บริษัท ยิบอินซอย จำกัด องค์กรธุรกิจชั้นนำของไทยที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษ ประกาศก้าวสำคัญสู่ศตวรรษที่ 2 ด้วยการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ จัดตั้ง “บริษัท ยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด” (YIPINTSOI NEXT) เพื่อรวมศูนย์ธุรกิจด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลโซลูชันไว้ภายใต้โครงสร้างเดียว มุ่งเน้นการเป็น "Trusted Technology Partner" ที่พร้อมนำพาองค์กรไทยก้าวข้ามผ่านยุค Digital Transformation สู่โลกแห่ง AI และความยั่งยืนอย่างมั่นคง
จากโฮลดิ้งคอมพานี สู่การบริหารจัดการที่คล่องตัว

ในการปรับโครงสร้างครั้งนี้ มรกต ยิบอินซอย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยิบอินซอย จำกัด เปิดเผยว่า ยิบอินซอยในฐานะบริษัทแม่จะปรับบทบาทเป็น Holding Company เพื่อกำนดทิศทางเชิงกลยุทธ์และการลงทุนในพอร์ตธุรกิจต่างๆ โดยการจัดตั้ง ยิบอินซอย เน็กซ์ เกิดจากการรวมศักยภาพของบริษัทในเครือด้านไอที 4 แห่ง และหน่วยธุรกิจเดิมของยิบอินซอยเข้าด้วยกัน เพื่อสร้าง Synergy และเพิ่มความคล่องตัวในการตอบโจทย์ลูกค้า
“ตลอด 100 ปี เราไม่เคยหยุดพัฒนาและไม่ยึดติดกับความสำเร็จเดิม การปรับโครงสร้างครั้งนี้คือการออกแบบอนาคตเพื่อให้องค์กรเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว” มรกต กล่าวเสริม
YIPINTSOI NEXT หัวหอกเทคโนโลยีแห่งอนาคต

สุภัค ลายเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด ระบุว่า ภารกิจหลักของ ยิบอินซอย เน็กซ์ คือการเป็นแกนหลักขับเคลื่อนธุรกิจดิจิทัลเทคโนโลยีแบบครบวงจร 360 องศา ทั้ง Cloud Infrastructure, AI Solutions, Cybersecurity, และ Data Analytics ปัจจุบันบริษัทมีบุคลากรด้านเทคโนโลยีกว่า 1,500 คน พร้อมประสบการณ์ในโครงการขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชน
ยุทธศาสตร์สำคัญของ ยิบอินซอย เน็กซ์ คือการเปลี่ยนผ่านจากผู้รวมระบบ (System Integrator - SI) สู่การเป็น Trusted Advisor ที่ลูกค้าไว้วางใจ โดยคุณสุภัคย้ำว่า ความเชื่อมั่น (Trust) คือหัวใจสำคัญ เพราะโครงการเทคโนโลยีของยิบอินซอยไม่มีคำว่าทิ้งงาน และมักจะดูแลจนสำเร็จเสมอแม้จะเป็นโปรเจกต์ที่ยากลำบาก
เจาะลึกกลยุทธ์ AI และความปลอดภัยในโลกยุคใหม่

ในยุคที่ AI กลายเป็นกระแสหลัก ยิบอินซอย เน็กซ์ มองเห็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง โดยมุ่งเน้นการนำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดต้นทุน (Cost Optimization) ให้กับลูกค้า อย่างไรก็ตาม ผู้บริหาร กล่าวว่า ความเสี่ยงของ AI โดยระบุว่าองค์กรต้องระวังการพึ่งพา AI มากเกินไปจนขาดอิสระ และต้องมีนโยบายการใช้งาน (AI Policy) ที่ชัดเจนเพื่อป้องกันปัญหาด้านความเป็นส่วนตัวและลิขสิทธิ์ข้อมูล
นอกจากนี้ ยิบอินซอย เน็กซ์ ยังให้ความสำคัญกับ Cybersecurity และเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง Post-Quantum Cryptography เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต โดยบริษัทมุ่งเน้นการทำประเมินระบบ (Assessment) และการวางแผนปรับเปลี่ยนอัลกอริทึมเพื่อให้ระบบของลูกค้ามีความพร้อมก่อนที่ภัยคุกคามจะมาถึงจริงในอีก 5 ปีข้างหน้า
นวัตกรรมเกษตรและพลังงาน รากฐานสู่ความยั่งยืน

นอกเหนือจากธุรกิจไอที ยิบอินซอยยังคงให้ความสำคัญกับภาคการเกษตรซึ่งเป็นรากฐานของประเทศ โดยภายใต้โครงสร้างใหม่ เน้นเทคโนโลยีการเกษตร (AgriTech) และพลังงานสะอาด
บริษัทฯ ได้ลงทุนใน Startup รุ่นใหม่ เช่น Easy Rice ที่ใช้ AI และ Machine Learning ในการสแกนคุณภาพข้าวเพื่อการส่งออก และ Morina Solution ด้าน Bio-Nanotechnology รวมถึงการนำโซลาร์เซลล์มาใช้ในอุตสาหกรรมประมงและบ่อกุ้งเพื่อลดค่าไฟฟ้าซึ่งเป็นต้นทุนหลัก ยิบอินซอยทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงที่ช่วยเชื่อมต่อ Startup เหล่านี้เข้ากับเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่ง
ESG Tracking ตอบโจทย์โลกสีเขียว

เทรนด์ความยั่งยืน (ESG) เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ ยิบอินซอย เน็กซ์ กำลังเร่งพัฒนาโซลูชัน ESG Tracking เพื่อช่วยองค์กรต่างๆ ในการเก็บข้อมูลและวัดผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การประหยัดพลังงาน การจัดการขยะ และการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์
“หากธุรกิจส่งออกไม่สามารถโชว์ตัวเลข ESG ได้ อาจถูกแบนจากตลาดโลกได้ทันที เราจึงเข้าไปช่วยทำระบบ Data Capture เพื่อให้ลูกค้านำไปพิสูจน์มาตรฐานความยั่งยืนของตนเองได้” มรกตกล่าว
มุ่งสู่ตลาดใหม่และเป้าหมาย IPO ในปี 2030

สำหรับทิศทางธุรกิจในอนาคต ยิบอินซอย เน็กซ์ เตรียมขยายฐานลูกค้าจากกลุ่มการเงินและพลังงาน เข้าสู่กลุ่มการแพทย์ (Medical), การศึกษา (Education) และภาคอุตสาหกรรมการผลิต (Manufacturing) มากขึ้น โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการเชื่อมต่อเทคโนโลยีด้านการผลิต (OT) เข้ากับระบบไอที (IT Integration) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและ observability ของโรงงาน
ในด้านเป้าหมายทางการเงิน แม้จะเพิ่งเริ่มดำเนินงานภายใต้ชื่อใหม่ได้ไม่นาน ผู้บริหารคาดหวังว่าการรวมศูนย์นี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ 20-25% และบริษัทมีแผนที่จะนำ ยิบอินซอย เน็กซ์ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ภายในปี 2030 หากสามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
การก้าวสู่ศตวรรษที่ 2 ของยิบอินซอยผ่านการจัดตั้ง ยิบอินซอย เน็กซ์ จึงไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนชื่อหรือโครงสร้าง แต่คือการประกาศความพร้อมในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีที่ผสมผสานระหว่าง "ความเชื่อมั่นแบบดั้งเดิม" และ "นวัตกรรมแห่งอนาคต" เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีโลก