เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้าเซ็นเตอร์ (STT GDC) ประเทศไทย ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกล เปิดเผยรายงานฉบับสำคัญ "Mind the Gap: Bridging the AI Infrastructure Readiness Divide" ซึ่งเป็นการสำรวจเชิงลึกที่สะท้อนภาพความจริงของสมรภูมิ AI ในประเทศไทย พบว่าแม้ความต้องการใช้ AI จะพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่ภาคธุรกิจไทยส่วนใหญ่ยังเผชิญกับ “กับดักความพร้อม” โดยเฉพาะในด้านโครงสร้างพื้นฐานและทักษะบุคลากรที่ยังไม่สามารถรองรับการขยายตัวในระดับมหภาคได้
วิกฤตความพร้อม AI ไทย! ผลสำรวจพบองค์กรยังเป็นได้แค่ ‘ผู้สร้างรากฐาน’


จากการสำรวจผู้นำดิจิทัล 60 รายในไทย และกว่า 600 รายทั่วเอเชียแปซิฟิก พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า องค์กรไทยถึง 78% ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม "สร้างรากฐาน" (Builder) ซึ่งหมายถึงองค์กรที่มีวิสัยทัศน์และเริ่มนำ AI มาทดลองใช้แล้ว แต่มีเพียง 8% เท่านั้นที่ขยับขึ้นมาเป็น "ผู้บูรณาการ" (Integrator) ที่สามารถนำ AI เข้าไปอยู่ในกระบวนการดำเนินงานจริง (Operation), ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ ยังไม่มีองค์กรไทยรายใด (0%) ที่ก้าวไปถึงระดับ "ผู้นำ" (Leader) ซึ่งเป็นระดับที่ AI สามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืนและขยายผลได้เต็มรูปแบบ



บุศรินทร์ ประดิษฐยนต์ Country Head, STT GDC Thailand ได้ให้ความเห็นว่า "ปัจจุบันเราเห็นองค์กรในไทยมีความก้าวหน้าอย่างมากในการนำ AI มาใช้งาน แต่โจทย์ที่ซับซ้อนกว่าเดิมคือการทำให้ AI สร้างคุณค่าที่จับต้องได้จริง การจะไปถึงจุดนั้นต้องอาศัยการปรับแนวทางการลงทุนให้สอดคล้องกับผลลัพธ์ รวมถึงการมีโครงสร้างพื้นฐานที่คาดการณ์ต้นทุนได้และรองรับการขยายตัวอย่างรวดเร็ว"
3 อุปสรรคใหญ่ การเงิน โครงสร้างพื้นฐาน และบุคลากร ฉุดรั้งองค์กรไทย

ทิวา เพ็ชรรัตน์ Executive Vice President - Operations

สมเกียรติ ฉัตรเจริญไพศาล Vice President, Operations
รายงานระบุว่า "ความพร้อมด้านการเงิน" เป็นอุปสรรคอันดับหนึ่ง (57%) โดยองค์กรส่วนใหญ่ติดปัญหาเรื่องการวัดผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่ไม่ชัดเจน ส่งผลให้ 76% ขององค์กรไทยจัดสรรงบประมาณด้านไอทีให้กับ AI เพียง 5% หรือน้อยกว่านั้น
1. กับดักโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี แม้จะมีความต้องการใช้ AI สูง แต่มีองค์กรไม่ถึง 10% ที่มั่นใจว่าระบบหลังบ้านมีความพร้อมในการขยายขีดความสามารถ (Scaling) นอกจากนี้ แม้ 50% ขององค์กรจะเริ่มลงทุนในฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูงอย่าง GPU แต่กลับมีเพียง 15% เท่านั้นที่ศึกษาหรือใช้งาน "ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว" (Liquid Cooling) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีจำเป็นสำหรับการประมวลผล AI ขั้นสูง
2. ปัญหาขาดแคลนบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ 38% ขององค์กรยอมรับว่าขาดผู้เชี่ยวชาญภายในในการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานที่ซับซ้อน แต่มีเพียง 8% ที่นำปัจจัยเรื่องความเชี่ยวชาญมาเป็นอันดับต้นๆ ในการเลือกพันธมิตรดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งสะท้อนถึงความย้อนแย้งในการตัดสินใจลงทุน
3. ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและธรรมาภิบาล เป็นเรื่องที่น่าตกใจเมื่อผลสำรวจระบุว่า ไม่มีองค์กรไทยแม้แต่รายเดียว (0%) ที่มั่นใจเต็มร้อยว่าข้อมูลจะปลอดภัยเมื่ออยู่ในระบบ AI สิ่งนี้กลายเป็นภัยเงียบที่ทำให้การขยายการใช้งานในวงกว้างเป็นไปได้ยาก
ทางรอดและสูตรสำเร็จ ก้าวข้าม 'Builder' สู่ 'Integrator'
เพื่อให้องค์กรไทยก้าวข้ามผ่านช่วงเริ่มต้นไปสู่การสร้างมูลค่าจริง STT GDC ได้เสนอแนะกลยุทธ์ 3 มิติหลักได้แก่
การวางสถาปัตยกรรมแบบกระจายศูนย์ (Distributed Architectures): เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ข้อมูล
การเลือกพันธมิตรเชิงกลยุทธ์: เพื่อเข้าถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะทางโดยไม่ต้องลงทุนเองทั้งหมด ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงและควบคุมต้นทุน (OPEX vs CAPEX)
การปรับตัวชี้วัด ROI ใหม่: จากเดิมที่เน้นเพียงกำไร ให้มองไปที่ประสิทธิภาพการดำเนินงาน ประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience) และนวัตกรรมใหม่ๆ
โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล อนาคตของดาต้าเซ็นเตอร์และพลังงานทางเลือก

STT Bangkok 1

STT Bangkok 2




STT Bangkok 3
โดยในส่วนของความพร้อมด้านกายภาพ STT GDC Thailand กำลังเร่งขยายโครงการเพื่อรองรับดีมานด์ AI ที่พุ่งสูงขึ้น โดยปัจจุบันมีศูนย์ข้อมูล 3 แห่ง ได้แก่ STT Bangkok 1 และ 2 (ย่านพระราม 9) ซึ่งมีกำลังไฟรวมกว่า 47 เมกะวัตต์ และ STT Bangkok 3 (One Bangkok) ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเพื่อเน้นกลุ่มลูกค้า Enterprise และการเชื่อมต่อที่รวดเร็ว
นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงประเด็น "พลังงานสะอาด" และเทคโนโลยี SMR (Small Modular Reactor) หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เนื่องจาก AI ต้องการพลังงานมหาศาล (ระดับ 50-100 เมกะวัตต์ต่อราย) ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าในปัจจุบันอาจเผชิญความท้าทายในการรองรับ

บุศรินทร์ กล่าวเสริมด้วยว่า แม้ปัจจุบันองค์กรไทยจะมองเรื่อง ESG เป็นเรื่องรอง (78%) แต่ในระยะยาว ความยั่งยืนจะเป็นตัวกำหนดความสามารถในการแข่งขันระดับโลก
บทบาทของไทยในเวทีเอเชีย ความน่าสนใจลงทุนและการขยายตัวของกลุ่ม Hyperscale
เมื่อเปรียบเทียบในระดับภูมิภาค ไทยถูกมองว่าเป็น "Next Growth Area" ร่วมกับอินโดนีเซีย โดยมีความโดดเด่นในด้านความสนใจลงทุนและการขยายตัวของกลุ่ม Hyperscale อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับการซื้อเทคโนโลยีมาใช้เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการประสาน "โครงสร้างพื้นฐาน - บุคลากร - รูปแบบการดำเนินงาน" ให้เป็นหนึ่งเดียว
STT GDC Thailand ยืนยันถึงความพร้อมในการเป็นรากฐานให้กับระบบนิเวศดิจิทัลไทย ด้วยเครือข่ายระดับโลกกว่า 100 แห่งใน 12 ตลาดสำคัญ และประสบการณ์ในการบริหารจัดการ AI Workloads ที่ซับซ้อน เพื่อช่วยให้องค์กรไทยก้าวข้าม "ช่องว่าง" และปลดล็อคศักยภาพ AI ได้
เกี่ยวกับ เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้าเซ็นเตอร์ ข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์: https://www.sttelemediagdc.com/
รายงานผลการศึกษาเชิงลึกขององค์กรในประเทศไทยฉบับนี้มาจากผลการตอบแบบสำรวจขององค์กรจำนวน 60 แห่งในหลากหลายอุตสาหกรรม
ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มของภูมิภาคเอเชียได้ที่: https://www.sttelemediagdc.com/resources/ai-readiness-assessment-report