ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศเดินหน้าแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี ภายใต้แนวคิด “4 Big Moves” เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านองค์กรจากผู้ให้บริการโทรคมนาคมแบบดั้งเดิม สู่การเป็น Telco-Tech Company ชั้นนำอย่างเต็มตัว โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการวิเคราะห์ข้อมูลมาเป็นหัวใจหลักในการดำเนินงาน เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในยุคดิจิทัล
วิสัยทัศน์ AI-First ก้าวข้ามขีดจำกัดโทรคมนาคมแบบเดิม



ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทรูกำลังก้าวข้ามรูปแบบธุรกิจที่เน้นเพียงจำนวนผู้ใช้บริการ ไปสู่การเป็นองค์กร AI-First ที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยการนำ AI เข้ามาผสานรวมในทุกมิติ ทั้งเครือข่าย บริการ และแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการทำงานแบบ Touch-Free ที่มีความอัตโนมัติและขับเคลื่อนด้วยข้อมูลอย่างแม่นยำ
ซิกเว่ ชี้ให้เห็นถึง 3 รูปแบบการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในไทยที่สำคัญ คือ Digital Life ที่ผู้บริโภคกลายเป็นทั้งผู้สร้างและผู้บริโภคข้อมูล, Home and Business ที่บ้านและองค์กรก้าวสู่ยุคอัจฉริยะ และ Nationwide Digital Growth ที่โอกาสทางดิจิทัลกระจายตัวไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ เช่น กลุ่ม Digital Nomad ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในภาคเหนือและอีสาน
เจาะลึก 4 Big Moves ยุทธศาสตร์พลิกโลกธุรกิจของทรู



1. Big Move ด้านประสบการณ์ (Experience) เครือข่ายอัจฉริยะและ Digital Twin
ทรูมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ลูกค้าแบบ End-to-End ผ่านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ล้ำสมัย โดยมีไฮไลท์สำคัญคือการทำ Network Refarming บนคลื่นความถี่ 2300 MHz, 2600 MHz และการเป็นรายแรกในไทยที่นำคลื่น 1500 MHz มาใช้งานเพื่อเพิ่มความเร็วและความจุของสัญญาณ
นอกจากนี้ ทรูยังได้พัฒนานวัตกรรม Digital Twin ซึ่งเป็นการสร้างโครงข่ายเสมือนจริงในรูปแบบดิจิทัล เพื่อให้ AI สามารถตรวจสอบและวิเคราะห์การทำงานของเสาสัญญาณและอุปกรณ์ต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์ เทคโนโลยีนี้จะช่วยในการทำ Predictive Maintenance หรือการพยากรณ์และแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับเครือข่ายได้ล่วงหน้าก่อนที่ลูกค้าจะได้รับผลกระทบ สำหรับเน็ตบ้าน ทรูเตรียมนำเทคโนโลยี WiFi 7 เข้ามาให้บริการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อภายในที่พักอาศัยและออฟฟิศให้เสถียรยิ่งขึ้น
2. Big Move ด้านการเติบโต (Growth) ชนะใจ ด้วย Smart Home และ B2B Solutions
ในฝั่งลูกค้าทั่วไป (B2C) ทรูปรับยุทธศาสตร์จาก "การชนะใจรายบุคคล" สู่ “การชนะใจทั้งครอบครัว” (Winning the Home) โดยผ่านบริการที่มากกว่าแค่การเชื่อมต่อ (Beyond Connectivity) ภายใต้แบรนด์ TrueX


ฐานพล มานะวุฒิเวช ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับโซลูชันเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นว่า ทรูนำ AI เข้ามาดูแลสมาชิกในบ้านอย่างครอบคลุม เช่น
ความปลอดภัยอัจฉริยะ: กล้อง CCTV ที่ไม่ได้แค่ตรวจจับความเคลื่อนไหว แต่มี AI แยกแยะเสียงร้องไห้ของเด็ก (Cry Detection) เพื่อแจ้งเตือนพ่อแม่
Smart Plug: ปลั๊กไฟอัจฉริยะที่ตัดไฟอัตโนมัติเมื่อเกิดกระแสไฟเกิน ช่วยป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร
สุขภาพและ Wellness: ระบบ AI บนกล่อง TrueID ที่มีคลาสออกกำลังกายกว่า 200 คลาส และระบบ Automation ที่เชื่อมโยงเครื่องฟอกอากาศกับเซนเซอร์วัดค่า PM 2.5
Biorhythm Lighting: ระบบไฟอัจฉริยะที่ปรับอุณหภูมิแสงตามนาฬิกาชีวิต เช่น แสงโทนฟ้าในตอนเช้าเพื่อกระตุ้นความสดชื่น และแสงโทนส้มแดงในตอนเย็นเพื่อช่วยในการนอนหลับ
พลังงานสะอาด: โซลูชัน Solar Cell ร่วมกับพันธมิตรที่มาพร้อมอุปกรณ์ IoT เพื่อติดตามการใช้ไฟฟ้าในแต่ละจุดของบ้านอย่างละเอียด
สำหรับลูกค้าองค์กร (B2B) ทรูมุ่งเป็นพันธมิตรด้านโซลูชันดิจิทัลภายใต้กรอบ BASIC5 (Big Data, AI, Security, IoT, Cloud, 5G) เพื่อช่วยให้ธุรกิจทุกระดับ โดยเฉพาะ SME สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี AI ที่ปัจจุบันมีเพียง 18% ขององค์กรไทยที่ใช้งานจริง
3. Big Move ด้าน AI จากการดำเนินงานสู่ Responsible AI ระดับภูมิภาค
ทรูประกาศใช้นโยบาย Responsible AI เพื่อเป็นมาตรฐานในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ที่มีจริยธรรม โปร่งใส และปลอดภัย โดย AI จะถูกนำมาใช้ใน 3 ส่วนหลักคือ AI for All (ขยายการเข้าถึง), AI as a Growth Engine (สร้างบริการใหม่) และ AI-Powered Operations (เพิ่มประสิทธิภาพภายใน)



พีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา ระบุว่าในมิติด้าน Content และ Media ทรูได้ฝัง AI ลงในระบบ CMS และ CRM เพื่อสร้างประสบการณ์การนำเสนอคอนเทนต์และสิทธิประโยชน์ (Privileges) แบบ Hyper-Personalization ที่ตรงตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล พร้อมทั้งข่าวดีเรื่องการกลับมาของรายการในตำนานอย่าง True Academy Fantasia (AF) ที่จะมาในรูปแบบ Multi-platform และมีฟีเจอร์ Interactive มากขึ้นในอีก 2 เดือนข้างหน้า
นอกจากนี้ ทรูยังได้เปิดตัว AI Hub แอปพลิเคชันที่รวมบริการ AI กว่า 50 รูปแบบไว้ในที่เดียว เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงเทคโนโลยีระดับโลกได้ง่ายขึ้น
4. Big Move ด้านบุคลากร (People) สร้างวัฒนธรรม "Customer Obsessed"


การเปลี่ยนแปลงจะสำเร็จไม่ได้หากขาดคน ทรูตั้งเป้าอัปสกิลพนักงาน 100% ให้มีทักษะพื้นฐานด้าน AI ภายในปี 2569 โดยจะมีระดับความเชี่ยวชาญตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงขั้นสูงสุด บริษัทฯ ยังมอบทุนการศึกษา AI ระดับโลก 10 ทุน เพื่อศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกาและจีน
ซิกเว่ เน้นย้ำถึงการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เรียกว่า Psychological Safety หรือความรู้สึกปลอดภัยในการทำงาน เพื่อกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรม และมุ่งสู่เป้าหมายการเป็น “Customer Obsessed” หรือการคิดถึงลูกค้าในทุกกระบวนการทำงาน โดยมีเป้าหมายใหญ่คือการสร้างทักษะดิจิทัลและ AI Literacy ให้กับคนไทยมากกว่า 12 ล้านคน
True พร้อมก้าวกระโดดสู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่ยั่งยืน



ยุทธศาสตร์ “4 Big Moves” ของทรู คอร์ปอเรชั่น จึงไม่ได้เป็นเพียงแผนการเติบโตทางธุรกิจ แต่เป็นการวางรากฐานสำคัญให้กับการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก ด้วยการผสานพลังของเครือข่าย 5G อัจฉริยะ พลังของ AI คอนเทนต์ที่โดนใจ และบุคลากรที่พร้อมรับอนาคต ทรูเชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างคุณค่าใหม่และเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง