เมื่อเทศกาลวันแห่งความรักเวียนมาถึง
หลายคนกำลังเปิดใจรับความรัก ความหวัง และความอบอุ่นทางใจ แต่ในอีกด้านหนึ่ง
โลกออนไลน์กลับกลายเป็นพื้นที่ล่าเหยื่อของมิจฉาชีพที่ใช้ “ความรัก”
เป็นเครื่องมือหลอกลวงอย่างแนบเนียน โดยเฉพาะกลโกงที่เรียกว่า “Romance Scam” หรือการสร้างความสัมพันธ์ปลอมเพื่อหลอกให้โอนเงิน
ซึ่งกำลังระบาดหนักและสร้างความเสียหายให้คนไทยจำนวนมาก
ข้อมูลจาก ศูนย์บริหารการรับแจ้งความออนไลน์
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม
2565 – 31 มกราคม 2569 พบคดี
Romance Scam แล้ว 7,158 คดี
รวมมูลค่าความเสียหายสูงถึง 1,970,755,281
บาท หรือเกือบ 2 พันล้านบาท
สะท้อนชัดว่า “ความรักออนไลน์” ไม่ได้สวยงามเสมอไป
แต่อาจเป็นกับดักทางการเงินที่รุนแรง
โดยเฉพาะช่วงเทศกาลแห่งความรักที่ผู้คนมักเปิดใจ เชื่อใจ และตัดสินใจเร็วกว่าปกติ
รูปแบบการหลอกลวงมักเริ่มจากการสร้างตัวตนปลอมที่ดูดี น่าเชื่อถือ และมีหน้าที่การงานมั่นคง เช่น ทหาร ชาวต่างชาติ วิศวกร นักลงทุน หรือแพทย์ จากนั้นค่อย ๆ สร้างความใกล้ชิดทางอารมณ์อย่างรวดเร็ว บอกรักเร็ว วางแผนอนาคตร่วมกัน ก่อนอ้างเหตุจำเป็นให้โอนเงิน ไม่ว่าจะเป็นค่าพัสดุ ค่าภาษี ค่าเดินทาง มาหาหรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินด้านสุขภาพ

พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ
เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC
เปิดเผยว่า ปัจจุบันมิจฉาชีพไม่ได้มุ่งหลอกเอาเงินเพียงอย่างเดียว
แต่ยังพุ่งเป้าเก็บ “ข้อมูลส่วนบุคคล” ของเหยื่อ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบอื่น
ซึ่งอาจสร้างความเสียหายรุนแรงและยาวนานยิ่งกว่าเดิม
พร้อมระบุว่า
ความรักในโลกออนไลน์ต้องใช้สติอย่างมาก การให้ข้อมูลส่วนตัวกับคนที่ไม่เคยพบเจอตัวจริง
เปรียบเสมือนการเปิดประตูบ้านให้คนแปลกหน้าเข้ามาในชีวิต ข้อมูลเพียงเล็กน้อย เช่น
เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ เอกสารส่วนบุคคล หรือข้อมูลทางการเงิน สามารถถูกนำไปสวมรอย
หลอกซ้ำ หรือใช้ก่ออาชญากรรมอื่นได้
พ.ต.อ. สุรพงศ์ ให้ข้อมูลต่อว่า นอกจากนี้
มิจฉาชีพยุคใหม่ยังใช้ทั้งจิตวิทยาและเทคโนโลยีควบคู่กัน ไม่เพียงสร้างเรื่องราวให้ดูน่าเชื่อถือ
แต่ยังนำข้อมูลจริงของเหยื่อมาใช้ประกอบการหลอกลวง
ทำให้ผู้เสียหายจำนวนมากไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกควบคุมทั้งอารมณ์และข้อมูลไปพร้อมกัน ในเดือนแห่งความรักนี้ จึงขอให้ประชาชนทุกท่าน
โดยเฉพาะคนโสด ตระหนักถึงภัยที่อาจจะมาถึงตัว ผ่านความรักในรูปแบบต่างๆ
ขอให้ระวังการใช้เทคนิคทางจิตวิทยา สร้างความเชื่อใจระหว่างกัน
โดยมีเป้าหมายหลอกให้รักแล้วชวนลงทุน (Hybrid scam) หลอกให้รักแล้วกดลิงก์/ดาวน์โหลดแอปรีโมต (Remote access scam) ทำการดูดเงินในบัญชี
และหลอกให้รักแล้วแบล็กเมล์ (Sextortion) ขู่กรรโชกทางเพศ เป็นต้น
สัญญาณเตือน Romance Scam ที่ควรระวัง ได้แก่
พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าวปิดท้ายว่า ประชาชนควรระมัดระวังการสร้างความสัมพันธ์ออนไลน์
ไม่โอนเงิน ไม่ส่งเอกสารสำคัญ และไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้คนแปลกหน้า
โดยเฉพาะหากเป็นบุคคลที่ไม่เคยพบตัวจริง
ควรหยุดคิดและตรวจสอบทันทีหากสงสัยว่าถูกหลอก
สามารถแจ้งความได้ทันทีผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ในช่วงเทศกาลแห่งความรักนี้ ไม่ใช่วันแห่งความสูญเสีย เพราะในโลกดิจิทัล
ความรู้สึกอาจถูกสร้างขึ้นได้ง่าย แต่ความเสียหายเกิดขึ้นจริงและยากจะย้อนกลับได้ การรู้เท่าทันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ
Romance Scam
จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน