมขอบหน้าจอที่บางลงถึง 40% และความสว่างสูงสุดถึง 2,500 nits2 ช่วยให้มองเห็นการแจ้งเตือนและข้อมูลสุขภาพได้อย่างคมชัด แม้อยู่ท่ามกลางแสงแดดจ้า ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ Xiaomi Surge ความจุ 815mAh รองรับการใช้งานยาวนานสูงสุดถึง 21 วันภายใต้การใช้งานแบบทั่วไป3 รองรับการติดตามสุขภาพและกิจกรรมกีฬาได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมลดความถี่ในการชาร์จเพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้น4
เพื่อมอบข้อมูลด้านสุขภาพและการดูแลร่างกายในชีวิตประจำวันได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น Xiaomi Watch S5 46mm มาพร้อมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ได้รับการอัปเกรดอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเพิ่มฟีเจอร์ใหม่อย่าง Passion Mode ที่สามารถตรวจจับท่าทางการเชียร์และแปลงเป็นข้อมูลเชิงสถิติได้แบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นอัตราการเต้นของหัวใจ แคลอรีที่เผาผลาญ หรือจำนวนครั้งในการเชียร์ ตัวนาฬิการองรับโหมดกีฬามากกว่า 150 รูปแบบ พร้อมติดตั้งเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบ 4 LED + 4 PD รุ่นอัปเกรด และอัลกอริทึมที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตรวจวัดสูงถึง 98.4%5 เพื่อการติดตามสุขภาพที่เชื่อถือได้มากยิ่งขึ้น สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง ยังมาพร้อมระบบระบุตำแหน่ง GNSS แบบ Dual-band รองรับ 5 ระบบดาวเทียม ที่ได้รับการอัปเกรด เพื่อการติดตามตำแหน่งที่แม่นยำและเสถียรยิ่งขึ้น ด้านการนอนหลับ Xiaomi Watch S5 46mm เพิ่มฟีเจอร์รายงานการนอนหลับแบบรายสัปดาห์และรายเดือน รวมถึงการติดตามค่า Sleep HRV เพื่อช่วยวิเคราะห์รูปแบบการพักผ่อนในระยะยาวได้อย่างละเอียดมากขึ้น6 โดยฟีเจอร์ดังกล่าวได้รับการพัฒนาร่วมกับองค์กรชั้นนำระดับนานาชาติ อาทิ World Sleep Society, Asian Society of Sleep Medicine และ Chinese Sleep Research Society เพื่อมอบข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ที่ช่วยสนับสนุนสุขภาพการนอนหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวอุปกรณ์ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Xiaomi HyperOS 3 ทำให้ Xiaomi Watch S5 46mm มอบประสบการณ์การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้อย่างลื่นไหลและไร้รอยต่อ โดยรองรับฟังก์ชันสำคัญต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมการถ่ายภาพระยะไกล การค้นหาสมาร์ทโฟน การควบคุมหูฟัง รวมถึงการซิงก์ข้อมูลสุขภาพและการออกกำลังกายแบบอัตโนมัติ นอกจากนี้ ตัวอุปกรณ์ยังรองรับการเชื่อมต่อกับ Xiaomi Home เพื่อยกระดับการทำงานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะและระบบสมาร์ทโฮมได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Xiaomi Watch S5 46mm วางจำหน่ายแล้ววันนี้ โดย Xiaomi Watch S5 46mm สี Ceramic Blue และ สี Jungle Green จะวางจำหน่ายในราคาพิเศษ 6,290 บาท (จากราคาปกติ 7,290 บาท) และ Xiaomi Watch S5 46mm สี Silver และ สี Black จะวางจำหน่ายในราคาพิเศษ 5,690 บาท (จากราคาปกติ 6,690 บาท) ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม

Xiaomi
Smart Band 10 Pro: ดีไซน์น้ำหนักเบา
พร้อมฟีเจอร์ดูแลสุขภาพครบครันสำหรับทุกวัน
Xiaomi Smart Band 10 Pro ได้รับการออกแบบให้เป็นสมาร์ทแบนด์สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยผสานฟีเจอร์ติดตามสุขภาพอย่างครบถ้วนเข้ากับดีไซน์ที่พรีเมียมและรองรับการใช้งานได้อย่างหลากหลาย มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.74 นิ้ว7 ที่ให้ความสว่างสูงสุดถึง 2,000 nits ช่วยให้มองเห็นข้อมูลได้อย่างคมชัดแม้อยู่กลางแจ้ง8 แม้จะมาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ขึ้น แต่ Xiaomi Smart Band 10 Pro ยังคงรักษาดีไซน์บางเฉียบเพียง 9.7 มม.ในทุกรุ่น พร้อมน้ำหนักเบาเพียง 21.6 กรัม (ไม่รวมรุ่น Ceramic Edition)7 เพื่อความสบายตลอดการสวมใส่ทั้งวัน ตัวเรือนได้รับการผลิตด้วยอะลูมิเนียมความแข็งแรงสูงเจเนอเรชันใหม่ มอบทั้งความทนทานและความสามารถในการป้องกันรอยขีดข่วนในรูปแบบที่มีน้ำหนักเบา อีกทั้งยังมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 350mAh และชิปเซ็ตประหยัดพลังงาน ที่รองรับการใช้งานยาวนานสูงสุดถึง 21 วันภายใต้การใช้งานทั่วไป9
นอกเหนือจากดีไซน์ที่โดดเด่นแล้ว Xiaomi Smart Band 10 Pro ยังยกระดับการติดตามสุขภาพและการออกกำลังกายด้วยโมดูล PPG รุ่นอัปเกรด พร้อมอัลกอริทึมที่พัฒนาขึ้นภายในองค์กร ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวัดอัตราการเต้นของหัวใจสูงถึง 98.2%10 ตัวอุปกรณ์รองรับโหมดกีฬามากกว่า 150 รูปแบบ พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่อย่าง Track Mode สำหรับบันทึกข้อมูลการวิ่งในสนาม และโหมดปั่นจักรยานที่ได้รับการพัฒนาให้ติดตามการออกกำลังกายได้แม่นยำยิ่งขึ้น11 ด้านการติดตามการนอนหลับ Xiaomi Smart Band 10 Pro มาพร้อมรายงานแนวโน้มการนอนหลับ รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกอย่างค่า HRV และประสิทธิภาพการนอนหลับ ขณะที่อัลกอริทึมการนอนหลับเวอร์ชัน 2.0 ยังช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตรวจจับช่วงเวลาการหลับและแต่ละช่วงการนอนหลับได้ดียิ่งขึ้น10
นอกจากนี้ Xiaomi Smart Band 10 Pro ยังร่วมมือกับ Clue12 แอปพลิเคชันติดตามรอบเดือนและสุขภาพสตรีชั้นนำระดับโลก เพื่อมอบประสบการณ์การดูแลสุขภาพผู้หญิงที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น เมื่อซื้อ Xiaomi Smart Band 10 Pro ผู้ใช้งานจะได้รับสิทธิ์ทดลองใช้งาน Clue Plus ฟรีเป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยแพ็กเกจพรีเมียมดังกล่าวมาพร้อมฟีเจอร์วิเคราะห์รอบเดือนเชิงลึก การคาดการณ์ช่วงเจริญพันธุ์ที่แม่นยำ การติดตามการตั้งครรภ์และช่วงก่อนวัยหมดประจำเดือน รวมถึงฟีเจอร์ด้านสุขภาพอื่นๆ อีกมากมาย ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพและการออกกำลังกายจากสมาร์ทแบนด์เข้ากับข้อมูลเชิงลึกด้านสุขภาพประจำเดือนจาก Clue ได้อย่างครบถ้วน เพื่อช่วยให้เข้าใจสุขภาพของตนเองได้ดียิ่งขึ้น และสามารถตัดสินใจด้านสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน Xiaomi แล้ว Xiaomi Smart Band 10 Pro รองรับการซิงก์การแจ้งเตือน พร้อมสามารถจับคู่กับ iPhone ได้พร้อมกันในเวลาเดียวกัน ช่วยให้ผู้ใช้งานรับสาย ข้อความ และการแจ้งเตือนจากทั้งสองอุปกรณ์ได้ผ่านสมาร์ทแบนด์เพียงเครื่องเดียว13
Xiaomi Smart Band 10 Pro วางจำหน่ายแล้ววันนี้ โดย Xiaomi Smart Band 10 Pro สี Ceramic Edition Pearl White วางจำหน่ายในราคาพิเศษ 2,990 บาท (จากราคาปกติ 3,990 บาท) และ สี Midnight Black, สี Glacier Silver และสี Lavender Pink จะวางจำหน่ายในราคาพิเศษ 2,490 บาท (จากราคาปกติ 3,490 บาท) ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม

Xiaomi Buds 6: สวมใส่สบาย พร้อมมอบประสบการณ์เสียงที่สมจริงยิ่งขึ้น
ในฐานะหูฟังแบบกึ่งอินเอียร์ระดับแฟลกชิป มาพร้อมประสิทธิภาพด้านเสียงที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ผ่านการผสานฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ขั้นสูงอย่างลงตัว โดยติดตั้งไดรเวอร์ไดนามิกแบบ Triple-Magnet ขนาด 11 มม. ที่ให้เสียงเบสหนักแน่นทรงพลัง พร้อมไดอะแฟรมชุบทอง 24K ซึ่งช่วยเพิ่มความไวของเสียงย่านแหลมได้ถึง 30% เพื่อถ่ายทอดเสียงสูงได้คมชัดและมีรายละเอียดมากยิ่งขึ้น14 ประสิทธิภาพด้านเสียงยังได้รับการยกระดับด้วยชุดเทคโนโลยีปรับแต่งเสียงดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการจูนเสียงโดยทีม Harman Golden Ear Team ที่มาพร้อมโหมด Harman Master Mode และ Harman AudioEFX เพื่อมอบคุณภาพเสียงที่สมจริงและสมดุลยิ่งขึ้น ขณะที่เทคโนโลยี Qualcomm aptX™ Lossless ยังรองรับการถ่ายทอดเสียงความละเอียดสูงแบบไม่สูญเสียรายละเอียด15 นอกจากนี้ ระบบยังรองรับ Adaptive Sound ที่ช่วยรักษาสมดุลของเสียงย่านกลางและต่ำให้คงที่ แม้ผู้ใช้งานจะมีรูปทรงใบหูแตกต่างกัน พร้อมเทคโนโลยีเสียงมีมิติแบบอิสระ16 ที่ทำงานร่วมกับระบบติดตามการเคลื่อนไหวศีรษะ (Head Tracking) เพื่อสร้างมิติเสียงรอบทิศทางแบบ 360 องศา มอบประสบการณ์การฟังที่สมจริงและเต็มอรรถรสมากยิ่งขึ้น เพื่อการสนทนาที่คมชัดในชีวิตประจำวัน Xiaomi Buds 6 ยังมาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนด้วย AI แบบ 3 ไมโครโฟน ร่วมกับโครงสร้างอะคูสติกแบบตาข่าย ที่สามารถลดเสียงรบกวนรอบข้างได้สูงสุดถึง 95dB17 และยังคงความชัดเจนของเสียงพูดแม้อยู่ในสภาพลมแรงสูงสุด 12 เมตรต่อวินาที18 เสริมด้วยระบบตัดเสียงรบกวน ANC ที่มีให้เลือกทั้งโหมด Balanced และ Deep เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกระดับการตัดเสียงรบกวนที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมได้อย่างยืดหยุ่น พร้อมยกระดับประสบการณ์การฟังให้ดื่มด่ำยิ่งกว่าเดิม
Xiaomi Buds 6 ได้รับการออกแบบเพื่อมอบทั้งความสบายในการสวมใส่และประสบการณ์การเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ โดยหูฟังแต่ละข้างมีน้ำหนักเบาเพียง 4.4 กรัม19 พร้อมดีไซน์กึ่งอินเอียร์ตามหลักสรีรศาสตร์ที่โค้งรับกับรูปทรงธรรมชาติของใบหู ช่วยลดแรงกดและความไม่สบายที่มักเกิดขึ้นกับหูฟังอินเอียร์แบบทั่วไป ตัวเคสชาร์จมาในดีไซน์บางเฉียบ พกพาสะดวก พร้อมตัวเลือกสีทั้งหมด 4 สี ได้แก่ Graphite Black, Pearl White, Titan Gray และ Nebula Purple ด้านการเชื่อมต่อ Xiaomi Buds 6 รองรับการทำงานร่วมกับ Xiaomi HyperOS เพื่อการจับคู่ที่รวดเร็วและการสลับการเชื่อมต่อระหว่างสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์ Xiaomi อื่นๆ ได้อย่างลื่นไหล นอกจากนี้ ยังถือเป็นครั้งแรกที่หูฟังของ Xiaomi รองรับการใช้งานร่วมกับ Apple Find My (สำหรับอุปกรณ์ Apple) และ Google Find Hub (สำหรับอุปกรณ์ Android™)20 ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาอุปกรณ์ที่สูญหายผ่านเครือข่าย Apple หรือ Find Hub ได้อย่างสะดวกและแม่นยำยิ่งขึ้น21
Xiaomi Buds 6 มีทั้งหมดให้เลือก 4 สี ได้แก่ Graphite Black, Pearl White, Titan Gray และ Nebula Purple วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคาพิเศษ 3,690 บาท (จากราคาปกติ 4,290 บาท) ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม

REDMI
Headphones Neo: เสียงเบสที่หนักแน่นในสไตล์ที่โดดเด่น
REDMI Headphones Neo สุดยอดเฮดโฟนสุดเท่ห์ ที่ใช้ไดรเวอร์ไดนามิกขนาดใหญ่ขนาด 40มม. พร้อมไดอะแฟรมไทเทเนียม เสียงเบสทรงพลัง เสียงเทรเบิลอันประณีตและประสบการณ์การฟังที่เหนือกว่าในทุกด้าน รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Audio สำหรับการฟังผ่านสาย พร้อมได้รับการรับรองมาตรฐาน Hi-Res Audio นอกจากนี้คุณยังสามารถปรับแต่งการใช้งานหูฟังได้อย่างง่ายดาย เพียงดาวน์โหลดแอป Xiaomi Earbuds เพื่อปรับการตั้งค่า EQ โดยคุณเป็นผู้ควบคุม ปรับการตั้งค่าเพื่อประสบการณ์การฟังที่ดีที่สุด และติดตั้งการอัปเกรดเฟิร์มแวร์ออนไลน์ได้อีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้นตัวอุปกรณ์ยังรองรับระบบตัดเสียงรบกวนสูงสุด 42dB พร้อมปรับระดับความลึกได้ 3 ระดับ และยังมาพร้อมระบบลดเสียงรบกวนแบบปรับได้เพื่อปรับให้เข้ากับระดับเสียงรบกวนในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน และยังให้ไมโครโฟน ถึง 3 ตัว และระบบ AI Noise Reduction สำหรับการสนทนาและรองรับการตัดเสียงลมได้สูงสุดถึง 5m/s สำหรับเรื่องการใช้งานตัวแบตเตอรี่นั้นยาวนานถึง 72 ชั่วโมงสำหรับการฟังเพลงอย่างต่อเนื่องเมื่อปิด ANC รองรับการชาร์จเร็ว ชาร์จเพียง 10 นาที สามารถฟังเพลงได้นานสูงสุด 5 ชั่วโมง รวมทั้งยังรองรับ Google Fast Pair, การเชื่อมต่อพร้อมกัน 2 อุปกรณ์, ฟีเจอร์แชร์เสียง และการใช้งานผ่านแอป Xiaomi Earbuds เพื่อการเชื่อมต่อที่ง่ายดาย
REDMI
Headphones Neo มี 2 สีสวยให้เลือก ได้แก่ Obsidian
Black และ Sand White วางจำหน่ายในราคาพิเศษ 1,990 บาท (จากราคาปกติ 2,990 บาท)
ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ
รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม

สามารถชมภาพเพิ่มเติมได้ที่: Xiaomi Watch S5
46mm,
Xiaomi Smart
Band 10 Pro,
Xiaomi Buds 6
สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ (One-pager): Xiaomi Watch S5
46mm,
Xiaomi Smart
Band 10 Pro,
Xiaomi Buds 6
หมายเหตุ
1.
ข้อมูลน้ำหนักไม่รวมสายนาฬิกา ขนาดความสูง ความกว้าง
และความหนาไม่รวมสายนาฬิกาและส่วนที่ยื่นออกมา
ข้อมูลทดสอบจากห้องปฏิบัติการภายในของ Xiaomi ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกันไป
2.
ความสว่างสูงสุด (Peak Brightness) หมายถึงค่าความสว่างสูงสุดที่แสดงเฉพาะบางพื้นที่ของหน้าจอ
ส่วนความสว่าง HBM หมายถึงค่าความสว่างสูงสุดเมื่อหน้าจอแสดงผลเต็มพื้นที่
3.
ข้อมูลอายุการใช้งานแบตเตอรี่ภายใต้โหมดการใช้งานแบบ Light
Usage ได้รับการทดสอบโดยห้องปฏิบัติการภายในของ Xiaomi ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกัน กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ทางการของ Xiaomi เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม เงื่อนไขการทดสอบสำหรับโหมด Light
Usage: ชาร์จนาฬิกาจนเต็ม เปิดโหมดประหยัดพลังงาน
ใช้การตั้งค่าจากโรงงานและหน้าปัด Sunspots เปิดการติดตามการนอนหลับแบบความแม่นยำสูงและการแจ้งเตือนข้อความ
รับข้อความ 100 ข้อความต่อวัน แจ้งเตือนสายเรียกเข้า 6
ครั้ง และนาฬิกาปลุก 3 ครั้ง
ยกข้อมือเพื่อเปิดหน้าจอ 300 ครั้งต่อวัน เปิดแอปเพื่อซิงก์ข้อมูลวันละ
1 ครั้ง สนทนาผ่าน Bluetooth รวม 30
นาทีต่อสัปดาห์ ฟังเพลงผ่านหูฟังที่เชื่อมต่อรวม 30 นาทีต่อสัปดาห์ และบันทึกการออกกำลังกายรวม 90 นาทีต่อสัปดาห์
(เปิดใช้งาน GNSS)
4.
ผลิตภัณฑ์และฟีเจอร์ต่างๆ
ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ และไม่ได้มีไว้เพื่อคาดการณ์ วินิจฉัย
ป้องกัน หรือรักษาโรคหรือภาวะทางการแพทย์ใดๆ
5.
ข้อมูลทดสอบจากห้องปฏิบัติการภายในของ Xiaomi ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกัน
6.
การใช้งานฟีเจอร์แผนปรับปรุงการนอนหลับ จำเป็นต้องอัปเดตแอป Mi
Fitness เป็นเวอร์ชันล่าสุด
7.
ข้อมูลทดสอบจากห้องปฏิบัติการภายในของ Xiaomi ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกัน
กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ทางการของ Xiaomi เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม
8.
อัตรารีเฟรชหน้าจออาจแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละอินเทอร์เฟซตามการใช้งานจริง
โดยค่าความสว่างรวม (Global Brightness) หมายถึงความสว่างสูงสุดของหน้าจอทั้งหมด
ส่วนค่าความสว่างสูงสุด (Peak Brightness) หมายถึงความสว่างสูงสุดที่ใช้งานได้ในบางสถานการณ์เท่านั้น
9.
ข้อมูลอายุการใช้งานแบตเตอรี่ในโหมด Light Mode ได้รับการทดสอบโดยห้องปฏิบัติการภายในของ Xiaomi ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกัน
เงื่อนไขการทดสอบสำหรับอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด:
ชาร์จแบตเตอรี่เต็ม ใช้การตั้งค่าจากโรงงานและหน้าปัดเริ่มต้น
เปิดการวัดอัตราการเต้นของหัวใจทุก 30 นาทีและการแจ้งเตือนข้อความ
ปิดการติดตามการนอนหลับแบบความแม่นยำสูง การติดตามความเครียดตลอดวัน
และการตรวจวัดออกซิเจนในเลือดตลอดวัน รับข้อความ 100 ข้อความ
แจ้งเตือนสายเรียกเข้า 10 ครั้ง และปลุก 3 ครั้งต่อวัน (สำหรับรุ่น NFC เพิ่มการใช้งาน NFC
10 ครั้งต่อวัน) ยกข้อมือเพื่อเปิดหน้าจอ 200 ครั้งต่อวัน
วัดออกซิเจนในเลือดด้วยตนเองวันละ 2 ครั้ง
ใช้งานหน้าจอรวมวันละ 6 นาที และบันทึกการออกกำลังกาย 60
นาทีต่อสัปดาห์ (เปิดใช้งาน GNSS)
10.
ผลิตภัณฑ์และฟีเจอร์ต่างๆ
ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ และไม่ได้มีไว้เพื่อคาดการณ์ วินิจฉัย
ป้องกัน หรือรักษาโรคใดๆ
ความสามารถในการใช้งานร่วมกันอาจแตกต่างกันไปตามรุ่นอุปกรณ์
กรุณาตรวจสอบว่าอุปกรณ์รองรับโปรโตคอล BLE Heart Rate และเปิดใช้งานฟังก์ชันรับข้อมูลอัตราการเต้นของหัวใจเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
11.
หลังจากเปิดใช้งานโหมด Outdoor Cycling บนสมาร์ทแบนด์
แอป Mi Fitness จะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนโดยอัตโนมัติเมื่อเปิดใช้งาน
หากต้องการปิดฟีเจอร์นี้ ให้ปัดไปทางซ้ายบนหน้าการออกกำลังกายและแตะ Stop เพื่อดูรายละเอียด
12.
Clue GmbH (Clue) ผู้ใช้งานมีสิทธิ์ใช้งานสิทธิประโยชน์ฟรี 3
เดือน โดยต้องเปิดใช้งานและใช้งานให้ครบภายใน 6 เดือนนับจากวันที่รับสิทธิ์ มิฉะนั้นสิทธิ์จะหมดอายุโดยอัตโนมัติ
โปรโมชั่นนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2026 เวลา 00:00 น. ถึงวันที่ 27 พฤษภาคม
2027 เวลา 23:59 น. (ตามเวลาท้องถิ่น)
หลังสิ้นสุดช่วงทดลองใช้ฟรี 3 เดือน จะมีค่าบริการรายปี
(ราคาแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค) เว้นแต่จะยกเลิกก่อน
กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ทางการของ Clue เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม
13.
ฟีเจอร์นี้รองรับเฉพาะอุปกรณ์ที่รองรับเท่านั้น สมาร์ทโฟน Xiaomi
ต้องใช้ Xiaomi HyperOS 3 หรือใหม่กว่า
พร้อมแอป Interconnectivity เวอร์ชัน 17.1.1 ขึ้นไป ส่วน iPhone ต้องใช้ iOS 14 หรือใหม่กว่า พร้อมแอป Xiaomi Interconnectivity เวอร์ชัน
2.1.0 ขึ้นไป กรุณาเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Xiaomi เดียวกันทั้งบนสมาร์ทโฟน Xiaomi และแอป Xiaomi
Interconnectivity บน iPhone ข้อมูลการสาธิตด้านความเข้ากันได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงตัวอย่างการใช้งานเท่านั้น
Xiaomi Smart Band 10 Pro ไม่ได้รับการรับรอง สนับสนุน
หรือมีความเกี่ยวข้องกับ Apple แต่อย่างใด Apple,
iPhone และ iOS เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ
Apple Inc.
14.
ข้อมูลจากห้องปฏิบัติการภายในของ Xiaomi โดยเปรียบเทียบกับ
Xiaomi Buds 5
15.
เพื่อเปิดใช้งานคุณภาพเสียงแบบ Lossless 2.1 Mbps กรุณาอัปเดต Bluetooth เป็นเวอร์ชันล่าสุด
เปิดใช้งานโหมด Bluetooth LE Audio และตั้งค่า Codec เป็น aptX™ Adaptive ในการตั้งค่า Bluetooth ของสมาร์ทโฟน
อุปกรณ์ที่รองรับ ได้แก่ Leica
Leitzphone powered by Xiaomi, Xiaomi 17 Ultra, Xiaomi 17, Xiaomi 15 Ultra,
Xiaomi 15, Xiaomi 14 Ultra, Xiaomi 14, Xiaomi 13 Ultra, Xiaomi MIX Flip, POCO
F7 Pro และ POCO F8 Ultra โดยจะรองรับรุ่นเพิ่มเติมในอนาคต
16.
ฟีเจอร์ Independent Dimensional Audio ถูกปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้น
และไม่สามารถใช้งานพร้อมกับโหมด LC3 ได้
17.
การลดเสียงรบกวนระหว่างการสนทนาที่ระดับ 95dB หมายถึงความสามารถในการจับเสียงพูดของมนุษย์ได้อย่างแม่นยำในสภาพแวดล้อมที่มีระดับเสียงรบกวน
95dB ข้อมูลทดสอบจากห้องปฏิบัติการภายในของ Xiaomi ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกันตามลักษณะการใช้งาน
18.
ข้อมูลการทดสอบระบบตัดเสียงลมจัดทำโดย National Institute of
Metrology, China ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกันตามการใช้งาน
19.
ข้อมูลจากห้องปฏิบัติการภายในของ Xiaomi
20.
Xiaomi Buds 6 ไม่ได้รับการรับรอง สนับสนุน หรือมีความเกี่ยวข้องกับ
Google LLC หรือ Apple Inc. แต่อย่างใด
Google, Android และ Find Hub เป็นเครื่องหมายการค้าของ
Google LLC ส่วน Apple และ Find
My เป็นเครื่องหมายการค้าของ Apple Inc. การใช้งานฟีเจอร์
Find Hub จำเป็นต้องอัปเดตเฟิร์มแวร์ของหูฟังและเคสชาร์จเป็นเวอร์ชันล่าสุดผ่านแอป
Xiaomi Earbuds และฟีเจอร์ Find Hub พร้อมใช้งานผ่าน
OTA ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569
เป็นต้นไป
21.
สำหรับการใช้งานฟีเจอร์นี้ อุปกรณ์ iOS ต้องอัปเดตเป็น
iOS 14.5 หรือใหม่กว่า โดย Apple Find My รองรับเฉพาะการค้นหาเคสหูฟัง และไม่รองรับการค้นหาหูฟังแต่ละข้างแบบแม่นยำ
สำหรับอุปกรณ์ Android ต้องอัปเดตเป็น Android 9 หรือใหม่กว่า พร้อมบริการ Google Play Services และเฟิร์มแวร์หูฟังเวอร์ชันล่าสุด
โดย Google Find Hub รองรับเฉพาะการค้นหาเคสหูฟัง
และไม่รองรับการค้นหาหูฟังแต่ละข้างแบบแม่นยำ
หูฟังคู่เดียวกันไม่สามารถเชื่อมต่อกับ Apple Find My และ Find
Hub พร้อมกันได้ หากต้องการสลับการใช้งาน กรุณารีเซ็ตหูฟังกลับสู่ค่าโรงงาน
เกี่ยวกับเสียวหมี่
เสียวหมี่ก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายน 2553 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Main Board of the Hong Kong Stock Exchange ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 (1810.HK) เสียวหมี่เป็นบริษัทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภคและอุตสาหกรรมการผลิตอัจฉริยะที่มีสมาร์ทโฟนและสมาร์ทฮาร์ดแวร์อัจฉริยะที่เชื่อมต่อด้วยแพลตฟอร์ม Internet of Things (IoT) เป็นแกนหลัก
ด้วยวิสัยทัศน์ “การเป็นมิตรของผู้ใช้งานและบริษัทที่ทันสมัยที่สุดในใจผู้ใช้งานทุกคน” เสียวหมี่จึงมีความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะพัฒนานวัตกรรม ประสบการณ์การใช้งานที่ดีเยี่ยม ตลอดจนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะไม่ลดละการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในราคาที่เป็นมิตร เพื่อให้ทุกคนบนโลกนี้สามารถเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้
เสียวหมี่คือหนึ่งในบริษัทสมาร์ทโฟนชั้นนำของโลก ในเดือนมีนาคม 2569 ยอดผู้ใช้บริการรายเดือน (MAU) ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 746.2 ล้านรายรวมสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต นอกจากนี้เสียวหมี่ยังเป็นผู้นำด้านการก่อตั้งแพลทฟอร์ม AIoT (AI+IoT) ของโลก โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 จำนวนสินค้าอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับแพลทฟอร์มมีมากถึง 1,118.7 ล้านเครื่อง ทั้งนี้ยังไม่รวมสมาร์ทโฟน แล็ปท็อปและแท็บเล็ต ในเดือนตุลาคม 2566 เสียวหมี่ได้อัปเกรดกลยุทธ์เป็นระบบนิเวศอัจฉริยะ “Human × Car × Home” ที่ผสานเอาอุปกรณ์ส่วนบุคคล ผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮม และรถยนต์เข้าไว้ด้วยกันไว้อย่างลงตัว เสียวหมี่ให้ความสำคัญกับมนุษย์อยู่เสมอ และมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การเชื่อมต่อที่ครอบคลุมและดียิ่งขึ้น ผลิตภัณฑ์ของเสียวหมี่มีวางจำหน่ายกว่า 100 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก และในเดือนกรกฎาคม 2568 เสียวหมี่ยังติดอันดับใน Fortune Global 500 นับเป็นการติดอันดับเป็นปีที่เจ็ดติดต่อกัน โดยอยู่ในลำดับที่ 297
เสียวหมี่เป็นส่วนหนึ่งของ
Hang
Seng Index, Hang Seng China Enterprises Index, Hang Seng
TECH Index และ Hang Seng China 50 Index.
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเสียวหมี่
สามารถเข้าชมได้ที่ https://www.mi.com/th