5 เม.ย. 2569 225 0

ดีอี-ETDA เดินหน้า ‘Responsible AI Innovation Hackathon’ ยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทย เริ่มต้นปฐมนิเทศ–ฝึกอบรม 10 ทีม

ดีอี-ETDA เดินหน้า ‘Responsible AI Innovation Hackathon’ ยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทย เริ่มต้นปฐมนิเทศ–ฝึกอบรม 10 ทีม


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) โดย ศูนย์ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AIGC) ร่วมกับ สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานศาลปกครอง สำนักพัฒนาบุคลากรเพื่อการยุติธรรม สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ Academy) และบริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (AWS) เดินหน้าเวที “Responsible AI Innovation Hackathon: AI for Justiceประเดิมกิจกรรมปฐมนิเทศและฝึกอบรม เตรียมพร้อม 10 ทีมผู้ผ่านเข้ารอบ ไปกับเหล่าผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และผู้ทรงคุณวุฒิด้านกระบวนการยุติธรรมไทยเพื่อร่วมพัฒนาโซลูชัน AI ที่ตอบโจทย์กระบวนการยุติธรรมไทย ภายใต้หลักจริยธรรมและธรรมาภิบาลที่มาพร้อมความรับผิดชอบ


ชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า กระทรวงฯ มีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นประเทศที่สามารถ “ใช้และสร้าง AI ได้อย่างมีศักยภาพ” โดยมุ่งพัฒนาระบบนิเวศ AI อย่างครบวงจร ทั้งด้านความพร้อมและการนำไปใช้จริง ควบคู่กับการส่งเสริมธรรมาภิบาล AI เพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีเป็นไปอย่างโปร่งใส มีความรับผิดชอบ และตรวจสอบได้ สำหรับกิจกรรมในวันนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการแข่งขันนี้ โดยผู้เข้าแข่งขันจะได้รับการปฐมนิเทศและเสริมองค์ความรู้ด้าน AI Ethics และ AI Governance เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบและพัฒนาโซลูชัน AI ที่ตอบโจทย์ “กระบวนการยุติธรรมยุคใหม่” ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของประเทศในการสร้างความเป็นธรรม ความโปร่งใส และความเชื่อมั่นของประชาชน

เวที Responsible AI Innovation Hackathon มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่กับความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ โดยคาดหวังว่าจะได้ต้นแบบ AI Solutions ที่สามารถนำไปต่อยอดใช้งานจริง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดข้อจำกัดของระบบ และส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน นำโดย ETDA โดยศูนย์ AIGC หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ได้แก่ สำนักงานศาลยุติธรรม และสำนักงานศาลปกครอง สำนักพัฒนาบุคลากรเพื่อการยุติธรรม สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ Academy) ภาคเอกชนอย่าง บริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (AWS)  รวมถึงผู้เชี่ยวชาญและผู้เข้าแข่งขันทุกทีม


ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ที่ปรึกษาอาวุโส ETDA กล่าวเสริมว่า การนำ AI มาใช้ในกระบวนการยุติธรรม ถือเป็นบริบทที่มีความอ่อนไหวและมีความเสี่ยงเฉพาะสูง เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับสิทธิ เสรีภาพ และทรัพย์สินของประชาชน โดยความเสี่ยงสำคัญอาจเกิดจากความคลาดเคลื่อนของข้อมูล การอ้างอิงข้อกฎหมายที่ไม่ถูกต้อง อคติของระบบ ตลอดจนความเสี่ยงด้านการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมในภาพรวม ดังนั้น ทิศทางการพัฒนาและการใช้งาน AI ในภาคส่วนนี้ จำเป็นต้องตั้งอยู่บนหลัก “Responsible AI” โดยยึดให้มนุษย์ยังคงเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลลัพธ์อย่างเต็มรูปแบบ และไม่ใช้ AI แทนดุลพินิจในสาระสำคัญของกระบวนการยุติธรรม ขณะเดียวกัน การนำ AI มาใช้ต้องตั้งอยู่บนฐานของข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบจากแหล่งที่เชื่อถือได้ สามารถอธิบายเหตุผลของผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน และไม่พึ่งพาระบบที่ไม่สามารถตรวจสอบที่มาได้ พร้อมกันนี้ การออกแบบและใช้งาน AI ต้องคำนึงถึงความโปร่งใส โดยสามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่า AI มีบทบาทในขั้นตอนใดของกระบวนการ มีระบบบันทึกการใช้งานเพื่อรองรับการตรวจสอบย้อนหลัง รวมถึงต้องให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลความลับของคดีอย่างเคร่งครัด ตลอดจนการประเมินและกำหนดกรอบการใช้งานตามระดับความเสี่ยงของงานในแต่ละประเภทอย่างเหมาะสมนอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจของผู้ใช้งานให้ตระหนักถึงข้อจำกัดของ AI สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสมและเป็นกลาง รวมถึงมีแนวทางในการรับมือเมื่อเกิดความคลาดเคลื่อนของระบบ เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในเชิงระบบและสร้างความเชื่อมั่นต่อการนำเทคโนโลยีมาใช้ในระยะยาว

กิจกรรมปฐมนิเทศ (Orientation & Workshop) ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้ผ่านเข้ารอบ 10 ทีม 41 คน จะได้ร่วม “ปูพื้นฐานและทำความเข้าใจโจทย์จริง” ผ่านการชี้แจงรายละเอียดการแข่งขัน Hackathon และ Roadmap การพัฒนาโซลูชัน พร้อมการบรรยายและเวิร์กชอปจากผู้เชี่ยวชาญ ครอบคลุมทั้งด้าน AI Infrastructure & AI Innovation และการประยุกต์ใช้ AI เพื่อการกำกับดูแล เรียนรู้บริบทจริงของ “กระบวนการยุติธรรม” ผ่านการนำเสนอภาพรวมการทำงานจากหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ ศาลยุติธรรม และศาลปกครอง อาทิ ดร.ไกรพล อรัญรัตน์ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ประจำสำนักประธานศาลฎีกา ผู้แทนจากสำนักงานศาลยุติธรรม และ ดร.ระดาภัทร จงธรรมคุณ ที่ปรึกษาสำนักงานศาลปกครอง  เพื่อให้เข้าใจ Pain Point และข้อจำกัดในการทำงานจริง อันจะนำไปสู่การพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ได้อย่างเหมาะสม พร้อมกิจกรรม Workshop และการจับคู่ผู้เชี่ยวชาญ (Mentor Matching) เพื่อเตรียมพร้อมก่อนเข้าสู่การพัฒนาในขั้นต่อไป



สำหรับ กิจกรรมในลำดับถัดไปเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 7 เมษายน 2569 จะเป็นกิจกรรม Intensive Workshop & Mentoring ที่มุ่งเน้นการพัฒนาแนวคิดผ่านกระบวนการ Design Thinking เพื่อออกแบบบริการที่ตอบโจทย์กระบวนการยุติธรรมไทย พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าแข่งขันได้รับคำแนะนำอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านกฎหมาย ด้าน AI Ethic & Governance ด้านเทคโนโลยี และด้านการพัฒนาต่อยอดธุรกิจจากผู้พัฒนาตัวจริง ก่อนมาต่อกันกับกิจกรรม ในวันที่ 8 เมษายน 2569 ภายใต้กิจกรรม Hackathon Day & Pitchingที่ทั้ง 10 ทีมจะนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อคัดเลือกโซลูชันที่มีศักยภาพในการยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทย โดยทีมที่สามารถตอบโจทย์ได้โดดเด่นจะได้รับรางวัลสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม พร้อมโล่เกียรติยศ และเงินรางวัลรวมมูลค่า 200,000 บาท


ทั้งนี้ ในวัน Hackathon Day & Pitching จะมีการถ่ายทอดสดการนำเสนอผลงาน ให้ประชาชนทั่วไปสามารถรับชมได้ในวันที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 09.00 – 14.30 น. ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก ETDA Thailand ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่องผ่านช่องทาง ETDA Thailand