

บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ศักราชใหม่ สลัดภาพลักษณ์ผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ดีดและอุปกรณ์สำนักงานในอดีต สู่การเป็นแบรนด์ “Lifestyle Productivity” เต็มตัว ภายใต้แนวคิด “At Your Side, Every Side of Life” มุ่งเน้นการส่งมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์ทุกมิติของชีวิต ทั้งการทำงาน งานอดิเรก และการรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมโชว์ผลประกอบการที่ยังเติบโตสวนกระแสตลาด และแผนการนำ AI มายกระดับการบริการและปฏิบัติงานอย่างเต็มรูปแบบ
วิวัฒนาการ 4 EP. จากเครื่องพิมพ์ดีดสู่คู่คิดทุกไลฟ์สไตล์


ธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงการเดินทางของบราเดอร์ที่ผ่านการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์มาอย่างต่อเนื่องว่า ในอดีตบราเดอร์ถูกจดจำในฐานะแบรนด์ที่มีอายุยาวนานและจำกัดอยู่เพียงอุปกรณ์สำนักงาน เช่น เครื่องพิมพ์ดีดและเครื่องโทรสาร (Fax) ทำให้แบรนด์ดูไม่ทันสมัยในสายตาคนรุ่นใหม่ จึงเป็นที่มาของการสร้างกลยุทธ์การตลาดที่แบ่งออกเป็น 4 ยุคสำคัญ หรือ “4 EP” ดังนี้
EP 1: ยุค Music Marketing (4-5 ปี): บราเดอร์เลือกใช้ดนตรีเป็นสื่อกลางเพื่อเข้าถึงวัยรุ่นและปรับภาพลักษณ์ให้ดูทันสมัย ผ่านการเป็นสปอนเซอร์คอนเสิร์ตและร่วมงานกับศิลปินอย่าง Singular และ Scrubb
EP 2: ยุค Transformation (6 ปี): การปฏิรูปองค์กรใน 3 ส่วน คือ ธุรกิจ (Business), การปฏิบัติงาน (Operation) และบุคลากร (Talent Transformation) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมไอที
EP 3: ยุค Solution-Led (6 ปี): เปลี่ยนจากการขายตัวเครื่องเป็นการขาย “โซลูชัน” โดยเน้นกลุ่มลูกค้าองค์กรและราชการ เข้าไปแก้ไขปัญหา (Pain Point) ของลูกค้าด้วยซอฟต์แวร์และกระบวนการทำงานที่ครบวงจร
EP 4: ยุค Lifestyle Productivity (ปัจจุบัน): ก้าวสู่การเป็นแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างในทุกด้านของชีวิต (Every Side of Life) ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน หรือพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์

“วันนี้บราเดอร์ไม่ได้มองเพียงแค่การขายสินค้า แต่เราต้องการออกแบบโซลูชันที่ช่วยให้ลูกค้าทำงานง่ายขึ้น ใช้ชีวิตคล่องตัวขึ้น และเปลี่ยนไอเดียหรือ Passion ให้กลายเป็นรายได้จริงได้ในทุกวัน” ธีรวุธ กล่าวสรุป
เมื่อผลิตภัณฑ์ไม่ใช่แค่เครื่องจักร แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
ในมิติของการตลาด กิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด ระบุว่าบราเดอร์ยังคงรักษาความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องพิมพ์เลเซอร์เป็นอันดับ 1 อย่างยาวนาน และก้าวขึ้นสู่อันดับ 2 ในตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์แทงค์ A4 ทั้งในแง่จำนวนยูนิตและมูลค่า โดยในปีนี้จะเน้นการสื่อสารผ่านคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากกว่าการเน้นสเปกทางเทคนิค

บราเดอร์ได้ขยายอาณาจักรผลิตภัณฑ์ครอบคลุม 4 พื้นที่หลัก ได้แก่
1.Home: ช่วยจัดการเอกสารและงาน DIY ในบ้านให้สะดวกยิ่งขึ้น
2.Work: สนับสนุนองค์กรและธุรกิจ SM ด้วยเครื่องพิมพ์ประสิทธิภาพสูงและโซลูชันเอกสารดิจิทัล
3.Creativity & Passion: ส่งเสริมการสร้างรายได้จากงานอดิเรก เช่น จักรเย็บผ้าที่ปรับแต่งลวดลายได้ตามต้องการ และเครื่องพิมพ์เสื้อผ้า GTX ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
4.Industrial: โซลูชันระดับมืออาชีพ เช่น เครื่องพิมพ์ฉลาก P-Touch สำหรับจัดการสายไฟใน Data Center หรือเครื่องพิมพ์ Domino สำหรับอุตสาหกรรมการผลิต

“เราต้องการเพิ่ม Customer Lifetime Value ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าบราเดอร์อยู่เคียงข้างเขาจริงๆ ตั้งแต่ตื่นเช้าจนเข้านอน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืดที่ใส่ ฉลากบนขวดแชมพู หรือแม้แต่สายรัดข้อมือในคอนเสิร์ต ทั้งหมดนี้ล้วนมีโซลูชันของบราเดอร์อยู่เบื้องหลัง” กิตติพงศ์ กล่าว
ยกระดับงานบริการด้วย AI และแนวคิด CoSE
ด้านการบริการหลังการขาย รัสสิญากร ตัณฑวณิชย์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริการลูกค้า ประกาศใช้แนวคิด Center of Service Excellence (CoSE) ระหว่างปี 2025-2027 ซึ่งประกอบด้วย 4 เสาหลัก: มาตรฐานคุณภาพ, เทคโนโลยีและนวัตกรรม, ความผูกพันของลูกค้า และความยั่งยืน


ไฮไลท์สำคัญคือการนำเทคโนโลยี AI และ Chatbot (เชื่อมต่อ ChatGPT) มาให้บริการตอบคำถามลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความรวดเร็วและแม่นยำ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม Brother Privilege ที่มอบสิทธิประโยชน์ผ่านระบบสมาชิก และกิจกรรม Brother Family Day เพื่อสร้างความผูกพันที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งนี้ บราเดอร์ยังได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 18295-1 และรางวัลจาก สคบ. ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการบริการ
ความยั่งยืนที่จับต้องได้ หัวใจของการดำเนินธุรกิจ


พรภัค อุไพศิลป์สถาพร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการเงินและการบริหาร กล่าวว่า บราเดอร์ยังให้ความสำคัญอย่างสูงสุดกับมิติของสังคมและสิ่งแวดล้อมภายใต้โมเดล ESG และ BCG โดยมีพันธสัญญา “At Your Side 2030” และวิสัยทัศน์สิ่งแวดล้อมปี 2050 ที่มุ่งสู่ความยั่งยืน
โครงการที่โดดเด่นของบราเดอร์ ได้แก่:
การปลูกป่าชายเลน: ดำเนินการมาแล้ว 17 ครั้ง โดยในช่วง 3 ปีหลังเน้นอัตราการอยู่รอดของต้นไม้มากกว่าจำนวนปลูก ซึ่งปัจจุบันมีอัตราการรอดสูงกว่า 80% ผ่านการร่วมมือกับชุมชนคลองโคน
Brother Beat Cancer Run: กิจกรรมวิ่งการกุศลที่จัดขึ้นต่อเนื่อง 12 ครั้ง ระดมเงินบริจาคได้มากกว่า 18 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ผ่านมูลนิธิรามาธิบดี
การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์: โครงการ “อาสาสมัครรักษ์โลก” ที่นำเครื่องพิมพ์เก่ามาทำลายอย่างถูกวิธี โดยในปีที่ผ่านมาสามารถกำจัดขยะได้ถึง 25 ตัน
Circular Economy ในองค์กร: การนำขวดพลาสติกมาผลิตเป็นไม้กวาด และฝาขวดมาทำไม้แขวนเสื้อเพื่อบริจาคให้โรงพยาบาลและสถานพักฟื้น
รับมือความท้าทายเศรษฐกิจด้วย "Efficiency"

ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ผันผวนและราคาน้ำมันที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนขนส่ง บราเดอร์ยังคงตั้งเป้าเติบโตที่ประมาณ 3% ในปีงบประมาณใหม่ โดยเน้นกลยุทธ์การเพิ่มประสิทธิภาพ (Efficiency) ในการทำงานและการใช้จ่าย พร้อมยืนยันว่าจะพยายามตรึงราคาสินค้าให้นานที่สุดเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้บริโภค
“การเติบโตที่แท้จริงต้องขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีควบคู่ความรับผิดชอบ เพื่อดูแลทั้งธุรกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตไปพร้อมกัน” พรภัค กล่าวทิ้งท้าย

ด้วยวิวัฒนาการที่ยาวนานและการปรับตัวอย่างไม่หยุดยั้ง บราเดอร์ในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงแบรนด์เครื่องพิมพ์ แต่เป็น “Life Partner” ที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างทุกคนในทุกบทบาทของชีวิตอย่างแท้จริง