5 พ.ค. 2569 231 0

ดีอี-อว. ผนึกกำลังเปิดตัว 'ThaiLLM' วางรากฐาน AI สัญชาติไทย มุ่งสร้างอธิปไตยดิจิทัลและนวัตกรรมภาษาเพื่อคนไทย

ดีอี-อว. ผนึกกำลังเปิดตัว 'ThaiLLM' วางรากฐาน AI สัญชาติไทย มุ่งสร้างอธิปไตยดิจิทัลและนวัตกรรมภาษาเพื่อคนไทย




กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และภาคีเครือข่าย ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการเปิดตัว “ThaiLLM” (Thai Large Language Model) โครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์สำหรับภาษาไทยอย่างเต็มรูปแบบ มุ่งเป้ายกระดับประเทศไทยจากการเป็นเพียง “ผู้ใช้เทคโนโลยี” สู่การเป็น “ผู้สร้างและผู้กำหนดทิศทาง” ระบบนิเวศ AI เพื่อสร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยี (AI Sovereignty) และขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

กลยุทธ์สร้าง “อธิปไตย AI” เพื่อความมั่นคงทางเทคโนโลยีของชาติ


พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวงดีอีให้ความสำคัญกับการวางรากฐานด้าน AI ที่ประเทศไทยต้องเป็นเจ้าของและกำหนดทิศทางเองได้ เพื่อไม่ให้เป็นเพียงผู้รับเทคโนโลยีจากต่างประเทศเท่านั้น แม้ว่าโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ระดับโลกจะมีบทบาทสูง แต่การจะใช้ประโยชน์ให้เต็มศักยภาพจำเป็นต้องมีความ “เข้าใจ” ในบริบทเฉพาะของสังคมไทยและภาษาที่คนไทยใช้สื่อสารกันจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่โมเดลต่างประเทศยังตอบโจทย์ได้ไม่เพียงพอ


ThaiLLM จึงถูกออกแบบมาให้เป็น “โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ของประเทศ” ครอบคลุมตั้งแต่ชุดข้อมูลภาษาไทยคุณภาพสูง โมเดลที่เข้าใจบริบทสังคม และแพลตฟอร์มเปิดที่ประชาชนและนักพัฒนาเข้าถึงได้ฟรี ทั้งนี้ เป้าหมายไม่ใช่การแข่งขันกับโมเดลระดับโลก แต่เป็นการสร้างทางเลือกและรากฐานที่ยั่งยืนให้ประเทศไทยสามารถกำหนดเงื่อนไขการพัฒนาของตนเองได้

นอกจากนี้ กระทรวงดีอียังเตรียมดำเนินโครงการสำคัญ โดยจะใช้งบประมาณกว่า 1,000 - 6,000 ล้านบาท เพื่อจัดหาลิขสิทธิ์การเข้าใช้งาน AI ระดับโลกจำนวน 5 ล้านสิทธิ์ (Premium License) มอบให้แก่บุคลากรทุกภาคส่วน ทั้งนักเรียน นักศึกษา และคนทำงาน เพื่อให้ได้เข้าถึงเครื่องมือ AI ที่ดีที่สุดควบคู่ไปกับการใช้ ThaiLLM โดยข้อมูลจากการใช้งานนี้จะถูกนำมาพัฒนาระบบ AI ของไทยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นภายใต้กรอบธรรมาภิบาลและการใช้งานที่ปลอดภัย

ผนึกกำลัง อว. หนุนโครงสร้างพื้นฐาน 'LANTA' และกำลังคน AI


ด้าน ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ระบุว่า กระทรวง อว. รับหน้าที่เป็นเสาหลักด้านการวิจัยและพัฒนา โดยสนับสนุนใน 3 มิติหลัก ได้แก่

1.การพัฒนา Foundation LLM: ระดมองค์ความรู้จากนักวิจัยและสถาบันการศึกษาทั่วประเทศเพื่อพัฒนาโมเดลที่เข้าใจภาษาและวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริง

2.โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผล: สนับสนุนเครื่อง “LANTA” (ลันตา) ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของเนคเทค สวทช. ในการฝึกฝนโมเดลภายในประเทศ ซึ่งช่วยลดต้นทุนมหาศาลเมื่อเทียบกับการใช้คลาวด์ต่างชาติ และช่วยรักษาความปลอดภัยไม่ให้ข้อมูลสำคัญของชาติรั่วไหลออกนอกประเทศ

3.การพัฒนากำลังคน: จัดอบรมหลักสูตร AI ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน (Beginner) ไปจนถึงระดับวิจัย (Researcher) ซึ่งปัจจุบันมีผู้ผ่านการอบรมแล้วกว่า 700 คน พร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมไทยบนเวทีโลก

เจาะลึก ThaiLLM โมเดลเพื่อนักพัฒนาและบริการสาธารณะ


ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) ให้รายละเอียดว่า โครงการได้พัฒนาโมเดลพื้นฐาน (Foundation Model) สองขนาด คือ 8B และ 30B ในรูปแบบ Open License และ Open-weight ซึ่งเปิดให้นักพัฒนาสามารถดาวน์โหลดไปปรับแต่ง (Fine-tune) เพื่อใช้งานเฉพาะทางได้ โดยข้อมูลที่นำมาเทรนโมเดลได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน เช่น กฤษฎีกา (ข้อมูลกฎหมาย), วช. (ฐานงานวิจัย), หอสมุดแห่งชาติ (หนังสือที่หมดอายุลิขสิทธิ์) และสื่อมวลชนหลายแห่ง

จุดเด่นสำคัญคือการเปิดตัว “ThaiLLM Playground” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มทดลองใช้งานที่มีทั้งรูปแบบ Chat Sandbox และ API สำหรับนักพัฒนา ปัจจุบันมีผู้สนใจเข้าใช้งานแล้วกว่า 8,000 ราย โดย Playground นี้ยังรวบรวมโมเดลชั้นนำของไทย เช่น PathummaLLM, THaLLE, Typhoon และ OpenThaiGPT ไว้ในที่เดียวเพื่อให้เกิดการทดสอบและเปรียบเทียบการใช้งานในบริบทต่างๆ


สำหรับการใช้งานจริงในภาคส่วนสำคัญ โครงการได้นำร่องพัฒนา “Medical Model” หรือแชทบอทช่วยคัดกรองอาการเบื้องต้นทางด้านสาธารณสุข โดยได้รับข้อมูลสนับสนุนจากศิริราชและมหาวิทยาลัยแพทย์ชั้นนำ นอกจากนี้ยังมีการทดลองใช้ในด้านการท่องเที่ยวและการสรุปเอกสารราชการเพื่อให้เข้าถึงง่ายขึ้น

สร้าง “ถนนข้อมูล” เชื่อมโยงภาครัฐสู่ความยั่งยืน


นอกจากการพัฒนาตัวโมเดลแล้ว ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับการแบ่งปันข้อมูล (Data Sharing) โดย BDI จะทำหน้าที่เปรียบเสมือน “ถนนสายหลัก” ที่เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานราชการต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยมีร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีมารองรับ เพื่อให้การส่งต่อข้อมูลเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายและรวดเร็ว เพื่อประโยชน์สูงสุดในการบริการประชาชน

ศ. ดร.ธีรณี กล่าวสรุปว่า ความสำเร็จของ ThaiLLM เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และการศึกษา ที่ร่วมกันสร้างกลไกขับเคลื่อน AI Sovereignty เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ และยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืน



สำหรับผู้ที่สนใจทดลองใช้งานหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ของสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) https://bdi.or.th/ หรือ Facebook: BDI - Big Data Institute

COMMENTS