ทรูมันนี่ (TrueMoney) ผู้นำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนต์และผู้ให้บริการทางการเงินดิจิทัลชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญก้าวสู่การเป็น "Travel Companion" อย่างเต็มตัว ด้วยการเปิดตัวหมวดบริการ “ท่องเที่ยว” (Travel) บนแอปพลิเคชันทรูมันนี่ รวบรวมฟีเจอร์ที่จำเป็นสำหรับการเดินทางไว้ในที่เดียว ตอบโจทย์อินไซต์นักเดินทางยุคใหม่ที่เผชิญภาวะ "App Fragmentation" หรือการต้องโหลดและสลับใช้งานหลายแอปพลิเคชันระหว่างเดินทาง พร้อมเผยสถิติการเติบโตของธุรกรรมข้ามพรมแดน (Cross-border Payment) ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด
เจาะลึกเทรนด์นักเดินทางไทยปี 2569 จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลี ยังครองแชมป์ ยอดใช้จ่าย Micro-transactions พุ่ง


ธนรัฐ ธุวสุจิเรข ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า แนวโน้มการเดินทางต่างประเทศของคนไทยในปี 2569 ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้สภาวะเศรษฐกิจจะมีความผันผวน โดยเฉพาะในแถบเอเชียที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม จากข้อมูลพบว่าในปี 2567 คนไทยใช้จ่ายในต่างประเทศรวมกว่า 4.3 แสนล้านบาท ซึ่งกว่า 60% เป็นค่าอาหารและที่พัก แต่ที่น่าสนใจคือการเติบโตของการใช้จ่ายขนาดเล็ก หรือ Micro-transactions เช่น การชอปปิง (14%) และค่าเดินทาง (13%) ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ทรูมันนี่ในต่างประเทศช่วงปี 2568 ที่เติบโตขึ้นถึง 45% โดยเฉพาะในประเทศจีนที่มีสัดส่วนการใช้งานสูงถึง 82% ขณะที่ประเทศอื่น ๆ มีการเติบโตสูงถึง 157% สะท้อนให้เห็นว่าดิจิทัลเพย์เมนต์กลายเป็นส่วนสำคัญของการใช้ชีวิตในต่างแดนไปแล้ว

นอกจากนี้ ทรูมันนี่ยังพบ Persona ของผู้ใช้งานที่น่าสนใจ โดยพบว่าบริการท่องเที่ยวมีผู้ใช้งานรายเดือนเติบโตกว่า 75% และในจำนวนนี้เป็นผู้ใช้ใหม่ถึง 78% โดยกลุ่มผู้ใช้งานไม่ได้จำกัดแค่คนรุ่นใหม่ (อายุ 23-39 ปี คิดเป็น 47%) แต่กลุ่มผู้ใหญ่อายุ 40 ปีขึ้นไปก็มีสัดส่วนสูงถึง 43% เนื่องจากความเชื่อมั่นในความปลอดภัยและความสะดวกของแอปที่เป็นภาษาไทยทั้งหมด ไม่ต้องกังวลเรื่องอุปสรรคทางภาษาหรือการเรียนรู้แอปใหม่ในต่างประเทศ
แก้ Pain Point นักเดินทางด้วย 4 กลยุทธ์ "จองง่าย จ่ายสะดวก เน็ตพร้อม ประกันคุ้ม"


เพื่อตอบโจทย์ปัญหาความยุ่งยากในการวางแผนเดินทาง ทรูมันนี่ได้รวบรวมฟีเจอร์เด่นภายใต้หมวด "ท่องเที่ยว" เพื่อมอบประสบการณ์แบบไร้รอยต่อ ดังนี้
1.จองง่าย (Easy Booking) ทรูมันนี่ร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Traveloka ให้ผู้ใช้สามารถจองตั๋วเครื่องบินกว่า 25,000 เที่ยวบิน และที่พักกว่า 5 ล้านแห่งทั่วโลก รวมถึงบริการรถรับ-ส่ง และกิจกรรมท่องเที่ยวต่างๆ ได้ในที่เดียว พร้อมโปรโมชันพิเศษตลอดปี
2.จ่ายสะดวก (Convenient Payment) สามารถใช้จ่ายผ่านทรูมันนี่ในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ผ่านเครือข่าย Alipay+ และพันธมิตรท้องถิ่น โดยเฉพาะในร้านค้าที่อาจไม่รับบัตรเครดิต เช่น ร้านอาหารท้องถิ่น หรือตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ โดยไม่มีค่าธรรมเนียมและได้เรทราคาที่ดี
3.เน็ตพร้อม (Ready Internet) บริการสมัครแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตโรมมิ่งและโทรต่างประเทศได้ง่าย ๆ ผ่านเบอร์เดิมไม่ต้องเปลี่ยนซิม ซื้อได้แม้ขณะอยู่ต่างประเทศ เพื่อให้การติดต่อสื่อสารและการอัปเดตโซเชียลมีเดียไม่สะดุด
4.ประกันคุ้ม (Worth-it Insurance) บริการประกันการเดินทางจากบริษัทชั้นนำ สมัครได้ภายใน 3 นาที ราคาเริ่มต้นเพียง 28 บาทต่อวัน พร้อมปรับความคุ้มครองได้ตามความต้องการ ช่วยลดความยุ่งยากในการกรอกข้อมูลจำนวนมากเหมือนแอปทั่วไป
ประสบการณ์จริงจาก "เอส–ศุภ สง่าวรวงศ์" สู่การเดินทางที่ง่ายขึ้น




ภายในงานเปิดตัว "One App, Easy Travel เที่ยวครบจบที่ทรูมันนี่" ยังได้รับเกียรติจาก เอส–ศุภ สง่าวรวงศ์ นักแสดงและนักกีฬาชื่อดัง มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การเดินทาง
"ปกติเวลาไปเที่ยว ผมต้องรับบทเป็นคนจัดการทุกอย่าง ตั้งแต่จองตั๋ว ที่พัก ประกัน ไปจนถึงเน็ต ซึ่งต้องใช้แอปมากกว่า 3-4 แอป และใช้เวลาเยอะมากในการเปรียบเทียบราคา แต่พอทรูมันนี่รวบรวมทุกอย่างมาไว้ที่เดียว ตอบโจทย์คนชอบเที่ยวแบบผมมาก อย่างตอนที่ไปเล่นสโนว์บอร์ดที่ญี่ปุ่นกับเพื่อนๆ และการใช้จ่ายในร้านค้าเล็กๆ ในญี่ปุ่นซึ่งบางครั้งไม่รับบัตรเครดิต แต่สามารถสแกนจ่ายผ่านทรูมันนี่ได้ทันที ช่วยลดความกังวลเรื่องเงินสดไปได้มาก" เอส-ศุภ กล่าว
ส่องพฤติกรรมนักท่องเที่ยวไทยในจีน "Shanghai Disneyland - Pop Mart" ติดอันดับท็อป

ข้อมูลเชิงลึกจากทรูมันนี่ระบุว่า นักท่องเที่ยวไทยที่ไปจีนเริ่มให้ความสำคัญกับหมวด Experience & Entertainment มากขึ้น โดยร้านค้าที่มียอดการเติบโตสูงสุด (Top Growing Merchants) ได้แก่ Shanghai Disneyland, ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติของ Pop Mart และ ตู้คีบตุ๊กตา (Claw Machine) ซึ่งมียอดผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นกว่า 49% สะท้อนว่าทรูมันนี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่กระเป๋าเงินดิจิทัล แต่เป็นกุญแจสำคัญที่เปิดรับประสบการณ์การท่องเที่ยวในยุคใหม่
Roadmap ปี 2569 เตรียมเปิดตัว PayNext สำหรับใช้ต่างประเทศ และขยายฐานสู่ต่างชาติ

ธนรัฐ ยังเปิดเผยถึงทิศทางในอนาคตว่า ทรูมันนี่เตรียมร่วมมือกับ แอสเซนด์ นาโน เพื่อขยายบริการ PayNext และ PayNext Extra ซึ่งปัจจุบันมีฐานผู้ใช้กว่า 2.7 ล้านคน สู่ตลาดต่างประเทศภายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้
"เรากำลังจะเปิดตัว PayNext ในรูปแบบ 'ใช้ก่อนจ่ายทีหลัง' สำหรับการใช้จ่ายต่างประเทศ โดยจุดเด่นคือจะไม่มีค่าธรรมเนียมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้นักเดินทาง นอกจากนี้เรายังทำงานร่วมกับ Alipay+ เพื่อนำเทคโนโลยี AI อย่าง Alipay+ Voyager มาช่วยวางแผนการเดินทางเฉพาะบุคคล (Personalized Travel Plan) ภายในแอปทรูมันนี่อีกด้วย"
นอกจากกลุ่มคนไทยที่ไปต่างประเทศแล้ว ทรูมันนี่ยังมองเห็นโอกาสในกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทย โดยปัจจุบันอนุญาตให้ชาวต่างชาติที่พำนักในไทย (Long-stay) สามารถสมัครใช้งานได้โดยใช้พาสปอร์ตและเอกสารยืนยันตัวตน และมีแผนจะพัฒนาโซลูชันเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวระยะสั้น (Short-stay) ที่มีจำนวนกว่า 20 ล้านคนต่อปี เพื่อให้สามารถใช้ทรูมันนี่เป็นแพลตฟอร์มการใช้จ่ายหลักในไทยได้ภายในปีนี้
ก้าวต่อไปสู่การเป็น "Financial Companion" ระดับภูมิภาค


ทรูมันนี่ตั้งเป้าหมายที่จะวิวัฒนาการจากการเป็นเพียงแอปชำระเงิน สู่การเป็น Financial Companion หรือเพื่อนคู่คิดทางการเงินในทุกมิติของชีวิต ด้วยฐานผู้ใช้งานรายเดือนกว่า 21 ล้านคนในปัจจุบัน ทรูมันนี่ยังคงเดินหน้าพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ เช่น เทคโนโลยีการชำระเงินออฟไลน์รูปแบบใหม่ที่จะเปิดตัวภายในปีนี้ รวมถึงการขยายความร่วมมือกับ Global Partner เพื่อยกระดับระบบนิเวศดิจิทัลของไทยให้แข็งแกร่งและยั่งยืน
"เราอยากให้เรื่องเที่ยวเป็นเรื่องสนุกและเต็มไปด้วยประสบการณ์ดีๆ โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดการหลังบ้าน ทรูมันนี่จะเป็น Payment of Choice และ Experience Enabler ที่ทำให้นักเดินทางชาวไทยใช้ชีวิตในต่างแดนได้อย่างมั่นใจและสะดวกสบายที่สุด" ธนรัฐ กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับผู้ที่สนใจอยากสัมผัสประสบการณ์ “จองง่าย จ่ายสะดวก เน็ตพร้อม ประกันคุ้ม” สามารถเข้าใช้งานได้แล้ววันนี้ เพียงเข้าไปที่แอปทรูมันนี่ กดเลือก “ดูทั้งหมด” และไปที่หมวดบริการ “ท่องเที่ยว” (Travel) หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.truemoney.com/travel-deals