18 มี.ค. 2569 181 0

หัวเว่ย เปิดตัวพอร์ตโฟลิโอ SuperPoD สร้างทางเลือกใหม่ด้านการประมวลผล สำหรับยุค AI

หัวเว่ย เปิดตัวพอร์ตโฟลิโอ SuperPoD สร้างทางเลือกใหม่ด้านการประมวลผล สำหรับยุค AI


หัวเว่ยเปิดตัวพอร์ตโฟลิโอ SuperPoD รุ่นใหม่สู่ตลาดโลก ได้แก่ Atlas 950 SuperPoD, TaiShan 950 SuperPoD และโซลูชันการประมวลผลอีกหลายรายการ ที่ MWC Barcelona 2026 เพื่อตอบโจทย์ความต้องการพลังประมวลผลสำหรับยุค AI พร้อมเดินหน้าส่งเสริมแนวคิดโอเพ่นซอร์สและความร่วมมือแบบเปิด เพื่อสร้างรากฐานการประมวลผลที่แข็งแกร่งและเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับตลาดโลก

นวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อรองรับความต้องการพลังประมวลผลยุค AI

ด้วยการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี AI และโมเดลที่มีพารามิเตอร์ระดับหลายล้านล้าน Agentic AI กำลังเริ่มถูกนำไปใช้ในกระบวนการผลิตหลักของหลายอุตสาหกรรม ส่งผลให้ความต้องการพลังประมวลผลขนาดใหญ่และเครือข่ายที่มีความหน่วงต่ำเพิ่มสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม โมเดลขนาดใหญ่เหล่านี้มักเกินขีดความสามารถของการขยายระบบแบบดั้งเดิม ขณะที่คลัสเตอร์ขนาดใหญ่ก็อาจประสบปัญหาการใช้ทรัพยากรไม่เต็มประสิทธิภาพ และการหยุดชะงักของกระบวนการฝึกโมเดล

เพื่อแก้ไขความท้าทายดังกล่าว หัวเว่ยได้พัฒนาเทคโนโลยี UnifiedBus interconnect สำหรับระบบ SuperPoD พร้อมสถาปัตยกรรมใหม่แบบ “Cluster + SuperPoD” ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการขยายพลังประมวลผลและเร่งการพัฒนา AI

ภายในงาน หัวเว่ยได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น Atlas 950 SuperPoD และ Atlas 850E ซึ่งรองรับทั้งการฝึกโมเดล AI และการประมวลผลเชิงอนุมาน (Inference) ในหลากหลายสถานการณ์

Atlas 950 SuperPoD สามารถเชื่อมต่อหน่วยประมวลผล NPU ได้สูงสุดถึง 8,192 หน่วยผ่าน UnifiedBus มอบแบนด์วิดท์สูงมาก ความหน่วงต่ำ และระบบหน่วยความจำแบบรวมศูนย์ ทำให้สามารถทำงานเสมือนคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่เครื่องเดียวสำหรับงานด้านการเรียนรู้ การให้เหตุผล และการประมวลผลข้อมูล

เปิดตัว SuperPoD และเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ในงาน MWC Barcelona 2026

ภายในงาน หัวเว่ยยังได้จัดแสดง TaiShan 950 SuperPoD ซึ่งถือเป็น SuperPoD สำหรับการประมวลผลแบบทั่วไป (general-purpose computing) รุ่นแรกของอุตสาหกรรม พร้อมด้วยเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ เช่น TaiShan 500 และ TaiShan 200

โซลูชันเหล่านี้ช่วยรองรับงานประมวลผลในระดับความเข้มข้นที่หลากหลาย ตั้งแต่งานที่ต้องใช้พลังประมวลผลสูงไปจนถึงงานทั่วไป

โอเพ่นซอร์สและความร่วมมือแบบเปิด ขับเคลื่อนระบบนิเวศเทคโนโลยี

หัวเว่ยยังคงผลักดันแนวคิด โอเพ่นซอร์สและระบบแบบเปิด เพื่อเร่งการพัฒนานวัตกรรมของนักพัฒนาและส่งเสริมการเติบโตของระบบนิเวศเทคโนโลยี บริษัทมีบทบาทสำคัญในการพัฒนา openEuler ซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วและกลายเป็นหนึ่งในชุมชนระบบปฏิบัติการโอเพ่นซอร์สชั้นนำของโลก

นอกจากนี้ หัวเว่ยยังได้เปิดตัวสถาปัตยกรรมการประมวลผลแบบเฮเทอโรจีนีอัส CANN อย่างเต็มรูปแบบ โดยเปิดให้ใช้งานซอฟต์แวร์ทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่ไลบรารีโอเปอเรเตอร์ ไลบรารีเร่งประสิทธิภาพ ระบบประมวลผลกราฟ ไปจนถึงภาษาโปรแกรม แพลตฟอร์มดังกล่าวยังรองรับโครงการโอเพ่นซอร์สสำคัญ เช่น PyTorch, Triton และ vLLM ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและพัฒนาแอปพลิเคชันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในขณะที่เทคโนโลยีอัจฉริยะกำลังเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมทั่วโลก หัวเว่ยยังคงมุ่งมั่นสร้างรากฐานการประมวลผลที่แข็งแกร่ง พร้อมพัฒนาระบบนิเวศที่เติบโตร่วมกัน เพื่อสร้างทางเลือกใหม่สำหรับยุค AI


เกี่ยวกับหัวเว่ย

หัวเว่ยคือผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) และสมาร์ทดีไวซ์ ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2530 โดยหัวเว่ยมีพนักงานกว่า207,000คน ดำเนินธุรกิจในกว่า170ประเทศทั่วโลก ให้บริการผู้คนมากกว่า 3,000 ล้านคนทั่วโลก   

วิสัยทัศน์และพันธกิจของหัวเว่ย คือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสู่การใช้งานทุกระดับเพื่อทุกผู้คน ทุกครัวเรือน และทุกองค์กร เพื่อวางรากฐานให้แก่โลกอัจฉริยะ หัวเว่ยได้ส่งมอบการประมวลผลคอมพิวเตอร์หลากหลายรูปแบบทุกที่ ทุกเวลาที่คุณต้องการ เพื่อนำเทคโนโลยีคลาวด์และความอัจฉริยะเข้าสู่ทั่วทุกมุมโลก สร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลที่จะช่วยทุกภาคอุตสาหกรรม ทุกองค์กร ให้มีความยืดหยุ่น มีประสิทธิภาพ และมีพลวัต รวมทั้งสร้างนิยามใหม่ให้แก่ประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ด้วย AI เพื่อเสริมสร้างความชาญฉลาด และออกแบบให้ตอบรับกับความต้องการเฉพาะของผู้คนในทุกแง่มุมของชีวิต ทั้งการใช้ชีวิตที่บ้าน ระหว่างการเดินทาง ที่ออฟฟิศ ในการสันทนาการ หรือแม้แต่ระหว่างการออกกำลังกาย