
เมื่อยักษ์ใหญ่ด้านโลจิสติกส์อย่าง บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จับมือกับ กรมทรัพย์สินทางปัญญา และ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (BEDO) สร้างปรากฏการณ์ยกระดับสินค้า สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ครั้งใหญ่เพื่อผลักดันและส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนไทย ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อขับเคลื่อนสินค้า GI สู่ตลาดสากลอย่างเป็นระบบ ครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การสร้างมูลค่าเพิ่ม ไปจนถึงการจัดจำหน่ายและขนส่งที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
เปิดยุทธศาสตร์ GI 2026 จากอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่ขุมทรัพย์แสนล้าน


อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยท่ามกลางบรรยากาศการเปิดงาน GI Market 2026 ว่า สินค้า GI ไม่ใช่เพียงแค่ผลิตภัณฑ์ชุมชนทั่วไป แต่เป็นสินค้าที่มี “อัตลักษณ์” เฉพาะตัวซึ่งผูกพันกับสภาพภูมิศาสตร์ ภูมิปัญญา และความประณีตของท้องถิ่นนั้นๆ ปัจจุบันประเทศไทยมีสินค้า GI ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วถึง 254 รายการ ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้มหาศาลกว่า 1.15 แสนล้านบาท
“กรมทรัพย์สินทางปัญญา และกระทรวงพาณิชย์ มุ่งเน้นที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่น โดยความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยในครั้งนี้จะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะเชื่อมโยงสินค้าจากแหล่งผลิตที่ไกลที่สุด ให้ถึงมือผู้บริโภคในเมืองที่มีกำลังซื้อสูงได้อย่างไร้รอยต่อ ความสำคัญของการบูรณาการร่วมกับพันธมิตรเพื่อลดช่องว่างทางการตลาด" อรมน กล่าวย้ำ
ไปรษณีย์ไทย ส่งหมัดเด็ด ‘ลดค่าส่ง 60%’ และระบบ Fulfillment ครบวงจร


ด้าน ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้กล่าวถึงบทบาทใหม่ของไปรษณีย์ไทยที่ไม่เป็นเพียงแค่ผู้ขนส่ง แต่เป็น “Partner” ของผู้ประกอบการ GI อย่างแท้จริง โดยกลยุทธ์สำคัญคือการใช้เครือข่ายที่ครอบคลุมกว่า 1,500 แห่ง และตัวแทนหลักทั่วประเทศ
ไฮไลต์สำคัญของการสนับสนุนประกอบด้วย 3 มิติหลัก
1.ช่องทางการตลาด Omni-channel: ไปรษณีย์ไทยเปิดแพลตฟอร์ม ThailandPostMart เป็นหน้าร้านออนไลน์หลัก ควบคู่ไปกับช่องทางออฟไลน์อย่าง Post Café และจุดจำหน่าย ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ เพื่อให้สินค้า GI เข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่ม
2.โลจิสติกส์ราคาพิเศษ (GI Logistics): มอบส่วนลดค่าขนส่งมากกว่า 60% ให้กับสินค้าในโครงการ โดยคิดราคาแบบขั้นบันได (Tier) ตามน้ำหนัก เช่น ไม่เกิน 5 กก., 10 กก. และ 15 กก. เพื่อช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ
3.ระบบ Fulfillment และบรรจุภัณฑ์: มีบริการคลังสินค้าครบวงจร (เก็บ แพ็ก ส่ง) ช่วยให้ผู้ประกอบการไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดการหลังบ้าน รวมถึงการสนับสนุนบรรจุภัณฑ์มาตรฐานไปรษณีย์ไทยที่ออกแบบมาเพื่อรักษาคุณภาพสินค้า GI โดยเฉพาะ โดยผู้ที่มีใบอนุญาต GI สามารถติดต่อขอรับบริการและรับเลข EMS เพื่อติดตามสถานะสินค้าได้ทันที
เจาะลึกการปรับตัวท่ามกลางวิกฤตพลังงานและสงคราม


ปิลันธนี สุวรรณบุบผา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจและการตลาด บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจถึงการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ผันผวนและเหตุความไม่สงบในต่างประเทศ แม้ว่าการส่งออกระหว่างประเทศจะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันเครื่องบินที่สูงขึ้นและการต้องบินอ้อมในบางเส้นทาง เช่น อิสราเอล แต่สำหรับในประเทศ ไปรษณีย์ไทยยืนยันว่าจะ “แบกรับต้นทุนไว้อย่างดีที่สุด” เป็นเวลาอย่างน้อย 2-3 เดือนข้างหน้าโดยยังไม่มีการปรับขึ้นราคาค่าขนส่ง เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชน
"นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังเดินหน้าใช้ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในการนำจ่ายสินค้า โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และกำลังขยายผลไปยังต่างจังหวัด (Pilot Phase) เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันและมุ่งสู่การขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม"
พลิกโฉมไปรษณีย์ไทย จากที่ทำการฯ สู่ "โมเดิร์นรีเทล" 400 แห่ง


หนึ่งในแผนงานที่สำคัญ คือ การปรับปรุงโฉมที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ จากเดิมที่เป็นเพียงจุดรับฝากของ ให้กลายเป็นช่องทางค้าปลีกที่ทันสมัย ที่ผ่านมาไปรษณีย์ไทยอาจจะยังไม่มีทักษะด้านค้าปลีกที่ชำนาญ แต่ปัจจุบันได้พัฒนา “แม่แบบ” ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในจังหวัดใหญ่ๆ เช่น เชียงใหม่ พิษณุโลก และนครราชสีมา ซึ่งมีการจัดวางสินค้าอย่างมืออาชีพและมีรายการสินค้าเต็มชั้นวาง โดยในปี 2569 นี้ ตั้งเป้าขยายโฉมใหม่ไปยัง 400 ที่ทำการ ทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนที่ไปยังไปรษณีย์เกิดความรู้สึกตื่นเต้น ประทับใจกับสินค้า GI และของดีทั่วไทย ไม่ใช่เพียงการเอาตู้มาวางของเล็กๆ น้อยๆ เหมือนเมื่อก่อน
D2C Model ตัดคนกลาง เพิ่มกำไรให้เกษตรกร


โมเดลการตลาดแบบ Direct to Consumer (D2C) ถูกนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้กำไรตกสู่มือเกษตรกรและผู้ผลิตโดยตรง โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จอย่างมากบน ThailandPostMart ได้แก่ สินค้ากลุ่มอาหารพร้อมส่งและผลไม้ตามฤดูกาล เช่น แหนมเนือง, กล้วยหอมทองเพชรบุรี, มะยงชิดสุโขทัย และสินค้าแบรนด์ชุมชนอย่าง "ยาดมคุณเปรม" ที่เติบโตมาพร้อมกับไปรษณีย์ไทย
ไปรษณีย์ไทยยังทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยง” ให้กับ SME ที่ยังไม่สัดทัดด้านออนไลน์ โดยการออกไปให้ความรู้ถึงแหล่งผลิต สอนเรื่องการทำ Packaging ที่ดูดีแทนการใช้ถุงพลาสติกรัดหนังยาง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่าสินค้าที่ได้รับจะมีคุณภาพมาตรฐานสากล
เชิญชวนอุดหนุนสินค้า GI ที่งาน GI Market 2026




สำหรับประชาชนที่สนใจอยากสัมผัสและเลือกซื้อสินค้า GI คุณภาพพรีเมียมจากทุกภูมิภาคทั่วไทยกว่า 70 ร้านค้า สามารถไปร่วมงาน GI Market 2026 ได้ตั้งแต่วันที่ 23 – 29 มีนาคม 2569 ณ ลานโปรโมชัน ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ภายใต้แนวคิด “คัดสรรของดีถิ่นไทย มาตรฐาน GI สู่คุณค่าระดับสากล”
การผนึกกำลังในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยระบายสินค้าในช่วงฤดูกาลผลไม้ล้นตลาด แต่ยังเป็นการสร้างรากฐานที่เข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากของไทย ให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในเวทีโลก