23 มี.ค. 2569 123 0

ทรู เปิดจองหุ้นกู้ชุดใหม่ ประเดิมปี 2569 เรตติ้ง 'A+' แนวโน้มเครดิตได้รับการปรับขึ้นจาก 'คงที่' เป็น 'บวก' สวนกระแสเศรษฐกิจ

ทรู เปิดจองหุ้นกู้ชุดใหม่ ประเดิมปี 2569 เรตติ้ง 'A+' แนวโน้มเครดิตได้รับการปรับขึ้นจาก 'คงที่' เป็น 'บวก' สวนกระแสเศรษฐกิจ

 

·      ชูดอกเบี้ยคงที่ระหว่าง [2.45 – 3.35]% ต่อปี

·      จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้

·      คาดเปิดให้ผู้ลงทุนทั่วไปจองซื้อระหว่างวันที่ 30 เมษายน และ วันที่ 5 - 6 พฤษภาคม 2569


บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) บริษัทโทรคมนาคมเทคโนโลยีชั้นนำของไทย และได้รับการจัดอันดับติด Top 1% บริษัทที่มีความยั่งยืนที่สุดของโลกจาก S&P Global ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ตามรายงาน Sustainability Yearbook 2026 ตอกย้ำสถานะธุรกิจที่มั่นคงและศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่แก่ผู้ลงทุนทั่วไปจำนวน 4 ชุด อายุ 4 10 ปี พร้อมอัตราดอกเบี้ยคงที่ [2.45 – 3.35]% ต่อปี และอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “A+” แนวโน้มเครดิตได้รับการปรับขึ้นจาก “คงที่ (Stable)เป็น บวก (Positive)” โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ [19 มีนาคม 2569] สวนกระแสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน สะท้อนความเชื่อมั่นของพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง รวมถึงบทบาทของทรูในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ คาดเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 30 เมษายน และ วันที่ 5 - 6 พฤษภาคม 2569 ผ่าน 7 สถาบันการเงินชั้นนำได้แก่ ธ.กรุงเทพ ธ.กสิกรไทย ธ.ไทยพาณิชย์ ธ.ซีไอเอ็มบีไทย ธ.ยูโอบี บล.เกียรตินาคินภัทร และ บล.เอเซีย พลัส รวมถึงการขายผ่านแอปพลิเคชัน TrueMoney Wallet โดยมี ธ.กรุงศรีอยุธยา เป็นนายทะเบียนหุ้นกู้และผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้

นกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความสำเร็จของทรูในปี 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของบริษัทฯ แม้เผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ ผลประกอบการของบริษัท ฯ ยังสอดคล้องกับเป้าหมายที่ได้ให้แนวทางไว้ โดยบริษัทฯ สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 9.2 พันล้านบาท (กำไรสุทธิหลังปรับปรุงรายการพิเศษสูงถึง 1.92 หมื่นล้านบาท) พร้อมทำกำไรต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 นับตั้งแต่ควบรวมกิจการ จากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ วินัยทางการเงินที่เข้มแข็ง การมุ่งเน้นลูกค้าที่มีคุณภาพ และการได้รับประโยชน์อย่างต่อเนื่องจากกลยุทธ์ด้านคลื่นความถี่ทั้งนี้ บริษัทมี EBITDA อยู่ที่ 105.0 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน

และบริษัทฯ สามารถประกาศจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นเป็นครั้งแรกหลังการควบรวม  สะท้อนถึงกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งและทิศทางการดำเนินธุรกิจที่มีเสถียรภาพมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้ควบรวมโครงข่ายครั้งใหญ่ที่สุดในอาเซียนสำเร็จ ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพเครือข่าย 5G และ 4G ให้ ครอบคลุม เสถียร และมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งยังนำเทคโนโลยี AI เข้ามาบริหารจัดการเครือข่ายแบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและยกระดับประสบการณ์การใช้งานเครือข่ายที่ดีที่สุดอย่างไร้รอยต่อให้กับลูกค้า ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแรงและศักยภาพของบริษัทฯ ในการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ริษัทฯ และหุ้นกู้ที่จะเสนอขายในครั้งนี้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “A+” พร้อมแนวโน้มเครดิตที่ได้รับการปรับขึ้นจาก “คงที่ (Stable)” เป็น บวก (Positive)” โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569  แนวโน้มเครดิตที่ได้รับการปรับสูงขึ้น สะท้อนถึงสถานะผู้นำทางการตลาดของทรู (market position) ในธุรกิจ โดยมีจุดแข็งจากโครงข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ชุดคลื่นความถี่ที่หลากหลาย และชื่อแบรนด์ที่ผู้บริโภคเชื่อถือ รวมถึงปัจจัยบวกจากประโยชน์ของการควบรวม ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและเสริมศักยภาพการเติบโตของบริษัทในระยะยาว

นอกจากนี้ แนวโน้มเครดิตที่เป็น “บวก” ยังสะท้อนถึง ความสามารถในการทำกำไรและกระแสเงินสดของบริษัทที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้ประโยชน์จากการควบรวมกิจการ (Synergy) อย่างต่อเนื่องภายหลังการควบรวมกิจการที่ประสบความสำเร็จ

บริษัทฯ เข้าสู่สถานะการดำเนินงานที่มีเสถียรภาพ (Steady-state) ตั้งแต่ในช่วงปลายปี 2568 และสามารถรับรู้ผลประโยชน์จากการควบรวมได้เป็นส่วนใหญ่ EBITDA ปรับตัวดีขึ้นจากการประหยัดต้นทุนด้านคลื่นความถี่และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน โดยบริษัทฯ คาดว่าอัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้จากการให้บริการจะเพิ่มจากร้อยละ 64 ในปี 2568 เป็นร้อยละ 69 ภายในปี 2571 ขณะเดียวกัน ภายหลังการปรับปรุงโครงข่ายแล้วเสร็จ บริษัทฯ คาดว่าการลงทุนจะทยอยลดลงตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป โดยสัดส่วนการลงทุนต่อรายได้ (Capex to Sales) จะลดลงสู่ระดับร้อยละ 13 – 14 ภายในปี 2571 ควบคู่กับการบริหารเงินลงทุนอย่างมีวินัย ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าปรับโครงสร้างทางการเงินให้มี Leverage ประมาณ 3.0 เท่าภายในปี 2571

หุ้นกู้ที่เสนอขายในครั้งนี้จะเสนอขายต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (โดยให้บุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ลงทุนสถาบันจองซื้อในฐานะผู้ลงทุนทั่วไปเท่านั้น) (Public Offering) จำนวน 4 ชุด โดยมีอายุหุ้นกู้ให้เลือกตั้งแต่ 4 ปี ถึง 10 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนระยะกลาง และระยะยาว โดยเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ชำระดอกเบี้ยคงที่ทุกๆ 6 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ และคาดว่าจะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 30 เมษายน และ วันที่ 5  6 พฤษภาคม 2569 สำหรับผู้ลงทุนทั่วไป มูลค่าจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท ซึ่งบริษัทฯ คาดว่าหุ้นกู้ที่เสนอขายในครั้งนี้จะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดีเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา โดยหุ้นกู้ทั้ง 4 ชุดที่เสนอขาย มีรายละเอียดดังนี้

1.       หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [2.45 – 2.60]% ต่อปี

2.       หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [2.60 – 2.80]% ต่อปี

3.       หุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.00 – 3.20]% ต่อปี

4.       หุ้นกู้ชุดที่ 4 อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.20 – 3.35]% ต่อปี และผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนดได้ตั้งแต่หุ้นกู้อายุครบปีที่ 5 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยที่แน่นอนจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง โดยบริษัทอยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้ และร่างหนังสือชี้ชวนซึ่งยังไม่มีผลบังคับใช้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงาน ก.ล.ต. ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้ และร่างหนังสือชี้ชวนที่ www.sec.or.th หรือ สอบถามรายละเอียดที่ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 7 แห่ง ได้แก่

• ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา (ยกเว้นสาขาไมโคร) หรือ โทร. 1333 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอป Bangkok Bank Mobile Banking

ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา โทร. 02 888 8888 กด 869 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน https://www.kasikornbank.com/kmyinvest (ยกเว้นบุคคลสัญชาติต่างด้าว และนิติบุคคล สามารถจองซื้อผ่านสำนักงานใหญ่และสาขา) และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

• ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02 777 6784 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอป SCB EASY และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

• ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02 626 7777 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอป CIMB Thai

  ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02 285 1555

   บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โทร. 02 680 4004

   บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) โทร. 02 165 5555 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอป Dime! และรวมถึง ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)

สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้ผ่านแอปพลิเคชัน TrueMoney Wallet สามารถศึกษาเพิ่มเติมถึงรายละเอียด ขั้นตอน และวิธีการสมัคร TrueMoney Wallet Application และวิธีการจองซื้อ ได้ที่เว็บไซต์ www.truemoney.com หรือติดต่อขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ของ บริษัท ทรู มันนี่ จำกัด โทร. 1240 กด 6

 

คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนที่ www.sec.or.th

หมายเหตุ: บริษัทฯ อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก... ซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ การจัดสรรขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ เงื่อนไขการจัดจำหน่ายเป็นไปตามที่กำหนดในแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวน