21 พ.ค. 2569 99 0

ยิบอินซอย พลิกตำนาน 100 ปี สู่ 'YIPINTSOI NEXT' ขับเคลื่อนอาณาจักรด้วย AI และนวัตกรรมยั่งยืน พร้อมปักธงรุกตลาด Tech Company ระดับแนวหน้า

ยิบอินซอย พลิกตำนาน 100 ปี สู่ 'YIPINTSOI NEXT' ขับเคลื่อนอาณาจักรด้วย AI และนวัตกรรมยั่งยืน พร้อมปักธงรุกตลาด Tech Company ระดับแนวหน้า


บริษัท ยิบอินซอย จำกัด องค์กรธุรกิจชั้นนำของไทยที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษ ประกาศก้าวสำคัญสู่ศตวรรษที่ 2 ด้วยการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ จัดตั้ง “บริษัท ยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด” (YIPINTSOI NEXT) เพื่อรวมศูนย์ธุรกิจด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลโซลูชันไว้ภายใต้โครงสร้างเดียว มุ่งเน้นการเป็น "Trusted Technology Partner" ที่พร้อมนำพาองค์กรไทยก้าวข้ามผ่านยุค Digital Transformation สู่โลกแห่ง AI และความยั่งยืนอย่างมั่นคง

จากโฮลดิ้งคอมพานี สู่การบริหารจัดการที่คล่องตัว


ในการปรับโครงสร้างครั้งนี้ มรกต ยิบอินซอย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยิบอินซอย จำกัด เปิดเผยว่า ยิบอินซอยในฐานะบริษัทแม่จะปรับบทบาทเป็น Holding Company เพื่อกำนดทิศทางเชิงกลยุทธ์และการลงทุนในพอร์ตธุรกิจต่างๆ โดยการจัดตั้ง ยิบอินซอย เน็กซ์ เกิดจากการรวมศักยภาพของบริษัทในเครือด้านไอที 4 แห่ง และหน่วยธุรกิจเดิมของยิบอินซอยเข้าด้วยกัน เพื่อสร้าง Synergy และเพิ่มความคล่องตัวในการตอบโจทย์ลูกค้า

“ตลอด 100 ปี เราไม่เคยหยุดพัฒนาและไม่ยึดติดกับความสำเร็จเดิม การปรับโครงสร้างครั้งนี้คือการออกแบบอนาคตเพื่อให้องค์กรเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว” มรกต กล่าวเสริม

YIPINTSOI NEXT หัวหอกเทคโนโลยีแห่งอนาคต


สุภัค ลายเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด ระบุว่า ภารกิจหลักของ ยิบอินซอย เน็กซ์ คือการเป็นแกนหลักขับเคลื่อนธุรกิจดิจิทัลเทคโนโลยีแบบครบวงจร 360 องศา ทั้ง Cloud Infrastructure, AI Solutions, Cybersecurity, และ Data Analytics ปัจจุบันบริษัทมีบุคลากรด้านเทคโนโลยีกว่า 1,500 คน พร้อมประสบการณ์ในโครงการขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชน

ยุทธศาสตร์สำคัญของ ยิบอินซอย เน็กซ์ คือการเปลี่ยนผ่านจากผู้รวมระบบ (System Integrator - SI) สู่การเป็น Trusted Advisor ที่ลูกค้าไว้วางใจ โดยคุณสุภัคย้ำว่า ความเชื่อมั่น (Trust) คือหัวใจสำคัญ เพราะโครงการเทคโนโลยีของยิบอินซอยไม่มีคำว่าทิ้งงาน และมักจะดูแลจนสำเร็จเสมอแม้จะเป็นโปรเจกต์ที่ยากลำบาก

เจาะลึกกลยุทธ์ AI และความปลอดภัยในโลกยุคใหม่


ในยุคที่ AI กลายเป็นกระแสหลัก ยิบอินซอย เน็กซ์ มองเห็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง โดยมุ่งเน้นการนำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดต้นทุน (Cost Optimization) ให้กับลูกค้า อย่างไรก็ตาม ผู้บริหาร กล่าวว่า ความเสี่ยงของ AI โดยระบุว่าองค์กรต้องระวังการพึ่งพา AI มากเกินไปจนขาดอิสระ และต้องมีนโยบายการใช้งาน (AI Policy) ที่ชัดเจนเพื่อป้องกันปัญหาด้านความเป็นส่วนตัวและลิขสิทธิ์ข้อมูล

นอกจากนี้ ยิบอินซอย เน็กซ์ ยังให้ความสำคัญกับ Cybersecurity และเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง Post-Quantum Cryptography เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต โดยบริษัทมุ่งเน้นการทำประเมินระบบ (Assessment) และการวางแผนปรับเปลี่ยนอัลกอริทึมเพื่อให้ระบบของลูกค้ามีความพร้อมก่อนที่ภัยคุกคามจะมาถึงจริงในอีก 5 ปีข้างหน้า

นวัตกรรมเกษตรและพลังงาน รากฐานสู่ความยั่งยืน


นอกเหนือจากธุรกิจไอที ยิบอินซอยยังคงให้ความสำคัญกับภาคการเกษตรซึ่งเป็นรากฐานของประเทศ โดยภายใต้โครงสร้างใหม่ เน้นเทคโนโลยีการเกษตร (AgriTech) และพลังงานสะอาด

บริษัทฯ ได้ลงทุนใน Startup รุ่นใหม่ เช่น Easy Rice ที่ใช้ AI และ Machine Learning ในการสแกนคุณภาพข้าวเพื่อการส่งออก และ Morina Solution ด้าน Bio-Nanotechnology รวมถึงการนำโซลาร์เซลล์มาใช้ในอุตสาหกรรมประมงและบ่อกุ้งเพื่อลดค่าไฟฟ้าซึ่งเป็นต้นทุนหลัก ยิบอินซอยทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงที่ช่วยเชื่อมต่อ Startup เหล่านี้เข้ากับเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่ง

ESG Tracking ตอบโจทย์โลกสีเขียว


เทรนด์ความยั่งยืน (ESG) เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ ยิบอินซอย เน็กซ์ กำลังเร่งพัฒนาโซลูชัน ESG Tracking เพื่อช่วยองค์กรต่างๆ ในการเก็บข้อมูลและวัดผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การประหยัดพลังงาน การจัดการขยะ และการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์

“หากธุรกิจส่งออกไม่สามารถโชว์ตัวเลข ESG ได้ อาจถูกแบนจากตลาดโลกได้ทันที เราจึงเข้าไปช่วยทำระบบ Data Capture เพื่อให้ลูกค้านำไปพิสูจน์มาตรฐานความยั่งยืนของตนเองได้” มรกตกล่าว

มุ่งสู่ตลาดใหม่และเป้าหมาย IPO ในปี 2030


สำหรับทิศทางธุรกิจในอนาคต ยิบอินซอย เน็กซ์ เตรียมขยายฐานลูกค้าจากกลุ่มการเงินและพลังงาน เข้าสู่กลุ่มการแพทย์ (Medical), การศึกษา (Education) และภาคอุตสาหกรรมการผลิต (Manufacturing) มากขึ้น โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการเชื่อมต่อเทคโนโลยีด้านการผลิต (OT) เข้ากับระบบไอที (IT Integration) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและ observability ของโรงงาน

ในด้านเป้าหมายทางการเงิน แม้จะเพิ่งเริ่มดำเนินงานภายใต้ชื่อใหม่ได้ไม่นาน ผู้บริหารคาดหวังว่าการรวมศูนย์นี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ 20-25% และบริษัทมีแผนที่จะนำ ยิบอินซอย เน็กซ์ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ภายในปี 2030 หากสามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

การก้าวสู่ศตวรรษที่ 2 ของยิบอินซอยผ่านการจัดตั้ง ยิบอินซอย เน็กซ์ จึงไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนชื่อหรือโครงสร้าง แต่คือการประกาศความพร้อมในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีที่ผสมผสานระหว่าง "ความเชื่อมั่นแบบดั้งเดิม" และ "นวัตกรรมแห่งอนาคต" เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีโลก