กลุ่มสามารถ สะท้อนความแข็งแกร่งด้วยผลประกอบการปี 2568 เติบโตโดดเด่น โดยเฉพาะไตรมาส 4 ที่ทำกำไรสูงถึง 177 ล้านบาท หนุนภาพรวมทั้งปีมีรายได้รวม 10,957 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 8% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 480 ล้านบาท เติบโตมากกว่า 260% จากระดับ 133 ล้านบาทในปี 2567 สะท้อนการฟื้นตัวของทุกสายธุรกิจควบคู่การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

วัฒน์ชัย
วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาธุรกิจใหม่ บริษัท
สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า
ผลการดำเนินงานของกลุ่มยังอยู่ในทิศทางที่แข็งแกร่ง
โดยเฉพาะไตรมาส 4/2568
มีรายได้รวม 3,118 ล้านบาท กำไร 177 ล้านบาท โดยทุกสายธุรกิจสร้างรายได้เติบโตต่อเนื่อง
ส่งผลให้ทั้งปี 68 กลุ่มสามารถ มีรายได้หลักจากการขาย งานตามสัญญา
และรายได้จากการบริการ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 10,816 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 8% จากปีก่อน
ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งจาก 133 ล้านบาท เป็น 480 ล้านบาท เติบโตถึง 260% และมี Backlog
รวมทั้งกลุ่มอยูที่ 15,686 ล้านบาท เติบโตถึง 18%
จากปี 2567 สะท้อนรายได้ในอนาคตที่มั่นคง
และโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง
โดยมีรายละเอียดของแต่ละสายธุรกิจดังนี้
สายธุรกิจ Digital
ICT Solution ภายใต้การดำเนินงานของ บมจ.สามารถเทลคอม หรือ SAMTEL เร่งรับรู้รายได้จากโครงการขนาดใหญ่
โดยไตรมาส 4 ทำรายได้สูงถึง 1,862 ล้านบาท
สูงสุดในรอบ 5 ปีนับตั้งแต่หลังโควิด
จากการทยอยรับรู้รายได้โครงการที่เซ็นสัญญาเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะโครงการจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ
ปี 2568 SAMTEL มีรายได้รวมทั้งสิ้น
5,440 ล้านบาท
เติบโต 28% เมื่อเทียบกับปีก่อน
โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 100 ล้านบาท ซึ่งมีผลกระทบจากการตั้งสำรองคดีความ จำนวน
105 ล้านบาท
แต่หากตัดรายการการตั้งสำรองออก กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 205 ล้านบาท
เติบโตประมาณ 78% จากปีก่อน ที่สำคัญยังมี Backlog เพิ่มขึ้นถึงประมาณ 54% จาก 4,361 ล้านบาท
เป็น 6,694 ล้านบาท
นอกจากนี้ ในไตรมาสแรกของปี 2569 ยังมีแผนเข้าประมูลงานเพิ่มเติมอีกหลักหลายพันล้านบาทด้วย
สายธุรกิจ Utilities
and Transportations นำโดย บมจ.สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่น หรือ SAV มีรายได้จากการขาย
งานตามสัญญาและบริการ รวม 4,972 ล้านบาท โดยเฉพาะจากธุรกิจการจัดการจราจรทางอากาศ
ในเขตน่านฟ้าประเทศกัมพูชา ของบริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
มีการเติบโตสอดคล้องกับอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยในไตรมาส
4 มีรายได้รวม 506 ล้านบาท
และกำไร 146 ล้านบาท
ส่วนภาพรวมทั้งปี 2568 มีจำนวนเที่ยวบินที่บริหารจัดการโดยส่วนธุรกิจการจัดการจราจรทางอากาศ
จำนวนรวม 123,659 เที่ยวบิน
เพิ่มขึ้น 19,772 เที่ยวบิน
หรือคิดเป็นร้อยละ 19 จากปีก่อนหน้า
โดยเฉพาะเที่ยวบินประเภทบินผ่านน่านฟ้ากัมพูชาของเส้นทางเวียดนาม ไทย ฟิลิปปินส์
มาเลเซีย และจีน ที่เติบโตถึง 23% ประกอบกับเที่ยวบินที่บินขึ้น-ลงระหว่างประเทศที่เติบโต ขึ้นประมาณ 12% ส่งผลให้ทั้งปี 2568 SAV มีรายได้รวม 2,075 ล้านบาท
โดยเมื่อเทียบกับปีก่อน เติบโตประมาณ 18% และมีกำไร
546 ล้านบาท
เพิ่มขึ้นถึง 18% นอกจากนี้ SAV ยังเตรียมเข้าประมูลงานใหม่มูลค่ากว่า
2,300 ล้านบาทในไตรมาสแรก และประกาศเพิ่มอัตราเงินปันผลจาก 0.80 บาทของปี 2024 เป็น 0.90 บาทต่อหุ้น ในปี 2025 ซึ่งมีการจ่ายไปแล้วในเดือนกันยายน
2025 อัตรา 0.40 บาทต่อหุ้น พร้อมจ่ายเพิ่มอีก 0.50 บาทต่อหุ้น สะท้อนฐานะการเงินและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง
สายธุรกิจ Digital
Communications นำโดย บมจ.สามารถดิจิตอล หรือ SDC
แสดงทิศทางฟื้นตัวชัดเจน โดยเฉพาะไตรมาส 4 ที่มีกำไร 11 ล้านบาท
แม้รายได้รวมทั้งปีอยู่ที่ 543 ล้านบาท
ลดลงจากปีก่อน แต่บริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มจาก 5 ล้านบาท
เป็น 62 ล้านบาท เติบโตถึง 1,122%
จากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นผู้ถือหุ้น
ปี
2568 ถือเป็นปีแรกที่ Samart จ่ายเงินปันผล
โดยได้จ่ายไปแล้ว 0.10 บาทต่อหุ้นในเดือนกันยายน
และเตรียมจ่ายเพิ่มอีก 0.14 บาทต่อหุ้นในรอบสิ้นปี ขณะที่ SAV
เพิ่มอัตราปันผลต่อเนื่อง จาก 0.80 เป็น 0.90
สะท้อนฐานะการเงินและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง โดยจะจ่ายเงินปันผลในช่วงเดือนพฤษภาคม
พร้อมกันนี้ทางบริษัทยังมีซื้อหุ้นคืนจนถึงเดือนมิถุนายนอีกด้วย
วัฒน์ชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า “ผลประกอบการปี 2568 ไม่เพียงสะท้อนการเติบโตเชิงตัวเลข
แต่ยังตอกย้ำภาพลักษณ์ของกลุ่มสามารถ
ในฐานะองค์กรเทคโนโลยีที่มีความพร้อมทั้งด้านศักยภาพโครงการ
ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และวินัยทางการเงิน มาในปีนี้บริษัทจึงมั่นใจตั้งเป้ากำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่อง
70-80% ของปีที่ผ่านมา สะท้อนความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มธุรกิจในทุกกลุ่ม
พร้อมเดินหน้าขยายงานและต่อยอดโครงการใหม่ๆ
ตอกย้ำศักยภาพของเราในการกลับสู่เส้นทางการเติบโตอย่างมั่นคงอีกครั้ง”