

ในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยความผันผวน ผู้ประกอบการ SME ไทยกำลังเผชิญทั้งความท้าทายจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ภาวะสงคราม กติกาโลกที่เปลี่ยนไป และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ไม่เหมือนเดิม การทำธุรกิจจึงไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่คือการปรับวิธีคิดและเลือกใช้เทคโนโลยีให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ งาน BOOTCAMP DAY 2026 เวทีสัมมนาสำหรับผู้ประกอบการไทยโดย LINE ประเทศไทย ร่วมกับ THE STANDARD ได้เผยถึงวิธีคิดและแนวทางการใช้เทคโนโลยีผสาน Human Touch เพื่อปรับตัวสู่ยุค Chat Commerce ที่เป็นโอกาสสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ
เศรษฐกิจโตช้า-กติกาโลกเปลี่ยน ฉากหลังที่ผู้ประกอบการต้องเข้าใจ

นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ CEO แห่ง THE STANDARD เผยว่า “เศรษฐกิจไทยในปี 2026 ยังอยู่ในช่วงท้าทาย โดยข้อมูลจาก KResearch คาดการณ์ว่า
GDP ไทยปี 2026 จะเติบโตเพียง 1.6% ลดลงจากปี 2025 ที่โตราว 2.0%
ด้านการท่องเที่ยวก็ยังชะลอตัว โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยว 35.5 ล้านคน ซึ่งยังตํ่ากว่าช่วงก่อนโควิดที่มีนักท่องเที่ยว 40 ล้านคน
และแม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะฟื้นตัวหลังการเลือกตั้ง
แต่เศรษฐกิจจริงยังคงเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย
ตั้งแต่สถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ไปจนถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
เกิดเป็นปรากฏการณ์ “K-Shaped Recovery” ที่ทำให้ธุรกิจบางกลุ่มเติบโตเร็ว
ขณะที่อีกหลายธุรกิจกลับถูกกดดันมากขึ้นจากการแข่งขันและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น”
คลื่นยักษ์ 4 ลูก เขย่าวิธีการทำธุรกิจทั่วโลก

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยยังต้องเผชิญ “คลื่นยักษ์
4 ลูก” ที่กำลังเปลี่ยนวิธีการทำธุรกิจทั่วโลก
ได้แก่ Tech/AI ตัวช่วยสำคัญให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ
ลดต้นทุน และแข่งขันกับผู้เล่นรายใหญ่ได้มากกว่าที่เคย, Geopolitics
สงครามภาษีที่รุนแรงขึ้น หลังสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าใหม่ 15%
กับทุกประเทศทั่วโลก
รวมทั้งสินค้าจีนที่ทะลักเข้ามาแข่งขันในตลาดไทยเพิ่มขึ้น, Ageing
Society สังคมสูงวัยที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า
20% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ดันให้เทรนด์สุขภาพและ Well-being
โตตาม และ Climate Change เปลี่ยนกฎหมาย
ESG จากสมัครใจเป็นมาตรฐานบังคับที่เลี่ยงไม่ได้
นครินทร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้โลกธุรกิจวันนี้จะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ หากผู้ประกอบการมองเห็นและปรับตัวได้เร็วพอ โดยเฉพาะ SME ที่สามารถเลือกใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มที่เหมาะกับคนไทยอย่าง LINE ที่มีเครื่องมือครบวงจรทั้งด้านการสื่อสาร การตลาด และการขาย ช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กเข้าถึงลูกค้า เข้าใจความต้องการ และเปลี่ยนโอกาสในโลกที่ผันผวนให้กลายเป็นการเติบโต
เปิดสูตรโกงเกมการขายยุคใหม่ในโลก Chat Commerce


จิรพัฒน์ เดชดนู หัวหน้าทีม Product Marketing Strategy LINE ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาแนวโน้มลูกค้าทักแชทผ่าน LINE OA เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 6% ขณะที่ข้อมูลจาก Mordor Intelligence เผยว่า ตลาด Chat Commerce ทั่วโลกเติบโตเฉลี่ยปีละ 12% และคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2031 ทำให้การขายในยุคนี้เปรียบเหมือน “เกมด่านใหม่” ที่ธุรกิจต้องปรับวิธีคิดและการทำงานเพื่อเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น โดยสามารถสรุปเป็น 4 สูตรโกงเกมการขายได้ดังนี้


1. Multiple Touchpoints สร้างบ้านให้ธุรกิจตัวเอง
ปัจจุบันลูกค้ากระจายตัวอยู่บนหลายแพลตฟอร์ม
ธุรกิจจำเป็นต้องมีหลายช่องทางเพื่อเข้าถึงลูกค้า แต่ขณะเดียวกันก็ต้องมี Own Channel หรือ “บ้านของแบรนด์” เพื่อรวมลูกค้าไว้ในที่เดียว โดย LINE
OA สามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องมือหลักหรือ ‘บ้าน’
ให้ธุรกิจ เพื่อติดต่อสื่อสารกับลูกค้าโดยตรงได้
พร้อมเป็นแหล่งรวมข้อมูลที่ธุรกิจเป็นเจ้าของ
เพื่อนำไปวิเคราะห์ต่อยอดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ธุรกิจสามารถใช้โปรโมชันดึงดูดลูกค้าเข้ามาอยู่บน LINE OA รวมถึงแนบลิงก์ช่องทางเข้าถึง
LINE OA ผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ หรือผ่านการโฆษณาบน LINE
Ads ที่ภายในเดือนมีนาคมนี้ จะมีการปล่อย Segment กลุ่มเป้าหมายโฆษณาใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 40 หมวดหมู่
เช่น ตามระดับความมั่งคั่ง, กลุ่มคนที่ชอบเดินทาง, กลุ่มแม่และเด็ก เป็นต้น
2.
Moment of Decision คว้าโมเมนต์ให้ถูกจังหวะ เร่งการตัดสินใจ
การขายผ่านแชทช่วยให้ธุรกิจปิดการขายได้สูงถึง
97% เพราะผู้บริโภคต้องการพูดคุยเพื่อสร้างความไว้วางใจ
ธุรกิจสามารถใช้หลากหลายฟีเจอร์บน LINE เสริมการแชทเพื่อสร้างความมั่นใจ
ความไว้ใจกับลูกค้าได้ ไม่ว่าจะเป็น ฟีเจอร์ ‘โปรไฟล์ลูกค้า’
บน MyShop เพื่อช่วยทำความรู้จักลูกค้าให้มากขึ้นได้,
ฟีเจอร์ ‘ตั้งเวลาส่งข้อความ’ ช่วยล็อกวันและเวลาล่วงหน้าในการส่งข้อความไปหาลูกค้าแบบอัตโนมัติได้ทันใจ,
ฟีเจอร์ ‘AI Chatbot’ สำหรับผู้ใช้แช็ทแพ็กเกจ
คอยช่วยตอบคำถามลูกค้าให้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
รวมไปถึงตัวช่วยด้านโฆษณาที่เพิ่งปล่อยออกมาใหม่อย่าง LINE Ads AI Agent ช่วยคิดไอเดียและสร้างแคมเปญโฆษณาให้
พร้อมสรุปวิเคราะห์ผลแคมเปญให้ธุรกิจสามารถ นำไปวิเคราะห์ต่อยอดได้
ลดระยะเวลาทำงาน
3.
Memory & Trust สร้างความประทับใจให้อยู่หมัด
การรักษาฐานลูกค้าเดิมจะช่วยลดต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่และเพิ่มยอดยอดต่อออเดอร์ให้สูงขึ้นได้
โดยธุรกิจสามารถใช้เครื่องมือ MyCustomer|CRM สร้างความสัมพันธ์ระยะยาวได้หลากหลายท่า ทั้งผ่านระบบสมาชิก การสะสมแต้ม
หรือจัดกิจกรรมกับลูกค้า สถิติจากผู้ใช้งานเครื่องมือนี้เกิน 1 เดือนพบว่า ช่วยเพิ่มลูกค้าประจำมากขึ้นถึง 6 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ยอดขายเติบโตขึ้น 115% และยอดบล็อก LINE OA ลดลงถึง 20% ภายในหนึ่งเดือน
4.
Money Management จัดการธุรกิจแบบมือโปร
ในการทำธุรกิจมักมีต้นทุนแฝงที่ผู้ประกอบการอาจมองข้าม การควบคุมและจัดการอย่างเข้าใจจึงเป็นสิ่งสำคัญในการเพิ่มกำไรให้ร้านค้า LINE จึงมีโซลูชันที่ช่วยบริหารการขายได้ครบตั้งแต่การสื่อสาร การชำระเงิน ไปจนถึงการจัดส่งสินค้า ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพในแพลตฟอร์มเดียว

เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนเกมธุรกิจ ความได้เปรียบของ SME จึงไม่ได้อยู่แค่ที่เครื่องมือ แต่คือการใช้เทคโนโลยีผสาน Human Touch ที่เชื่อมโยงกับลูกค้าอย่างจริงใจ เพื่อเปลี่ยนการแชทให้กลายเป็นความสัมพันธ์ และเปลี่ยนความสัมพันธ์ให้เติบโตเป็นธุรกิจที่ยั่งยืน
ผู้ประกอบการ SME ที่สนใจดูรายละเอียด
ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยี โซลูชันบนแพลตฟอร์ม LINE รวมถึงติดตามเนื้อหาสรุปประเด็นที่น่าสนใจจากงาน
BOOTCAMP DAY 2026 ได้ที่ LINE OA: @linebizth เฟซบุ๊กเฟจ LINE for Business และติดตามรับชมงานย้อนหลังได้ที่
Youtube: LINE for Business ได้ เร็วๆ นี้
#BOOTCAMPDAY2026 #LINEforBusiness
เกี่ยวกับ LINE for Business
กลุ่มบริการจากแพลตฟอร์ม LINE สำหรับภาคธุรกิจไทย
ที่มุ่งยกระดับศักยภาพการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ของผู้ประกอบการไทยให้เทียบเท่าธุรกิจระดับสากล
สู่การเติบโตรับโลกยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน อันประกอบไปด้วย 2 กลุ่มโซลูชันหลัก ได้แก่ LINE Official Account บัญชีทางการที่สามารถเชื่อมต่อกับหลากหลายเครื่องมือเพื่อสร้างหน้าร้านออนไลน์
ด้วยยอดการเปิดบัญชีในปัจจุบันกว่า 7 ล้านบัญชี และ LINE
Ads โซลูชันในการลงโฆษณาบนแพลตฟอร์ม LINE ด้วยตำแหน่งโฆษณาที่หลากหลายครอบคลุมถึง
8 บริการ รวมไปถึงเครื่องมืออื่นๆ
อีกมากมายที่ช่วยให้ภาคธุรกิจเติบโตผ่านแชทได้อย่างครบวงจร