บริษัท ไฮเออร์ สมาร์ทโฮม จำกัด ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันบ้านอัจฉริยะ ได้เผยแพร่รายงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ประจำปี 2568 ตอกย้ำวิสัยทัศน์ “Smart Sustainable Living” พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2593 ผ่านการยกระดับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีสีเขียว และการบริหารจัดการอย่างยั่งยืนในทุกมิติขององค์กร โดยรายงานฉบับนี้สะท้อนถึงความก้าวหน้าของทีมงานทั่วโลกในการดำเนินมาตรการเชิงรุก เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการจัดตั้งคณะกรรมการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Committee) อย่างเป็นทางการ พร้อมเผยแพร่ Carbon Neutrality White Paper เพื่อกำหนดโรดแมปด้านความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว นอกจากนี้ จากความร่วมมือของพนักงานทั่วโลก ไฮเออร์ สมาร์ทโฮม สามารถลดการใช้พลังงานต่อรายได้ 10,000 หยวนในประเทศจีนลงได้ 5.53% ในปี 2568 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ไฮเออร์ สมาร์ทโฮม ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ “Full Life Cycle Strategy” ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ การจัดซื้อ การผลิต การดำเนินงาน ไปจนถึงการรีไซเคิลและกำจัดผลิตภัณฑ์อย่างเหมาะสม ปัจจุบันไฮเออร์ สมาร์ทโฮม ดำเนินงานผ่านโรงงาน Lighthouse จำนวน 13 แห่ง ซึ่งรวมถึง Sustainable Lighthouse Factory 1 แห่ง และโรงงานสีเขียวระดับประเทศอีก 27 แห่ง โดยในปีที่ผ่านมา เรามีการใช้พลังงานไฟฟ้าสีเขียวรวม 216,802.05 เมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) ผ่านการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน อาทิ ระบบ Solar Photovoltaic ภายในนิคมอุตสาหกรรมของบริษัท รวมถึง โรงงาน Haier Jiaozhou SCO Industrial Park และ Haier Qingdao Sino-German Industrial Park ยังได้รับการรับรอง “Zero-Carbon Park” เป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าของประเทศจีน ขณะที่โรงงานของ Haier Europe ในประเทศตุรกี ได้รับการรับรองมาตรฐาน “Zero Waste to Landfill” หลังสามารถลดปริมาณขยะฝังกลบได้มากกว่า 99%
ด้านนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ไฮเออร์ สมาร์ทโฮม ยังคงใช้เทคโนโลยีเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาองค์กร โดยได้จัดตั้ง Integrated HVAC Platform เพื่อส่งมอบโซลูชันแบบครบวงจรด้านระบบทำความเย็น ระบบทำความร้อน และการระบายอากาศ พร้อมเปลี่ยนผ่านจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไปสู่การให้บริการโซลูชันอากาศรูปแบบบูรณาการด้วยเทคโนโลยี Magnetic Levitation ระดับโลก เครื่องปรับอากาศระบบส่วนกลางของบริษัท โดยสามารถช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่า 50% สำหรับห้องเครื่องประสิทธิภาพสูง ขณะเดียวกัน บริษัทยังเร่งขยายการใช้สารทำความเย็นธรรมชาติ เช่น CO₂ และ R290 ซึ่งมีค่าศักยภาพในการก่อภาวะโลกร้อนต่ำกว่าสารทำความเย็นสังเคราะห์แบบดั้งเดิมอย่างมีนัยสำคัญ ด้านการลดคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทาน Fisher & Paykel ได้ให้ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้านการจัดซื้ออะลูมิเนียมคาร์บอนต่ำ ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ราว 7,911 ตันต่อปี


ขณะที่การดำเนินงานด้านเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน (Circular Economy) ไฮเออร์ สมาร์ทโฮม ถือเป็นผู้บุกเบิกโมเดล “Five-Network Integration Recycling Model” ในประเทศจีน โดยในปี 2568 บริษัทสามารถรวบรวมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่หมดอายุการใช้งานได้มากกว่า 8 ล้านเครื่อง ส่งผลให้ยอดสะสมรวมเพิ่มขึ้นเกือบ 30 ล้านเครื่องทั่วประเทศ ทั้งนี้ โรงงาน Haier Qingdao Laixi Green Recycling Interconnected Factory ถือเป็นต้นแบบสำคัญของอุตสาหกรรม ด้วยศักยภาพในการแยกชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่หมดอายุได้สูงสุด 2 ล้านเครื่องต่อปี สามารถนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ได้ประมาณ 30,000 ตัน และมีอัตราการรีไซเคิลของวัสดุเหลือใช้สูงกว่า 95%
ในระดับสากล Haier Europe ยังมีส่วนร่วมในเครือข่ายรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ Ecologic และ ERION ในประเทศฝรั่งเศสและอิตาลี พร้อมได้รับการรับรองเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระยะสั้นจาก Science Based Targets initiative (SBTi) ขณะที่ GE Appliances สามารถรวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้ 55 ตัน ผ่านโครงการ Environmental Protection Agency’s Responsible Appliance Disposal ของสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐฯ และ Fisher & Paykel ยังคงเดินหน้าลดปริมาณขยะฝังกลบในศูนย์กระจายสินค้าที่ประเทศออสเตรเลียอย่างต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้มิติด้านธรรมาภิบาลองค์กร ไฮเออร์ สมาร์ทโฮม ยังคงยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส พร้อมส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดกว้างและหลากหลายสำหรับพนักงานในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก โดยบริษัทได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย และจีน ในการประชุม Global Legal Summit 2568 เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางด้านจริยธรรม AI การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และธรรมาภิบาล ESG ควบคู่ไปกับผลกระทบทางสังคม โดยไฮเออร์ สมาร์ทโฮม ยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี AI ควบคู่การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยแห่งอนาคตที่ชาญฉลาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางในทุกมิติ
ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติม ข้อมูลข่าวสาร โปรโมชัน และกิจกรรมอื่น ๆ จากไฮเออร์ได้ที่ Facebook: Haier Thailand, Instagram: @haierthailand_official, X (Twitter): @ThailandHaier, YouTube: @HaierThailandOfficial, TikTok: @haier_thailand และ Line OA : @haierthailand หรือดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ https://www.haier.com/th
#Haier #HaierThailand #HaierMoreCreationMorePossibilities
เกี่ยวกับ ไฮเออร์ สมาร์ท โฮม
ไฮเออร์ สมาร์ท โฮม เป็นบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันบ้านอัจฉริยะ (Smart Home Solutions) โดยพอร์ตโฟลิโอของบริษัทครอบคลุมผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท อาทิ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว และเครื่องทำน้ำอุ่น รวมถึงระบบ HVAC โซลูชันอาคารอัจฉริยะ และวอเตอร์โซลูชันซึ่งทั้งหมดถูกเชื่อมโยงผ่านแพลตฟอร์มสมาร์ทโฮมของบริษัท
บริษัทดำเนินงานด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) การผลิต และศักยภาพเชิงพาณิชย์ในระดับท้องถิ่นในมากกว่า 30 ประเทศ โดยมีพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ ได้แก่ Haier, Casarte, Leader, GE Appliances, Candy, Fisher & Paykel และ AQUA ซึ่งให้บริการผู้บริโภคครอบคลุมทุกระดับราคากว่า 160 ประเทศและภูมิภาค โมเดลการดำเนินธุรกิจแบบ “การสนับสนุนระดับโลก การดำเนินงานระดับท้องถิ่น” (Global Enablement, Local Execution) นี้ เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในทุกตลาดที่เข้าไปดำเนินธุรกิจ
บริษัทมุ่งมั่นที่จะพัฒนาองค์กรจากการเป็นผู้นำระดับโลกด้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ไปสู่การเป็นบริษัทระบบนิเวศสมาร์ทโฮมที่ยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง (User-Centric Platform-Based Smart Home Ecosystem Company) โดยมีการวางตำแหน่งแบรนด์ระดับพรีเมียม ความครอบคลุมระดับโลก ความสามารถด้านดิจิทัล และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเสาหลักเชิงกลยุทธ์สำคัญขององค์กร
เกี่ยวกับ ไฮเออร์
ไฮเออร์เป็นผู้ผลิตและผู้นำในด้านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเครื่องไฟฟ้าระดับโลก
โดยมีพันธกิจในการสร้างสรรค์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน
เพื่อความเป็นอยู่ที่ดี และ ตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย
และมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของผู้บริโภค กว่า 100 ประเทศทั่วโลก
ไฮเออร์ครองแชมป์เครื่องใช้ภายในบ้านอันดับ 1 ของโลก ติดต่อกัน 17 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 2552 ถึง 2568 โดยการจัดอันดับของสถาบันยูโรมอนิเตอร์อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยข้อมูลทางการตลาดที่น่าเชื่อถือที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ไฮเออร์ ประเทศไทย ได้คิดค้น และพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อจะสามารถให้การบริการที่ดี และตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ในประเทศไทย ซึ่งในปี พ.ศ. 2562 ไฮเออร์ได้กำลังดำเนินทิศทางปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์จากการเป็นเพียงเครื่องใช้ไฟฟ้าสู่ความเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า Internet of Things (IoT) และจะดำเนินสู่การเป็นแบรนด์ผู้นำ Ecosystem ในตลาดประเทศไทยต่อไปในอนาคต