ในห้องเรียนที่มีอุปกรณ์ดิจิทัลครบครัน
มีสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย เด็กๆ
ช่วยกันลากบล็อกคำสั่งบนหน้าจอเพื่อบังคับตัวละครให้เดินตามเส้นทางที่วางไว้
ภาพเหล่านี้อาจเป็นบรรยากาศของห้องเรียนเทคโนโลยีทั่วไป แต่สำหรับเด็กออทิสติกแล้ว
ห้องเรียนนี้คือ จุดเริ่มต้นที่ได้เรียนรู้ทักษะสำคัญเพื่อใช้ชีวิตในสังคม
ด้วยความเชื่อว่า
เด็กออทิสติกควรได้เข้าถึงโอกาสทางดิจิทัลที่เหมาะสมและเท่าเทียม
ไม่ต่างจากเด็กทั่วไป ทรู คอร์ปอเรชั่น โดยทรูปลูกปัญญา ร่วมกับมูลนิธิออทิสติกไทย
เดินหน้าสร้าง ศูนย์เรียนรู้ดิจิทัลเพื่อบุคคลออทิสติกและครอบครัว (Autism Digital
Learning Center)
พื้นที่ซึ่งเทคโนโลยีถูกออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม
โดยเริ่มต้นขึ้นในกรุงเทพฯ
ก่อนขยายไปยังต่างจังหวัด และวันนี้ศูนย์แห่งที่ 4
ได้เกิดขึ้นในพื้นที่โรงเรียนวัดห้วยหมู อ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนเรียนร่วมของเด็กทั่วไปและเด็กที่มีความต้องการพิเศษกว่า
80 คน และเป็นพื้นที่ของชมรมผู้ปกครองออทิสติกจังหวัดราชบุรี
เพื่อร่วมกันสร้างโอกาสทางดิจิทัลให้เด็กพิเศษไม่ต่างจากเด็กทั่วไป
ในวันที่โลกพูดถึง Digital
Transformation และ AI อย่างกว้างขวาง ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้สะท้อนภาพของเทคโนโลยีอีกด้านหนึ่งว่า
นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มีความหมายควรถูกออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม
จากนวัตกรรมสู่โครงสร้างพื้นฐานที่สร้างด้วยความเชื่อ

เบื้องหลังศูนย์เรียนรู้ดิจิทัลเพื่อบุคคลออทิสติกและครอบครัว รร.วัดห้วยหมู จ.ราชบุรี เกิดจากความร่วมมือของทั้งภาครัฐ โรงเรียน ชุมชน และภาคเอกชน ที่ช่วยกันวางโครงสร้างพื้นฐานให้เด็กกลุ่มนี้ได้เข้าถึงการเรียนรู้ในโลกดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม โดยทรูปลูกปัญญา ภายใต้ทรู คอร์ปอเรชั่น เป็นพาร์ทเนอร์หลักที่ร่วมบุกเบิกงานด้านการพัฒนาศักยภาพบุคคลออทิสติกกับมูลนิธิออทิสติกไทย โดยร่วมทำงานกันมาอย่างต่อเนื่อง

“ทรูปลูกปัญญาเข้ามาช่วยพัฒนาศักยภาพของบุคคลออทิสติก
ร่วมกับมูลนิธิออทิสติกไทยมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว
จุดเริ่มต้นมาจากการที่คุณศุภชัย เจียรวนนท์ มองเห็นศักยภาพของเด็กกลุ่มนี้
และส่งทีมนวัตกรของทรูเข้าไปทำงานอย่างใกล้ชิด” ประพาฬพงษ์ มากนวล
หัวหน้าฝ่ายทรูปลูกปัญญา ทรู คอร์ปอเรชั่น เล่าถึงที่มา
“เราเริ่มจากการพัฒนาแอปพลิเคชันที่ช่วยฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก ต่อยอดไปสู่การฝึกทักษะการสื่อสารและการใช้ชีวิตประจำวัน เมื่อเห็นพัฒนาการที่ก้าวกระโดดของเด็กๆ จึงนำแนวคิดศูนย์การเรียนรู้ชุมชนของโครงการ CONNEXT ED มาปรับใช้จนเกิดเป็นศูนย์เรียนรู้ดิจิทัลเพื่อบุคคลออทิสติกและครอบครัว โดยที่ราชบุรีคือศูนย์เรียนรู้แห่งที่ 4 ของประเทศ”

1 ศูนย์ 3 ระบบ จากห้องเรียนสู่ชุมชน
ความโดดเด่นของศูนย์ราชบุรีคือการออกแบบที่ครอบคลุมภายใต้แนวคิด "1 ศูนย์ 3 ระบบ" ชูศักดิ์ จันทยานนท์
ประธานมูลนิธิออทิสติกไทย อธิบายว่า ที่นี่มีความพร้อมของโรงเรียน
ความเข้มแข็งของเครือข่ายผู้ปกครอง รวมถึงความร่วมมือของหลากหลายวิชาชีพในพื้นที่
จึงตั้งสามารถเป็นศูนย์เป็นการรองรับทั้งเด็กออทิสติกในระบบโรงเรียน
เด็กนอกโรงเรียน และเด็กในชุมชนโดยรอบ โดยใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ผสานการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน
การพัฒนาทักษะอาชีพ และทักษะการดำเนินชีวิต
“ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้จึงมีบุคคลออทิสติกทุกช่วงอายุเข้ามาใช้
และยังเป็นห้องเรียนร่วมกับเด็กทั่วไปได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ผ่านระบบ Buddy ที่จับคู่ให้เด็กทั้งสองกลุ่มผลัดกันวางแผนและลงมือทำกิจกรรม เช่น Coding
กิจกรรมที่ดูคล้ายการเล่นเกม แท้จริงแล้วกำลังฝึกทั้งการคิดอย่างเป็นระบบ
การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับผู้อื่นไปด้วย”
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในศูนย์นี้จึงมีมากกว่าทักษะดิจิทัล
แต่เป็นการสร้างเด็กยุคใหม่ที่เติบโตมาพร้อมความเข้าใจในความแตกต่าง
เป็นรากฐานของการสร้างสังคมที่อยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียมและมีความสุข (Inclusive Society)
เทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลกใบเดิม

“เราได้เห็นว่า เด็กพิเศษทุกคนมีศักยภาพในตัวเอง
การมีสื่อดิจิทัลที่เหมาะสมทำให้พวกเขาสนุกและอยากมาเรียน ผลที่เห็นชัดคือ เขามีสมาธินานขึ้น
และกล้าแสดงออก” วรรณี แท่นเครือ
ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวัดห้วยหมู เล่าถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีเรียนร่วมกัน
“ที่น่าประทับใจคือ ได้เห็นว่าเด็กๆ ช่วยเหลือกันได้ พี่ๆ
เด็กออทิสติกก็สอนน้องใช้เครื่องมือ ผลัดกันช่วยกันทำกิจกรรมได้เป็นอย่างดี”
การมีศูนย์การเรียนรู้ดิจิทัลที่มีอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการฝึกทักษะชีวิตของเด็กออทิสติกโดยเฉพาะ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เชื่อมโยงไปถึงการใช้ชีวิตนอกห้องเรียน ขณะเดียวกัน เด็กทั่วไปเองก็ได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน

“ในห้องนี้มีแว่น VR ที่ใช้จำลองสถานการณ์ เช่น การออกไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ต กลุ่มเด็กออทิสติกจะได้ฝึกการเลือกของและการตัดสินใจ
ทำให้เขามีความมั่นใจและกล้าออกไปใช้ชีวิตจริงมากขึ้น เด็กๆ ในโรงเรียนก็มาต่อคิวรอทดลองใช้ด้วยกัน
บางคนตื่นเต้นมาก มาบอกว่า ‘ครูคะ เกิดมาหนูยังไม่เคยเล่นมาก่อนเลย’
เราก็ดีใจแทนเด็กๆ ด้วย”
มากกว่าพัฒนาการ คือความหวังของครอบครัว

“พอรู้ว่าลูกเป็นเด็กออทิสติก
ผมรู้สึกกังวลว่า วันหนึ่งถ้าเราไม่อยู่แล้ว เขาจะอยู่กับใคร” ร้อยตรี บุนนาค
ลิ้มไพบูลย์ ถ่ายทอดความรู้สึกที่เชื่อว่าพ่อแม่เด็กพิเศษมีร่วมกัน แต่หลังจากลูกชายได้เข้ามาเรียนรู้และใช้เทคโนโลยีพัฒนาทักษะชีวิตในโรงเรียนร่วมแห่งนี้
เขาก็เริ่มมีความหวังและเห็นการเปลี่ยนแปลง
“จากที่ลูกมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร
พอได้มาเรียนที่นี่ก็ได้ฝึกทักษะ ได้ใช้อุปกรณ์ดิจิทัลและไอแพด ลูกก็อยากมาโรงเรียนมากขึ้น
และมีพัฒนาการดีขึ้นจากเดิมมาก เราก็สบายใจที่เห็นว่าเขาสามารถพึ่งพาตัวเอง
และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนอื่นได้”
วันนี้
บุนนาคยังทำงานร่วมกับเครือข่ายผู้ปกครองบุคคลออทิสติกราชบุรี
เพื่อช่วยกันต่อยอดโอกาสให้เด็กพิเศษรุ่นต่อๆ ไป “ตลอดหลายปีที่คลุกคลีกับเด็กพิเศษ
ผมเห็นว่าทรูให้ความสำคัญกับงานด้านนี้อย่างต่อเนื่อง มีโครงการดีๆ
เข้ามาช่วยเปิดพื้นที่โอกาสให้เด็กกลุ่มนี้เสมอ”
นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มีความหมายออกแบบเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม

ศูนย์เรียนรู้ดิจิทัลเพื่อบุคคลออทิสติกและครอบครัว
จ.ราชบุรี
คือโมเดลต้นแบบที่แสดงให้เห็นว่า หากมีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม ครูที่มีความพร้อม
และเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแรง โอกาสทางดิจิทัลก็สามารถเกิดขึ้นได้จริง
“การทำให้โอกาสทางดิจิทัลเป็นเรื่องจับต้องได้เช่นนี้
มาจากความเชื่อที่เรามีร่วมกันว่า เด็กพิเศษก็สามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้
วันนี้ได้เห็นแล้วว่า นวัตกรรมที่มูลนิธิออทิสติกไทยจับมือร่วมทำกับทรูมาตลอด 10
ปี ช่วยให้บุคคลออทิสติกได้เรียนรู้ พัฒนาทักษะ
จนไปถึงการสร้างอาชีพ ดูแลตัวเองตลอดเส้นทางชีวิตได้ และเรามั่นใจที่จะช่วยเหลือเด็กออทิสติกในประเทศไทยต่อไป” ชูศักดิ์ จันทยานนท์ ประธานมูลนิธิออทิสติกไทย ทิ้งท้าย