บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมกับ การเคหะแห่งชาติ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อพัฒนาระบบการสื่อสารดิจิทัลเชื่อมต่อการติดต่อสื่อสารระหว่างหน่วยงานและผู้อยู่อาศัยผ่าน “ตู้ไปรษณีย์ดิจิทัล (Digital Postbox)” ภายใต้แพลตฟอร์ม Prompt Post โดยเริ่มโครงการนำร่องในโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง อาคาร G ก่อนขยายผลสู่โครงการอื่นทั่วประเทศ

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท
ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า “ไปรษณีย์ไทยได้นำความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารของประเทศ
ผสานกับศักยภาพด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบโลจิสติกส์ มาพัฒนาและสนับสนุนระบบ
Digital Postbox อย่างครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างระบบ การกำหนดมาตรฐานการรับ–ส่งข้อมูล การเชื่อมต่อฐานข้อมูลภายในหน่วยงาน ตลอดจนการทดสอบเสถียรภาพ ความปลอดภัย
และความพร้อมใช้งานของระบบ
เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณเอกสารและผู้ใช้งานจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
“Digital Postbox ไม่ใช่เพียงกล่องรับเอกสารออนไลน์ แต่เป็นฟีเจอร์บริหารจัดการเอกสารดิจิทัล ที่ช่วยให้หน่วยงานส่งเอกสารสำคัญถึงผู้รับได้โดยตรง ผู้รับสามารถเปิดอ่าน ดาวน์โหลด และตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านแพลตฟอร์ม Prompt Post ความร่วมมือนี้จึงช่วยเปลี่ยนผ่านจากเอกสารกระดาษสู่ดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม เพิ่มความรวดเร็ว และยกระดับประสิทธิภาพการสื่อสาร สอดรับการก้าวสู่ Digital Organization อย่างยั่งยืน พร้อมตอกย้ำบทบาทไปรษณีย์ไทยในฐานะโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารและดิจิทัลของประเทศ” ดร.ดนันท์ กล่าวเพิ่มเติม

ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้
ต้องการยกระดับการสื่อสารเพื่อให้บริการรับ – ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างการเคหะแห่งชาติและผู้อยู่อาศัยในโครงการของการเคหะแห่งชาติ
รวมถึงการจัดส่งข้อมูลให้มีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และมีผลทางกฎหมาย
ผ่านตู้ไปรษณีย์ดิจิทัล (Digital Postbox) ภายใต้แพลตฟอร์ม Prompt Post ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ทั้งเว็บแอปพลิเคชันและแอปพลิเคชันบนมือถือที่จะสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจากเอกสารกระดาษเป็นดิจิทัล
ลดการใช้กระดาษและลดต้นทุนการจัดส่งเอกสาร สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
โดยจะเริ่มจัดทำโครงการนำร่องในโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง อาคาร G และจะขยายผลไปยังโครงการอื่นๆ ทั่วประเทศ
“การลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการเคหะแห่งชาติในการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารดิจิทัลที่ทันสมัย ยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการข้อมูลให้มีความปลอดภัย โปร่งใสและตรวจสอบได้ พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่การเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลอย่างเต็มศักยภาพ เน้นย้ำภาพลักษณ์องค์กรภาครัฐที่พร้อมปรับตัว ใช้เทคโนโลยีเป็นกลไกหลักในการพัฒนา และก้าวสู่อนาคตของการให้บริการประชาชนอย่างมั่นคงและยั่งยืน” ทวีพงษ์ กล่าวเพิ่มเติม


ความร่วมมือครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของทั้งสององค์กรในการนำเทคโนโลยีมาเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาการสื่อสารภาครัฐ สร้างรูปแบบการให้บริการที่เข้าถึงง่าย เป็นระบบ และสอดรับกับการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมดิจิทัล นอกจากนี้ทั้ง 2 หน่วยงานจะร่วมกันศึกษา วิเคราะห์ และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามและประเมินผลการใช้งานในพื้นที่นำร่อง เพื่อปรับปรุงและพัฒนาระบบให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้อยู่อาศัย ก่อนขยายผลสู่โครงการอื่นของการเคหะแห่งชาติทั่วประเทศต่อไป