บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ขานรับนโยบายกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย” ผนึกกำลังกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ใช้เครือข่ายไปรษณีย์ทั่วประเทศเป็นโครงข่ายหลักในการกระจายสินค้าราคาประหยัดสู่ประชาชน พร้อมยกระดับบทบาทองค์กรสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์เพื่อสังคม มุ่งลดค่าครองชีพ สร้างรายได้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า จากนโยบายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ที่มุ่งขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย” เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน และกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ
ไปรษณีย์ไทยในฐานะหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของประเทศ พร้อมสนับสนุนการดำเนินโครงการดังกล่าวอย่างเต็มศักยภาพ
โดยใช้เครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศเป็นกลไกหลักในการเข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่
โดยไปรษณีย์ไทยได้ร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการกระจายและจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดผ่าน
2 ช่องทาง ได้แก่ การจำหน่ายปลีก ณ ที่ทำการไปรษณีย์ และการจำหน่ายส่งผ่านรถเร่ (รถพุ่มพวง)
เพื่อนำไปกระจายต่อในชุมชน โดยมีกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน อาทิ
ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำมันพืช น้ำยาซักผ้า และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ซึ่งมีการกำหนดราคาจำหน่ายที่ต่ำกว่าท้องตลาด
เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าได้ในราคาที่เหมาะสม

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวตั้งเป้าหมายกระจายสินค้าผ่านรถเร่ประมาณ 3,800 คัน และขยายตลาดชุมชนเพิ่มเติมกว่า 1,000 แห่ง ครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศกว่า 4 ล้านคน โดยในระยะแรกจะเริ่มดำเนินการผ่านที่ทำการไปรษณีย์ 120 แห่งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ก่อนขยายสู่ระดับอำเภอทั่วประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569


นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังร่วมมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้การสนับสนุนการนำสินค้า OTOP และ SMEs เข้าสู่ช่องทางการจำหน่ายออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม
ThailandPostMart ควบคู่กับความร่วมมือบนแพลตฟอร์มชั้นนำ
อาทิ Shopee, Lazada, TikTok, LINE MAN และ Grab โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมประมาณ
2,000 ราย รวมสินค้ากว่า 600,000 รายการ พร้อมได้รับการสนับสนุนค่าขนส่ง 100 บาทต่อคำสั่งซื้อ
และการยกเว้นค่าธรรมเนียม (GP) เป็นกรณีพิเศษ
เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดและขยายช่องทางรายได้ให้กับผู้ประกอบการไทย
ขณะเดียวกัน ไปรษณีย์ไทยยังได้ร่วมดำเนินโครงการ
“กล่องผลไม้ DIT” เพื่อช่วยระบายผลผลิตทางการเกษตร โดยจัดทำกล่องผลไม้จำนวน 300,000
กล่อง และสนับสนุนตะกร้าผลไม้จำนวน 35,000 ใบ รองรับการกระจายผลผลิตจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภคอย่างรวดเร็วและทั่วถึง


“ไปรษณีย์ไทยมุ่งมั่นในการเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของประเทศ
ที่ไม่เพียงให้บริการด้านการขนส่ง แต่ยังมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม โดยโครงการ
“ไทยช่วยไทย” ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการช่วยลดค่าครองชีพของประชาชน เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ
รวมถึงสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน” ดร.ดนันท์ กล่าวเพิ่มเติม