29 เม.ย. 2569 121 0

เอสซีจี จับมือ หัวเว่ย และ คอนช์ ลงนาม MoU พัฒนา AI และ Advanced Process Control ยกระดับอุตสาหกรรมซีเมนต์สู่ยุคดิจิทัล

เอสซีจี จับมือ หัวเว่ย และ คอนช์ ลงนาม MoU พัฒนา AI และ Advanced Process Control ยกระดับอุตสาหกรรมซีเมนต์สู่ยุคดิจิทัล


บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือเอสซีจี ผู้นำด้านปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างแบบครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน และ บริษัท อันฮุย คอนช์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด หรือคอนช์ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ Advanced Process Control (APC) และการเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมด้วย AI เพื่อร่วมกันพัฒนาและนำไปใช้งานจริงซึ่งเป็นโซลูชัน APC และปัญญาประดิษฐ์แบบบูรณาการ บนโครงสร้างพื้นฐานไอซีทีที่ทันสมัย ออกแบบเฉพาะสำหรับกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ของเอสซีจี รวมพลังสามองค์กร ขับเคลื่อน Industrial AI ในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์

ความร่วมมือครั้งนี้ผนึกจุดแข็งที่แตกต่างของแต่ละฝ่ายเข้าด้วยกัน โดยเอสซีจี นำความเชี่ยวชาญด้านการผลิตปูนซีเมนต์เชิงลึก รวมถึง CiMie AI Foundation Model ที่พัฒนาขึ้นเอง ขณะที่คอนช์มอบเทคโนโลยี APC และอัลกอริทึมปรับกระบวนการผลิตที่ผ่านการพิสูจน์ในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ และหัวเว่ย  ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานไอซีที ครอบคลุมทั้งคลาวด์ คอมพิวติ้ง, เอดจ์ คอมพิวติ้ง, แพลตฟอร์มเอไอ, ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ และโครงข่ายอุตสาหกรรม F5G/IPv6 เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบสำหรับเอสซีจี

ภายใต้ข้อตกลงนี้ ทั้งสามฝ่ายจะร่วมกันออกแบบและติดตั้งระบบ APC เฉพาะทางสำหรับการควบคุมกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ พัฒนา AI Foundation Model เพื่อปรับกระบวนการผลิตให้เหมาะสมที่สุด และนำ AI Agent มาสนับสนุนการตัดสินใจแบบอัตโนมัติ นอกจากนี้ขอบเขตงานยังครอบคลุมการก่อสร้าง Smart Factory โครงสร้างด้าน Cloud-Edge Computing สำหรับปริมาณงาน AI แบบเรียลไทม์ แดชบอร์ดสำหรับผู้ปฏิบัติงานและผู้บริหาร ตลอดจนโปรแกรมถ่ายทอดความรู้และฝึกอบรมบุคลากร เอสซีจีอย่างครอบคลุม

วิลเลี่ยม จาง ประธานธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ยในการเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมอัจฉริยะ Industrial All Intelligence ในประเทศไทย โดยหัวเว่ยจะนำความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ, คลาวด์ คอมพิวติ้ง และแพลตฟอร์มเอไอมาสนับสนุนเอสซีตีเพื่อบรรลุความเป็นเลิศในการดำเนินงานอย่างครอบคลุม

เรามองว่าความร่วมมือสามฝ่ายนี้คือต้นแบบของการผนวกเอไอ และเทคโนโลยีดิจิทัลในอุตสาหกรรมหนัก ซึ่งสร้างคุณค่าที่แท้จริงทั้งในด้านประสิทธิภาพการผลิต การใช้พลังงาน และความสามารถในการแข่งขัน เราภูมิใจที่ได้ร่วมออกเดินทางในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ร่วมกับเอสซีจี และคอนช์จาง กล่าว


ซู่ว เยว่ (Xu Yue) ประธานคณะผู้บริหารฝ่ายดิจิทัล ของคอนช์ กรุ๊ป และประธานกรรมการคอนช์ อินฟอร์เมชัน กล่าวว่าความเชี่ยวชาญด้าน APC และ AI ของคอนช์ ผสานกับ CiMie Foundation Model ของเอสซีจี และโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งของหัวเว่ยจะสร้างโซลูชันที่ทรงพลังและขยายได้ พร้อมส่งมอบผลลัพธ์ที่วัดได้จริงในการดำเนินงานอุตสาหกรรม

หัสชัย ประหารภาพ ผู้อำนวยการโรงงานปูนซีเมนต์ สาขาสระบุรี บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการผสานเทคโนโลยีเอไอ และ Advanced Process Control เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการผลิตของเอสซีจี การบูรณาการ CiMie AI Foundation Model กับเทคโนโลยีจากพันธมิตรระดับโลกจะช่วยยกระดับผลผลิตและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ทั่วภูมิภาค

ความร่วมมือระหว่างเอสซีจี, หัวเว่ย และคอนช์ กรุ๊ป ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ของไทยสู่ยุคอัจฉริยะ การขยายเอไอเข้าสู่กลุ่มการผลิต วัสดุก่อสร้าง และการก่อสร้างที่แพร่หลายยิ่งขึ้น จะส่งมอบนวัตกรรมเชิงปฏิบัติที่เร่งการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ไทยแลนด์อัจฉริยะ นำการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านปัญญาประดิษฐ์ดิจิทัลสู่สังคมโดยรวม


เกี่ยวกับหัวเว่ย

หัวเว่ยคือผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) และสมาร์ทดีไวซ์ ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2530 โดยหัวเว่ยมีพนักงานกว่า207,000คน ดำเนินธุรกิจในกว่า170ประเทศทั่วโลก ให้บริการผู้คนมากกว่า 3,000 ล้านคนทั่วโลก   

วิสัยทัศน์และพันธกิจของหัวเว่ย คือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสู่การใช้งานทุกระดับเพื่อทุกผู้คน ทุกครัวเรือน และทุกองค์กร เพื่อวางรากฐานให้แก่โลกอัจฉริยะ หัวเว่ยได้ส่งมอบการประมวลผลคอมพิวเตอร์หลากหลายรูปแบบทุกที่ ทุกเวลาที่คุณต้องการ เพื่อนำเทคโนโลยีคลาวด์และความอัจฉริยะเข้าสู่ทั่วทุกมุมโลก สร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลที่จะช่วยทุกภาคอุตสาหกรรม ทุกองค์กร ให้มีความยืดหยุ่น มีประสิทธิภาพ และมีพลวัต รวมทั้งสร้างนิยามใหม่ให้แก่ประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ด้วย AI เพื่อเสริมสร้างความชาญฉลาด และออกแบบให้ตอบรับกับความต้องการเฉพาะของผู้คนในทุกแง่มุมของชีวิต ทั้งการใช้ชีวิตที่บ้าน ระหว่างการเดินทาง ที่ออฟฟิศ ในการสันทนาการ หรือแม้แต่ระหว่างการออกกำลังกาย