28 พ.ค. 2569 18 0

เชฟรอน ร่วมกับ มอ. จัดเวิร์กชอป 'Carbon Neutral Event' เสริมความรู้สู่การจัดกิจกรรมคาร์บอนต่ำ แก่ภาคีเครือข่ายพลังงานในภาคใต้

เชฟรอน ร่วมกับ มอ. จัดเวิร์กชอป 'Carbon Neutral Event' เสริมความรู้สู่การจัดกิจกรรมคาร์บอนต่ำ แก่ภาคีเครือข่ายพลังงานในภาคใต้


ท่ามกลางกระแสความตื่นตัวด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้กลายเป็นวาระสำคัญที่ทุกภาคส่วนให้ความสนใจมากขึ้น  ไม่เพียงแต่ภาคอุตสาหกรรมหรือภาคการผลิต แม้แต่กิจกรรมในชีวิตประจำวันอย่างการจัดประชุม สัมมนา หรืออีเวนต์ต่างๆ ก็สามารถมีบทบาทในการช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม  ด้วยเหตุนี้ การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมคาร์บอนต่ำจึงมีความสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม 

บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด จึงร่วมกับ สถาบันวิจัยระบบพลังงาน และศูนย์วิศวกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนและก๊าซเรือนกระจก คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ Carbon Neutral Event Workshop: จากความเข้าใจสู่การลงมือทำ” เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และแนวทางการจัดกิจกรรมคาร์บอนต่ำ สู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม  โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพลังงานจังหวัดใน 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา นครศรีธรรมราช ชุมพร สุราษฎร์ธานี และปัตตานี ตลอดจนผู้แทนภาคีเครือข่ายรวมกว่า 40 คน เข้าร่วมอบรม ณ อาคารศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา


ดร.สุเมธ ไชยประพัทธ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบพลังงาน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แกนนำหลักของการจัดการอบรมครั้งนี้ กล่าวว่า “แรงผลักดันสำคัญของการจัดโครงการนี้มาจากการตระหนักถึงเมกะเทรนด์ระดับโลกเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน การจะแก้ปัญหานี้ต้องอาศัยการดำเนินงานควบคู่กันทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการเพิ่มการดูดซับคาร์บอนกลับ เช่น การปลูกป่า โดยนอกจากภาคอุตสาหกรรมแล้ว กิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การจัดงานอีเวนต์ งานประชุม งานสัมมนา ก็ล้วนก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเช่นกัน จึงเป็นที่มาของการจัดอบรมครั้งนี้ เพื่อส่งต่อองค์ความรู้และวิธีการให้หน่วยงานต่างๆ ทราบถึงวิธีประเมินการปล่อยคาร์บอนจากกิจกรรมของตน และรู้วิธีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จนสามารถจัดกิจกรรมที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutral Event ได้อย่างเป็นระบบ

“มหาวิทยาลัยและนักวิจัยมีหน้าที่โดยตรงในการติดตามความเปลี่ยนแปลงของโลก รวมถึงศึกษาเกณฑ์การประเมินและการลดคาร์บอนที่ได้รับการยอมรับทางวิชาการ เช่น จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เมื่อได้องค์ความรู้มาแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องนำองค์ความรู้มาแปลงเป็นสื่อการสอน และฝึกปฏิบัติจริงก่อน เช่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้จัดงานวิ่งและงานรับพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยให้เป็นรูปแบบการจัดงานที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน จนเกิดความเชี่ยวชาญ  เมื่อมหาวิทยาลัยมีองค์ความรู้แล้ว จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำความรู้นี้ไปบรรจุในการเรียนการสอนเพื่อสร้างคน รวมถึงสื่อสารขยายผลไปยังหน่วยงานภายนอก เพื่อให้ภาคส่วนอื่นๆ สามารถนำแนวทางนี้ไปปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง” 


ด้าน รศ.ดร.จรงค์พันธ์ มุสิกะวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิศวกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนและก๊าซเรือนกระจก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมแบบคาร์บอนต่ำ หรือ Low Carbon Event เริ่มต้นจากการวางแผนเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนและสร้างขยะให้น้อยที่สุด เช่น กำหนดให้ใช้รถร่วมกันในการเดินทาง หรือเลือกใช้วัสดุสิ่งของในงานที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้องค์กรลดการใช้ทรัพยากรที่เกินความจำเป็น และเป็นก้าวแรกสู่การจัดงานที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนได้  ส่วนคาร์บอนที่ยังเหลืออยู่ สามารถไปซื้อคาร์บอนเครดิตจากโครงการลดคาร์บอนภายนอกมาชดเชย จนการปล่อยคาร์บอนของงานนั้นเหลือศูนย์ได้  การจัดการอบรมในครั้งนี้ เป็นการสร้างความเข้าใจพื้นฐานแก่ผู้เข้าร่วม ว่าทุกการจัดกิจกรรมสามารถประเมินการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ เมื่อกลับไปแล้ว ต้องนำไปวางแผนภาพรวมรายปีว่ากิจกรรมใดขององค์กรที่จะมุ่งเน้นให้เป็นโครงการคาร์บอนต่ำ หรือ เป็นกลางทางคาร์บอน โดยเริ่มจากการทำกิจกรรมเล็กๆ ในองค์กรก่อน หรือนำไปประยุกต์ใช้กับกิจกรรมประจำปีที่มีอยู่แล้ว เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวก และเป็นต้นแบบให้หน่วยงานอื่นๆ ในจังหวัดเข้ามาศึกษาและทำตาม  


การอบรมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากสำนักงานพลังงานจังหวัดจาก 5 จังหวัดรอบอ่าวไทย เข้าร่วม เพื่อเพิ่มพูนความรู้ที่จะสามารถนำไปต่อยอดในจังหวัดของตนเองได้ต่อไป  โดย จักรพันธ์ กิ่งแก้ว พลังงานจังหวัดสงขลา กล่าวภายหลังการเข้าร่วมอบรมว่า การอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ ช่วยเปิดมุมมองใหม่ว่าการลดคาร์บอนไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องการประหยัดน้ำมันหรือไฟฟ้าจากการเดินทางและในครัวเรือนเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงกิจกรรมอื่นๆ เช่น การจัดประชุม สัมมนา การเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ และการจัดการของเสีย ได้เรียนรู้ทั้งทฤษฎีและแนวปฏิบัติ  ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้จริง เช่น การคำนวณคาร์บอนฟุตพรินต์ขององค์กร”  


พรสุรีย์ กอนันทา รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า ขอขอบคุณสถาบันวิจัยระบบพลังงาน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำในจังหวัดสงขลาร่วมกับเชฟรอนมาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี นับตั้งแต่โครงการก๊าซชีวภาพสหกรณ์ยางพาราสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ซึ่งได้พัฒนาต้นแบบการดำเนินงานของสหกรณ์ยางแผ่นรมควันที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งการสนับสนุนการชดเชยคาร์บอนในปริมาณ 600 ตัน สำหรับพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบ Carbon Neutral Event (Self-Declaration) ครั้งแรกของประเทศ และต่อยอดมาสู่การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้  สะท้อนถึงความตั้งใจของเชฟรอนในการสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้และสร้างความร่วมมือ เพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

การอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจแนวคิดและขั้นตอนการจัดงานแบบเป็นกลางทางคาร์บอน ตั้งแต่การระบุและคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรม การวางแผนลดการปล่อย การชดเชยคาร์บอนผ่านโครงการ TVER ไปจนถึงการสื่อสารผลการดำเนินงาน เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้จริงในการจัดกิจกรรมคาร์บอนต่ำในหน่วยงานของตนได้

พร้อมกันนี้ ภายในงาน เชฟรอนยังได้สนับสนุนการทำงานของพลังงานจังหวัดทั้ง 5 แห่ง ผ่านโครงการ “เครือข่ายพลังงานสะอาดรอบอ่าวไทย” โดยมอบงบประมาณรวม 1,107,000 บาท แก่สำนักงานพลังงานจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ทั้ง 5 จังหวัด เพื่อเสริมสนับสนุนโครงการด้านพลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงานที่แต่ละจังหวัดดำเนินงานอยู่ อาทิ การติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ และการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีระยะเวลาดำเนินงานระหว่างปี พ.ศ. 25692570  ซึ่งจะช่วยต่อยอดการดำเนินงานด้านพลังงานสะอาดและการอนุรักษ์พลังงานในพื้นที่ 5 จังหวัด ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม