9 มี.ค. 2569 161 0

หัวเว่ย ชี้การสร้างมูลค่าเครือข่ายมือถือ คือกุญแจสู่โลกอัจฉริยะที่ดีกว่า

หัวเว่ย ชี้การสร้างมูลค่าเครือข่ายมือถือ คือกุญแจสู่โลกอัจฉริยะที่ดีกว่า


หัวเว่ยเรียกร้องให้อุตสาหกรรมไอซีที เร่งยกระดับความร่วมมือเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสจากเทคโนโลยี AI ได้อย่างเท่าเทียม ในงาน MWC Barcelona 2026 โดยเน้นข้อเสนอการบริหารจัดการคลื่นความถี่และการพัฒนาเครือข่าย เพื่อเร่งขยายการใช้งาน 5G-Advanced (5G-A) รองรับแอปพลิเคชัน AI ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมเรียกร้องให้ขยายการเชื่อมต่ออย่างทั่วถึง เพื่อลดช่องว่างทางดิจิทัลในพื้นที่ที่ยังเข้าไม่ถึงบริการ

หยาง เฉาปิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจไอซีที ของหัวเว่ย กล่าวบรรยายพิเศษในงาน MWC 2026 ว่า ยุคแห่งความอัจฉริยะกำลังมาถึงอย่างรวดเร็ว แอปพลิเคชัน AI ใหม่ เกิดขึ้นทุกวัน ถึงเวลาแล้วที่อุตสาหกรรมจะร่วมมือกันปลดล็อกศักยภาพของเครือข่าย 5G-A อย่างเต็มที่ เราต้องใช้ทรัพยากรคลื่นความถี่ใหม่ เช่น U6 GHz อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างมูลค่าใหม่ให้กับอุตสาหกรรม พร้อมปูทางสู่การพัฒนา 6G ในอนาคต

เมื่อแอปพลิเคชัน AI เช่น การสร้างวิดีโอจากข้อความ (text-to-video) และการช้อปปิ้งด้วย AI กลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้น การใช้โทเคนสำหรับการประมวลผล AI ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ปริมาณการใช้โทเคนต่อวันเพิ่มขึ้นมากกว่า 300 เท่า นายหยาง มองว่าแนวโน้มนี้กำลังสร้างโอกาสมหาศาลให้กับอุตสาหกรรมโทรคมนาคม

อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าดังกล่าวยังเผยให้เห็นช่องว่างสำคัญที่อุตสาหกรรมต้องเร่งแก้ไข ประการแรก เครือข่ายจำเป็นต้องพัฒนาจากรูปแบบที่เน้นการรับส่งข้อมูลดาวน์โหลดเป็นหลัก ไปสู่เครือข่ายที่รองรับแบนด์วิดท์ระดับสูงทั้งอัปโหลดและดาวน์โหลด เพื่อรองรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลหลายรูปแบบระหว่างอุปกรณ์และคลาวด์สำหรับ AI ประการที่สอง เครือข่ายต้องสามารถให้การเชื่อมต่อที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ และมีค่าหน่วงต่ำมาก เพื่อรองรับการทำงานร่วมกันของ AI แบบเรียลไทม์และการตัดสินใจอัจฉริยะ

ในขณะเดียวกัน การกำหนดมาตรฐานของ 6G ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว โดย 3rd Generation Partnership Project (3GPP) คาดว่ามาตรฐานจะยังไม่ถูกกำหนดเสร็จสมบูรณ์ก่อนเดือนมีนาคม 2572 หยาง ระบุว่า ช่วง 5 ปีข้างหน้านี้ ถือเป็นหน้าต่างแห่งโอกาสที่บริการ AI บนเครือข่ายมือถือจะเติบโตอย่างรวดเร็ว และอุตสาหกรรมสามารถสร้างมูลค่าใหม่ได้ หากผู้ให้บริการเครือข่ายลงทุนใน 5G-A อย่างมีประสิทธิภาพ

เทคโนโลยี 5G-A ซึ่งถือเป็นก้าวครึ่งระหว่าง 5G และ 6G กำลังมีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรม โดยสามารถมอบความเร็วอัปโหลดสูงขึ้นถึง 10 เท่า ยกระดับประสบการณ์บริการ AI สนับสนุนเทคโนโลยี IoT รูปแบบใหม่ เช่น RedCap และ Passive IoT รวมถึงนำ AI มาใช้เพิ่มความสามารถของเครือข่ายให้มีความแตกต่างมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน 5G-A ได้เริ่มใช้งานเชิงพาณิชย์ในกว่า 300 เมืองทั่วโลก และกำลังขยายการใช้งานไปยังทุกย่านความถี่ ทั้งนี้ การพัฒนาเครือข่ายให้มีศักยภาพมากขึ้น จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรคลื่นความถี่ใหม่และคลื่นที่นำกลับมาใช้งาน โดยเฉพาะในประเทศหรือภูมิภาคที่มีคลื่น C-band จำกัด ซึ่งย่านความถี่ U6 GHz กำลังกลายเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพของเครือข่าย

หลังการหารือหลายรอบในการประชุม World Radiocommunication Conference (WRC) ย่านความถี่ U6 GHz ได้รับการยอมรับให้เป็นย่านคลื่นหลักสำหรับการสื่อสารเคลื่อนที่ในอนาคต ขณะเดียวกัน 5G-A รองรับ U6 GHz แล้ว และระบบชิปอุปกรณ์รวมถึงห่วงโซ่อุตสาหกรรมของอุปกรณ์ 5G-A ก็มีความพร้อม ทำให้ 5G-A สามารถนำไปใช้งานเชิงพาณิชย์ในวงกว้างได้ทันที หยางจึงเรียกร้องให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นในการพัฒนา 5G-A และการใช้คลื่นความถี่อย่าง U6 GHz เพื่อรองรับความต้องการบริการ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

อีกประเด็นสำคัญในการบรรยายของนายหยาง คือ ความจำเป็นเร่งด่วนที่อุตสาหกรรมต้องแก้ไขความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงดิจิทัลทั่วโลก โดยข้อมูลจาก GSMA ระบุว่ายังมีประชากรมากกว่า 300 ล้านคนที่ไม่สามารถเข้าถึงเครือข่ายบรอดแบนด์มือถือ แม้ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา อุตสาหกรรมโทรคมนาคมได้พยายามอย่างมากในการลดช่องว่างดังกล่าว แต่การเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI อาจทำให้ช่องว่างนี้ยิ่งขยายตัว จำเป็นต้องมีมาตรการส่งเสริมการเข้าถึงดิจิทัลที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น พร้อมนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

หยาง ยังสนับสนุนให้มีการสำรวจแนวทางการเชื่อมต่อแบบครอบคลุมมากขึ้น เช่น การใช้คลื่นความถี่ผสมผสานหลายย่าน และการออกแบบโซลูชันที่คุ้มค่ามากขึ้น โดยหัวเว่ยได้เปิดตัวโซลูชัน RuralStar ที่สามารถให้บริการสื่อสารเคลื่อนที่ในทุกสถานการณ์ เพื่อช่วยให้ประชากร 170 ล้านคนในกว่า 80 ประเทศ สามารถเข้าถึงเครือข่ายมือถือได้ นอกจากนี้ยังมีโครงการส่งเสริมการเข้าถึงดิจิทัลอื่น เช่น ห้องเรียน DigiTruck ที่ให้การฝึกทักษะดิจิทัลแก่นักเรียนในชนบทของเคนยา บริการทางการเงินแบบดิจิทัลสำหรับชุมชนชนบทในบังคลาเทศ และบริการทางการแพทย์ผ่านเครือข่ายมือถือสำหรับหมู่บ้านในอาร์เจนตินา

ในช่วงท้ายของการบรรยาย นายหยาง เรียกร้องให้ทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมร่วมมือกันผลักดันการใช้งาน 5G-A เชิงพาณิชย์ในวงกว้าง เพื่อตอบสนองความต้องการจากบริการ AI รุ่นใหม่ และปูทางสู่การพัฒนา 6G ในอนาคต

งาน MWC Barcelona 2026 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 2–5 มีนาคม ที่ผ่านมา เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน โดยหัวเว่ยได้จัดแสดงผลิตภัณฑ์และโซลูชันล่าสุด Hall 1 ของ Fira Gran Via

ทั้งนี้ ยุคของเครือข่ายแบบ Agentic กำลังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว ขณะที่การใช้งาน 5G-A เชิงพาณิชย์ในวงกว้างกำลังเร่งตัวขึ้น หัวเว่ยทำงานร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายและพันธมิตรทั่วโลก เพื่อปลดล็อกศักยภาพของ 5G-A และปูทางสู่การพัฒนา 6G พร้อมพัฒนาโซลูชัน AI-Centric Network เพื่อรองรับบริการ เครือข่าย และองค์ประกอบเครือข่ายที่มีความอัจฉริยะ เร่งการใช้งานเครือข่ายอัตโนมัติระดับ 4 (AN L4) และใช้ AI ยกระดับธุรกิจหลักของบริษัท โดยหัวเว่ยพร้อมทำงานร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมเพื่อสร้างเครือข่ายที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่าและโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI Computing เพื่อรองรับอนาคตดิจิทัลอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบ


เกี่ยวกับหัวเว่ย

หัวเว่ยคือผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) และสมาร์ทดีไวซ์ ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2530 โดยหัวเว่ยมีพนักงานกว่า207,000คน ดำเนินธุรกิจในกว่า170ประเทศทั่วโลก ให้บริการผู้คนมากกว่า 3,000 ล้านคนทั่วโลก   

วิสัยทัศน์และพันธกิจของหัวเว่ย คือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสู่การใช้งานทุกระดับเพื่อทุกผู้คน ทุกครัวเรือน และทุกองค์กร เพื่อวางรากฐานให้แก่โลกอัจฉริยะ หัวเว่ยได้ส่งมอบการประมวลผลคอมพิวเตอร์หลากหลายรูปแบบทุกที่ ทุกเวลาที่คุณต้องการ เพื่อนำเทคโนโลยีคลาวด์และความอัจฉริยะเข้าสู่ทั่วทุกมุมโลก สร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลที่จะช่วยทุกภาคอุตสาหกรรม ทุกองค์กร ให้มีความยืดหยุ่น มีประสิทธิภาพ และมีพลวัต รวมทั้งสร้างนิยามใหม่ให้แก่ประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ด้วย AI เพื่อเสริมสร้างความชาญฉลาด และออกแบบให้ตอบรับกับความต้องการเฉพาะของผู้คนในทุกแง่มุมของชีวิต ทั้งการใช้ชีวิตที่บ้าน ระหว่างการเดินทาง ที่ออฟฟิศ ในการสันทนาการ หรือแม้แต่ระหว่างการออกกำลังกาย